โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวบ้านโคกเจริญพังงากว่า 30 ราย ยื่นคัดค้านรถไฟทับปุด–กระบี่ หวั่นกระทบที่ดิน วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลโคกเจริญ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา กว่า 30 ราย ร่วมลงชื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายทับปุด–กระบี่ ผ่านคลินิกทนายความอาสาพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพังงา เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนโครงการ ศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบได้ยื่นหนังสือผ่านนายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร หรือ “ทนายเอก” ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือคลินิกทนายความอาสาพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ พร้อมส่งต่อหนังสือถึงนายธงชัย อาจการ และ ดร.ถาวร วงแฝด ผู้ช่วยดำเนินงานของนายชาญวิศว์ บรรจงการ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ช่วยติดตาม เสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ข้อเรียกร้องสำคัญของชาวบ้าน ได้แก่ การขอให้ทบทวนหรือชะลอการดำเนินโครงการจนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลโครงการและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างครบถ้วน จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง คำนึงถึงสิทธิชุมชน สิทธิในทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรมและเป็นอิสระ
หนังสือคัดค้านระบุว่า ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลว่าโครงการก่อสร้างทางรถไฟช่วงทับปุด–กระบี่ อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในที่ดิน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน วิถีชีวิตของชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ตลอดจนคุณภาพชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ตำบลโคกเจริญ

นายสุธรรม ปั้นทอง อายุ 69 ปี ชาวสวนในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลโคกเจริญ ตัวแทนชาวบ้านผู้ยื่นหนังสือ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนสูญเสียที่ดินหรือถูกเวนคืน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิในกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองตามกฎหมาย อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดเสียงรบกวน ฝุ่นละออง ความสั่นสะเทือน และมลภาวะจากการก่อสร้างและการเดินรถไฟ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในพื้นที่

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งระบบนิเวศ แหล่งน้ำ ระบบระบายน้ำ พื้นที่สีเขียว รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำเสีย และมลพิษในระยะยาว โดยเห็นว่าโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ควรมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส รอบด้าน และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างครบถ้วน
ในหนังสือยังระบุว่า ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดของโครงการ ผลการศึกษา EIA มาตรการป้องกันผลกระทบ และแนวทางเยียวยาความเสียหายอย่างชัดเจน รวมถึงยังไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบข้อมูลของโครงการ ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิชุมชนและหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าของโครงการ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณผู้ใช้บริการ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับเมื่อเทียบกับงบประมาณจำนวนมากที่ต้องใช้ในการดำเนินงาน โดยมองว่างบประมาณดังกล่าวอาจสามารถนำไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา ถนน แหล่งน้ำ หรือการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากกว่า
ด้านนายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร กล่าวว่า คลินิกทนายความอาสาพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพังงา พร้อมเป็นช่องทางรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อกังวลต่าง ๆ เพื่อนำเสนอต่อผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ
“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องไม่ละเลยสิทธิของประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ การพัฒนาที่ดีต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับข้อมูลครบถ้วน และไม่ต้องเป็นผู้รับภาระความเสียหายเพียงฝ่ายเดียว เสียงของชาวบ้านตำบลโคกเจริญจึงควรได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง” นายสรรเพชร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...