โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายจีนตกทะเลในไหหลำ คลื่นซัดลอยเคว้ง 7 วัน ฮึดสู้จับปูกินฉี่รอดปาฏิหาริย์!

Xinhua

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 19.49 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 12.49 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

  • xxjhmee000008_20260609_cbvfn0a001-mp4

ไห่โข่ว, 10 มิ.ย. (ซินหัว) — ย้อนฟังเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของ “ฉินเจี้ยนผิง” อายุ 40 ปีกว่า พ่อค้าจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งประสบอุบัติเหตุพลัดตกทะเลขณะเดินเล่นอยู่บนกำแพงกันคลื่นในเมืองไห่โข่ว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน และต้องลอยเคว้งอยู่กลางทะเลนาน 7 วัน โดยไม่มีอาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ชูชีพ หรือเครื่องมือสื่อสารติดตัว จนกระทั่งกลุ่มชาวประมงพบเจอและช่วยเหลือไว้ในท้ายที่สุด

ฉินเล่าว่าเขาพลัดตกทะเลตอนกลางคืนวันที่ 27 พ.ค. และพยายามว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างตื่นตระหนก แต่ทุกเมตรที่ว่ายเข้าหาชายฝั่งกลับถูกคลื่นทะเลซัดออกห่างจากชายฝั่งไปสามสี่เมตร และแม้พยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างสุดกำลังแต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็น สุดท้ายฉินจึงเลือกประคองตัวอยู่บนพื้นผิวน้ำให้ได้นานที่สุดเพื่อประหยัดพละกำลังของตัวเอง

หนุ่มใหญ่รายนี้ต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะขาดน้ำและถูกแดดเผา ทั้งยังบาดเจ็บจากแนวปะการังขูดและแมงกะพรุนต่อย แม้เจอทุ่นลอยน้ำให้ปีนขึ้นไปได้แต่ก็ต้องกลับลงน้ำเพราะคลื่นแรงและความร้อนบนทุ่น ครั้นกระหายน้ำอย่างรุนแรงก็จำต้องดื่มน้ำทะเลและปัสสาวะของตัวเอง รวมถึงจับปูทะเลตัวเล็กๆ มากินดิบๆ หลายสิบตัวเพื่อประทังชีวิต

การลอยเคว้งกลางทะเลอันยาวนานนี้ทำให้ร่างกายและจิตใจของฉินอ่อนล้าอย่างหนัก สายตาเริ่มพร่ามัว เกิดอาการประสาทหลอน และถึงขั้นมีเลือดไหลออกจากดวงตา แต่ความคิดอยากมีชีวิตรอดช่วยให้เขาฮึดสู้ โดยช่วงเช้าวันที่ 2 มิ.ย. มีชาวประมงที่ออกเรืออยู่ไกลจากชายฝั่งกว่า 10 กิโลเมตร ได้สังเกตเห็นเขาและเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างงุนงง

ทั้งนี้ ฉินมีน้ำหนักตัวลดลงถึง 9 กิโลกรัม และบาดแผลตามร่างกาย โดยฉินกล่าวว่าการประคองสติและการไม่ยอมแพ้คือสิ่งสำคัญที่สุดระหว่างการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ที่เขาไม่มีวีนลืมเลือนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...