โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกขายเป็นยาในอดีต กินมาตั้งนานเพิ่งรู้

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดประวัติ

เปิดประวัติ "ซอสมะเขือเทศ" จากยารักษาโรค สู่ซอสคู่ใจของคนทั่วโลก

ซอสมะเขือเทศ (Tomato Ketchup) ถือเป็นเครื่องปรุงคู่ครัวที่หลายคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะนำไปจิ้มเฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด ฮอตดอก หรือเบอร์เกอร์ ก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อเกือบ 200 ปีก่อน ซอสมะเขือเทศเคยถูกวางขายในฐานะ "ยา" มาก่อน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าหรือข่าวลือ เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่า ซอสมะเขือเทศเคยถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจริง แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับว่าสามารถรักษาโรคได้ก็ตาม

ซอสมะเขือเทศกลายเป็นยาได้อย่างไร?

ย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1830 แพทย์ชาวอเมริกัน ดร. จอห์น คุก เบนเน็ตต์ (Dr. John Cook Bennett) เชื่อว่ามะเขือเทศอุดมไปด้วยสารอาหารและมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร

เขาเผยแพร่ข้อมูลว่ามะเขือเทศอาจช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องเสีย รวมถึงอาการเจ็บป่วยบางชนิด พร้อมแนะนำให้รับประทานซอสมะเขือเทศเป็นประจำ ก่อนจะพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ "ยาเม็ดมะเขือเทศ" (Tomato Pills) เพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

ได้รับความนิยมจนมีผู้ผลิตเลียนแบบ

หลังจากแนวคิดดังกล่าวได้รับความนิยม ผู้ผลิตจำนวนมากต่างหันมาผลิตยาเม็ดจากมะเขือเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณด้านสุขภาพออกมาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย

บางแบรนด์ถึงกับโฆษณาว่าสามารถรักษาโรคได้หลากหลายชนิด ขณะที่บางผลิตภัณฑ์แทบไม่มีส่วนผสมของมะเขือเทศเลย แต่ยังใช้ชื่อมะเขือเทศเป็นจุดขาย ทำให้ผู้บริโภคในยุคนั้นเกิดความเข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย

แล้วซอสมะเขือเทศรักษาโรคได้จริงหรือไม่?

แม้ว่ามะเขือเทศจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม และสารไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เมื่อวงการแพทย์มีการศึกษามากขึ้น ก็ไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่า ซอสมะเขือเทศสามารถรักษาโรคได้จริง

กระแสการใช้ซอสมะเขือเทศเป็นยาจึงค่อยๆ หายไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเครื่องปรุงรสที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างในปัจจุบัน

ซอสมะเขือเทศทุกวันนี้ ยังมีประโยชน์หรือไม่?

แม้จะไม่ได้เป็นยา แต่ซอสมะเขือเทศก็ยังมีสารอาหารจากมะเขือเทศอยู่บ้าง โดยเฉพาะสารไลโคปีนที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม ซอสมะเขือเทศที่วางจำหน่ายทั่วไปมักมีการเติมน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชู และเครื่องเทศ เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปากผู้บริโภค

ดังนั้น หากรับประทานในปริมาณมาก ก็อาจได้รับน้ำตาลและโซเดียมเกินความจำเป็น จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่กับการรับประทานอาหารที่หลากหลาย

สรุป

เรื่องที่ว่า "ซอสมะเขือเทศเคยถูกขายเป็นยา" นั้นถือว่าเป็นเรื่องจริง โดยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน จากความเชื่อของแพทย์ในยุคนั้นที่มองว่ามะเขือเทศมีสรรพคุณช่วยรักษาโรค

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าซอสมะเขือเทศสามารถใช้รักษาโรคได้ จึงควรมองว่าเป็นเครื่องปรุงรสที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับอาหาร มากกว่าจะใช้แทนยาในการรักษาอาการเจ็บป่วย

เกร็ดความรู้

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ซอสมะเขือเทศในยุคแรกๆ ไม่ได้ทำจากมะเขือเทศ แต่มีต้นกำเนิดจากซอสหมักของจีนโบราณที่เรียกว่า "เค-เชียป" (Ke-tsiap) ซึ่งทำจากปลาหมัก ก่อนที่ชาวยุโรปจะนำสูตรมาดัดแปลง และในเวลาต่อมาจึงเริ่มใช้มะเขือเทศเป็นวัตถุดิบหลัก จนกลายมาเป็นซอสมะเขือเทศที่เรารับประทานกันในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...