การค้าต่างประเทศจีน 4 เดือนแรกโตแตะ 16.23 ล้านล้านหยวน ยอดส่งออกเม.ย.พุ่งแกร่ง สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจยกระดับสู่คุณภาพสูง
สำนักงานศุลกากรจีนได้เปิดเผยข้อมูลสถิติล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่ารวมการนำเข้าและส่งออกสินค้าของประเทศจีนพุ่งสูงถึง 16.23 ล้านล้านหยวน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยอัตราการเติบโตสะสมในภาพรวมยังคงรักษาระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าการค้าต่างประเทศของจีนยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคงและรักษาแนวโน้มการเติบโตที่ดีมาได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือนพบว่า ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของจีนอยู่ที่ 4.38 ล้านล้านหยวน เติบโตขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยหากเทียบกับเดือนก่อนหน้า ยอดการส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.8% และยอดการนำเข้าขยายตัวถึง 20.6%
ซึ่งอัตราการเติบโตของการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นถึง 10.5 จุดเปอร์เซ็นต์นี้ ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาพรวมการเติบโตยังคงรักษาเสถียรภาพอยู่ในระดับเลขสองหลักได้อย่างแข็งแกร่ง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีสูงและมูลค่าเพิ่มสูงจำนวนมาก อาทิ หม้อแปลงไฟฟ้าที่ช่วยรักษาเสถียรภาพอุปทานให้แก่ตลาดโลก ตลอดจนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ก้าวออกสู่เวทีสากล กำลังทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการส่งออก
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่สำคัญของการส่งออกจีน จากเดิมที่เน้นการเติบโตด้าน "ปริมาณ" ไปสู่การยกระดับและพัฒนาทางด้าน "คุณภาพ" อย่างเป็นรูปธรรม
สถิติในช่วง 4 เดือนแรกชี้ว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้ามีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 63.5% ของยอดการส่งออกทั้งหมดของจีน ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.4 จุดเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ในจำนวนนี้ ยอดการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเทียม และชุดกังหันลม มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นที่ 68.1%, 43.2% และ 40.7% ตามลำดับ ขณะที่การส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น 30%
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ท้าทายและมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น การที่ภาคการค้าต่างประเทศของจีนยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นผลมาจากการตื่นตัวและขีดความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง
โดยในช่วง 4 เดือนแรก มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของภาคเอกชนจีนสูงถึง 9.31 ล้านล้านหยวน เติบโตขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วน 57.4% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศรวมทั้งหมดของประเทศ และยังคงครองสถานะกำลังหลักอันดับหนึ่งในการขับเคลื่อนการค้าต่างประเทศของจีนต่อไป
ขณะเดียวกัน ยอดการนำเข้าและส่งออกของกิจการที่มีการลงทุนจากต่างประเทศก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.4% เช่นกัน
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศจีนยังคงเป็นฐานที่มั่นแห่งความแน่นอนและเป็นท่าเรือแห่งเสถียรภาพสำหรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของโลก อีกทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่มีความน่าดึงดูด ปลอดภัย และเปี่ยมด้วยศักยภาพสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ การเติบโตอันแข็งแกร่งของการค้าต่างประเทศยังขับเคลื่อนด้วยความสามารถในการบุกเบิกตลาดใหม่และการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างยืดหยุ่น โดยในปัจจุบัน "การเติบโตของตลาดเกิดใหม่และการปรับตัวของตลาดดั้งเดิม" ได้กลายมาเป็นลักษณะเด่นของโครงสร้างคู่ค้าต่างประเทศของจีน
แม้ว่าในช่วง 4 เดือนแรก มูลค่าการค้ารวมระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาจะลดลง 12.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แต่ยอดการนำเข้าและส่งออกของจีนกับคู่ค้าภูมิภาคอื่น ๆ กลับเติบโตขึ้นอย่างน่าจำเริญ โดยการค้ากับอาเซียน สหภาพยุโรป และลาตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 15.7%, 13.2% และ 15.3% ตามลำดับ
ขณะที่มูลค่าการค้ากับเกาหลีใต้พุ่งสูงขึ้นถึง 34.3% และสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 10% ส่งผลให้ "เครือข่ายมิตรภาพ" แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลและได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Win-Win Cooperation) ระหว่างจีนและนานาประเทศขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน การปลดปล่อยศักยภาพของรูปแบบธุรกิจและโมเดลการค้าใหม่ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สร้างการเติบโตให้แก่ภาคการค้าต่างประเทศของจีน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การค้าผ่านการจัดซื้อในตลาด" (Market Procurement Trade) ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการส่งออกสินค้าจากตลาดเฉพาะทางที่มีลักษณะ “หลากหลายประเภท หลายรอบการส่งออก และปริมาณต่อครั้งไม่มาก”
ด้วยจุดเด่นด้านขั้นตอนการดำเนินงานที่สะดวกสบาย ระบบการชำระเงินตราต่างประเทศที่ยืดหยุ่น และการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้โมเดลธุรกิจนี้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในระบบการค้าต่างประเทศของจีนยุคปัจจุบัน
การค้าต่างประเทศเปรียบเสมือนหน้าต่างบานสำคัญในการสะท้อนภาพรวมทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งผลประกอบการในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ที่สามารถ "รักษาปริมาณได้มั่นคงและยกระดับคุณภาพได้ชัดเจน" ได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอันแข็งแกร่งและแรงขับเคลื่อนภายในที่เปี่ยมพลังของเศรษฐกิจจีนอย่างเต็มที่
อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงในการเดินหน้ายกระดับคุณภาพการค้าต่างประเทศ รวมถึงการขยายตลาดคู่ค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นต่อไป
แม้ในปัจจุบันตลาดโลกจะยังคงเผชิญกับปัจจัยที่ไร้เสถียรภาพและความไม่แน่นอนในหลายด้าน แต่เงื่อนไขสนับสนุนและแนวโน้มพื้นฐานที่เกื้อหนุนให้เศรษฐกิจจีนเติบโตในระยะยาวยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยข้อได้เปรียบและพลังชีวิตของการค้าต่างประเทศจีนยังคงปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนยังคงอยู่ในแดนขยายตัว โดยตัวชี้วัดสำคัญอย่างยอดคำสั่งซื้อส่งออกใหม่และการนำเข้ายังคงมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
การเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แนวโน้มที่ดีของการค้าต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานดำเนินไปได้อย่างมั่นคง จะเป็นแรงส่งต่อเนื่องในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคการค้าต่างประเทศของจีนให้ก้าวสู่ระดับคุณภาพสูงต่อไปอย่างยั่งยืน