โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Sasi” แบรนด์ลูกศรีจันทร์ ปรับจุดยืนครั้งใหญ่ รอบ 9 ปี สู่คอมมูนิตี้บิวตี้ที่ไม่จำกัดเพศ

Thairath Money

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 04.50 น.
ภาพไฮไลต์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมรภูมิบิวตี้เมืองไทยที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “ศศิ” (sasi) แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยแท้ภายใต้ชายคา “ศรีจันทร์” ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะแบรนด์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่เติบโตอย่างมั่นคง จากจุดเริ่มต้นในการเป็นไอเท็มลับราคาจับต้องได้

และในวันนี้ Sasi ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 พร้อมกับประกาศพลิกโฉมครั้งสำคัญ สลัดภาพจำแบรนด์เมกอัพหวานๆ “Because Girls Can” สู่การเป็น Because “We” Can เพื่อขยายฐานเป้าหมายให้ครอบคลุมเรื่องความหลากหลายและไม่จำกัดเพศ เพื่อก้าวสู่การเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องสำอาง แต่คือ ‘คอมมูนิตี้ที่เปิดกว้างสำหรับทุกตัวตน’

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดเครื่องสำอางในปัจจุบันว่า เมื่อพิจารณาในแง่สถานการณ์ทางธุรกิจ 4-5 เดือนแรกของปีนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายสูงจากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลาสติกและค่าขนส่งจากผลกระทบด้านซัพพลายเชน

แม้ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบให้สัดส่วนกำไรต่อหน่วยลดลงบ้าง แต่ทางแบรนด์ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของรายได้ในระดับตัวเลขสองหลักมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยกลยุทธ์หลักในปัจจุบันคือการเน้นสร้างปริมาณการขาย และการบริหารพอร์ตสินค้าให้ตอบโจทย์ความคุ้มค่าเงินของผู้บริโภค โดยยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้า

สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีอายุระหว่าง 13-35 ปี พบว่ามูลค่าการซื้อต่อครั้ง (Basket Size) อยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก เนื่องจากโครงสร้างราคาสินค้าเริ่มต้นที่ 39 บาทในกลุ่มแป้งฝุ่น และส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ในหลักสิบถึงหลักร้อยบาท ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายรวมต่อครั้งค่อนข้างต่ำ แต่มีจุดเด่นที่ความถี่ในการซื้อซ้ำ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

รวิศ กล่าวต่อไปว่า แบรนด์ได้บริหารช่องทางการจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมดังกล่าว โดยเน้นส่งสินค้าขนาดเล็กหรือชนิดซองเข้าสู่ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตและได้พื้นที่จัดวางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สินค้าขนาดปกติ จะจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกความงาม เพื่อแยกกลุ่มเป้าหมายและลักษณะการใช้งานออกจากกันอย่างชัดเจน

ในด้านโครงสร้างสินค้า ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก โดยกลุ่ม Color Cosmetic เช่น ผลิตภัณฑ์ลิปสติก ยังคงเป็นแกนหลักที่สร้างรายได้และมีการซื้อซ้ำสูง ควบคู่ไปกับกลุ่มแป้งฝุ่น

“Sasi มีจุดแข็งด้าน distribution ผ่านร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ และ Hero Products เช่น Jolly Sweet Lip Tint สีชัด ติดทน ที่เป็น All-Time Favorite tinted lip และแป้งกระป๋องสุดฮิต ที่ขยายไลน์สินค้าจนมีถึง 7 สูตร” รวิศ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทิศทางต่อไปของแบรนด์เริ่มมีการเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้นและแป้งอัดแข็งมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลทางการตลาดระบุว่า ตลาด Base Makeup มีมูลค่ารวมที่ใหญ่กว่ากลุ่ม Color Cosmetic การรุกเข้าสู่เซกเมนต์นี้จึงเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตธุรกิจให้เติบโตได้มากกว่าเดิม

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือการเกาะกระแสความนิยมวัฒนธรรมไทย (T-Culture) ผ่านทางซีรีส์และศิลปินไทยในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อสินค้าที่ระบุว่าเป็น “Made in Thailand” ปัจจุบันแบรนด์มีการส่งออกไปยัง 4-5 ประเทศ โดยมีฟิลิปปินส์เป็นตลาดต่างประเทศที่เติบโตสูงสุด เนื่องจากผู้บริโภคมีสภาพผิว พฤติกรรมการแต่งหน้า และสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นคล้ายคลึงกับประเทศไทย สินค้าที่มีคุณสมบัติติดทนและควบคุมความมันจึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีตลาดใน สปป.ลาว และไทเป โดยเป้าหมายระยะยาวคือการขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค

ซึ่งตรงจุดนี้เอง แบรนด์ได้มีการประกาศพลิกโฉมครั้งสำคัญ ในโอกาสครบรอบ 9 ปี ผ่านการเลือกใช้กลยุทธ์ Music Marketing และการสื่อสารผ่านสื่อบันเทิง โดยใช้ Face of sasi ทั้ง 9 คน พร้อมกันครั้งแรก นำโดย เก้า สุภัสสรา, 6 หนุ่ม PROXIE และเก่ง-น้ำปิง เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ และ MV เพลง ซิ่งศิ Because “We” Can ที่ถูกดีไซน์มาในจังหวะ “ซิ่งโจ๊ะ” ฟังง่าย ผสมผสานพาร์ตแรปสุดโมเดิร์น

ทั้งนี้แม้ว่าจะเป็นการใช้กลุ่มผู้แทนแบรนด์จำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ตั้งแบรนด์มา แต่ในแง่การบริหารจัดการต้นทุน ทางผู้บริหารระบุว่า งบประมาณทางการตลาดในปีนี้ยังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยเน้นการจัดสรรงบมารวมไว้ในแคมเปญใหญ่เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการสื่อสารและสร้างความผูกพันต่อแบรนด์ในระยะยาวแทนการกระจายงบย่อย เพื่อที่จะอาศัยฐานผู้ติดตามของกลุ่มผู้แทนแบรนด์ทั้ง 9 คนในการสร้างการรับรู้ในตลาดต่างประเทศควบคู่กันไป ซึ่งการ Repositioning ครั้งนี้ถือเป็นการปรับ Brand Belief ครั้งที่สามของแบรนด์

จาก “ไอเท็มลับราคาหลักสิบ” ในวันเริ่มต้น วันนี้ Sasi ได้พิสูจน์แล้วว่า การเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การขายเครื่องสำอาง แต่คือการนั่งในใจผู้บริโภคด้วยความคุ้มค่า และการยืนหยัดเคียงข้างความหลากหลายของคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการบริหารพอร์ตสินค้าผ่านกลยุทธ์ Volume & Value ที่เน้นขายสินค้าราคาย่อมเยา ขนาดพกพา ซื้อง่ายในร้านสะดวกซื้อเพื่อกระตุ้นความถี่ในการซื้อซ้ำจึงทำให้แบรนด์เดินทางมาถึงปีที่ 9 ได้อย่างมั่นคง

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “Sasi” แบรนด์ลูกศรีจันทร์ ปรับจุดยืนครั้งใหญ่ รอบ 9 ปี สู่คอมมูนิตี้บิวตี้ที่ไม่จำกัดเพศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...