โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุเรือพาณิชย์ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน หลังกล่าวหาเตหะรานโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งบรรลุร่วมกัน

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำที่กำลังเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า การกระทำของอิหร่านเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นภัยต่อเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ

แหล่งข่าวสหรัฐเปิดเผยว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้ครอบคลุมระบบป้องกันภัยทางอากาศ ฐานปล่อยโดรน ระบบเรดาร์ตรวจการณ์ อาวุธต่อต้านเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารบริเวณชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อจำกัดขีดความสามารถในการโจมตีเรือพาณิชย์ในอนาคต

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า การโจมตีดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโต พร้อมย้ำว่า ปฏิบัติการมีเป้าหมายเพื่อให้ “อิหร่านต้องชดใช้ในราคาที่สูง” จากการโจมตีเรือพลเรือนที่ใช้เส้นทางเดินเรือสากล

ด้านสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า มีวัตถุโจมตีหลายลูกตกในพื้นที่ท่าเรือตาเฮรูอี (Taheroui) เมืองซีริก ทางตอนใต้ของประเทศ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐว่าเป็นการละเมิดกรอบข้อตกลงสันติภาพ และยืนยันว่าสหรัฐเป็นฝ่ายผิดคำมั่นที่เคยให้ไว้

ความตึงเครียดครั้งล่าสุดยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความมั่นคงของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญของโลก และอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลก หากสถานการณ์ลุกลามต่อไป

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...