โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตขยายเกษียณอายุ ปัจจุบัน เออร์ลีรีไทร์ 40ปีขึ้นไป

INN News

อัพเดต 30 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำกันได้ รัฐบาลของ"นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล"สมัยแรก ที่มี "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" เป็นรองายกฯ มีแนวคิดที่จะต่อขยายเกษียณของข้าราชการจาก 60 ปีเป็น 65 ปี โดยให้เหตุผลสำคัญว่า สังคมไทยกำลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ และมีอัตราการเกิดใหม่ของประชากรต่ำ ทำให้คนวัยทำงานมีจำนวนลดลง

"นายกฯอนุทิน" ในเวลานั้น ก็ยอมรับว่านโยบายการเพิ่มอายุเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพื่อตอบรับกับปัญหาไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ และเคยปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อปรับโครงสร้างประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจไทย ว่า เราต้องมีระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้ โดยรองนายกฯ จะไปหารือ หาแนวทางในการที่จะปรับเรื่องการเกษียณอายุราชการ และเชื่อว่าในภาคเอกชนคงมีการรองรับทางด้านนี้อยู่แล้ว"

อย่างไรก็ตม แนวคิดดังกล่าวถูกนักวิชาการหลายคนคัดค้าน โดยมองว่า การเพิ่มอายุเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มข้าราชการพลเรือน อาจไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื่องสังคมสูงวัย เพราะเป็นทางออก "ที่ยากจะยั่งยืน" เป็นการแก้ปัญหาที่อาจเป็นการ "เกาไม่ถูกที่คัน"

เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาล"อนุทิน 2" เปลี่ยน รองนายกฯ ที่กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ (ก.พ.) เป็น "ปกรณ์ นิลประพันธ์"ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เนื่องจากมองว่าเป็นการเลื่อนปัญหาออกไปมากกว่าการแก้ไขปัญหา มีการมอบนโยบาย และแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล และให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)จัดทำแผนเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือเออร์ลีย์ รีไทร์

โดยโครงการเกษียณก่อนกำหนด ถือเป็นหนึ่งในนโยบาย ที่รัฐบาล"อนุทิน 2" แถลงต่อรัฐสภา เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับลดขนาดภาครัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการทบทวนภารกิจหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อนของงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสริมวินัยทางการเงินการคลัง การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก

จากนั้นเมื่อมีการอภิปราย ร่าง พ.รบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี มีหลายเสียงสะท้อนว่า รายจ่ายสำหรับบุคลากรและบำนาญข้าราชการกำลังกลายเป็นภาระหนักของประเทศ จำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบราชการ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เป็นวงกว้าง ก็ทำให้ กระแสการปฏิรูประบบราชการ จึงดังมากยิ่งขึ้น

ในการประชุม ก.พ. ครั้งล่าสุด "ปกรณ์" ชี้แจงว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคน และค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง โดยให้ ก.พ.ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดยจะให้มีผลทันทีภายในปีงบประมาณ 2570 และตัวเลขอายุที่จะให้ เออร์ลีรีไทร์คือ 40 ปีขึ้นไป เพราะเชื่อว่า บุคคลกลุ่มนี้ ยังสามารถอัปสกิล-รีสกิล และปรับตัวกับการทำงานในยุคใหม่ได้ ส่วนเรื่องจำนวน ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่ยืนยัน การเออร์ลีรีไทร์ นั้นจะยึดเอาความสมัครใจ จะไม่มีการบังคับ โดยจะใช้สิ่งจูงใจแทน

นอกจากนี้ ในการปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล"อนุทิน" ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจ และอาจกลายเป็นเหตุผลสำคัญต่อการตัดสินใจของทั้งข้าราชการปัจจุบัน หรือ คนที่กำลังคิดจะเข้าสอบมาเป็นข้าราชการในอนาคต คือ เรื่องปรับระบบสวัสดิการโดยเฉพาะการรักษาพยาบาลของราชการ อาจเปลี่ยนมาใช้ระบบประกันสุขภาพ แทนสวัสดิการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจน

ดังนั้น การปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล "อนุทิน" จากที่เคยมีแนวคิด ขยายเกษียณอายุ และปรับมาเป็นเร่งให้มีการเออร์ลีย์ รีไทร์ ก่อนกำหนด จะสามารถลดขนาดและภาระงาน ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับ คล่องตัว และลดรายจ่ายประจำของภาครัฐได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม และคอยให้กำลังใจกันต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...