โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สหภาพแรงงานฯ’ ร้อง ‘กมธ.คมนาคม’ แก้ไขปัญหาภายใน รฟท.

เดลินิวส์

อัพเดต 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 1.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย” ร้อง “กมธ.คมนาคม” แก้ไขปัญหาภายใน รฟท. ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการให้บริการประชาชน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อขอให้พิจารณาหาข้อเท็จจริงและเร่งรัดเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภายในของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการให้บริการประชาชน โดยในปัจจุบัน รฟท. กำลังเผชิญกับวิกฤติปัญหาภายในอย่างรุนแรงในหลายด้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพความปลอดภัยในการเดินรถและเสถียรภาพทางการเงินขององค์กร จึงขอให้คณะ กมธ.การคมนาคม ได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการศึกษาติดตามเร่งรัดให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมดำเนินการแก้ไขปัญหาด่วนใน 3 ประเด็นดังนี้

1.ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร จากมติคณะรัฐมนตรีปี 2541 กำหนดให้ รฟท. รับพนักงานใหม่ได้เพียง ร้อยละ 5 ของจำนวนผู้เกษียณ ส่งผลให้จำนวนพนักงานลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมกว่า 18,000 คน เหลือเพียงประมาณ 8,200 คนในปัจจุบัน ขณะที่อีก 3-4 ปีข้างหน้า จะมีพนักงานเกษียณเพิ่มอีกจำนวนมาก ส่งผลให้บุคลากรต้องทำงานหนัก ทำล่วงเวลา และทำงานวันหยุดต่อเนื่อง จนกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าล่วงเวลา

2.ปัญหาทรัพยากรและขบวนรถเก่า รถโดยสารและอุปกรณ์จำนวนมากมีอายุใช้งานเกิน 30 ปี ทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพและค่าซ่อมบำรุงสูง เนื่องจากอะไหล่บางรุ่นเลิกผลิตแล้ว สหภาพแรงงานจึงเสนอให้มีการจัดซื้อรถโดยสารและรถดีเซลรางรุ่นใหม่ แต่โครงการถูกชะลอเพราะกังวลเรื่องภาระหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งที่ในอนาคตโครงการรถไฟทางคู่จะแล้วเสร็จ หากไม่มีขบวนรถเพียงพอ ก็จะไม่สามารถให้บริการประชาชนได้เต็มประสิทธิภาพ

3.ปัญหาหนี้สะสมของ รฟท. ปัจจุบันมีหนี้สะสมกว่า 322,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการดำเนินงานตามนโยบายรัฐในการให้บริการสาธารณะ ซึ่งเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนจริงมาก เช่น รถโดยสารเชิงสังคมเก็บค่าโดยสารเพียงกิโลเมตรละ 24 สตางค์ ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่กว่า 3 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้ขาดทุนต่อเนื่อง และแม้กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลต้องชดเชยผลขาดทุน แต่ที่ผ่านมาได้รับการชดเชยไม่ครบ ส่งผลให้ รฟท. ต้องกู้เงินเพิ่มและแบกรับดอกเบี้ยปีละหลายพันล้านบาท

สหภาพแรงงานฯ ย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการบริหารงาน แต่เป็นผลจากโครงสร้างและนโยบายที่สะสมมานาน จึงต้องการให้ กมธ.คมนาคม นำข้อมูลไปผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ รฟท. สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนได้รับบริการขนส่งทางรางที่มีคุณภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นายศุภณัฐ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เป้าหมายสูงสุดของ กมธ.คมนาคม คือการทำให้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมีประสิทธิภาพและสามารถให้บริการพี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุด จากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยได้รับฟังอย่างจริงจังคือเสียงสะท้อนจากสหภาพแรงงานฯ ซึ่งในวันนี้ได้ฟังอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นข้อเสนอเพื่ออนาคตและการขับเคลื่อนองค์กรในระยะยาว โดยหนึ่งในปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพในการให้บริการประชาชน ทั้งพนักงานขับรถและช่างซ่อมบำรุงที่มีจำนวนไม่เพียงพอ เมื่อช่างไม่พอ รถก็ไม่ได้รับการซ่อมบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเมื่อพนักงานขับรถมีน้อยเกินไป ก็ย่อมส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการและอาจเกิดความผิดพลาดได้

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญคือ เรื่องการปรับปรุงรถโดยสาร หลายคนอาจถามว่าทำไมต้องเร่งปรับปรุง คำตอบคือ หากการรถไฟฯ ยังใช้รถรุ่นเก่าต่อไป ทุกกิโลเมตรที่วิ่งย่อมหมายถึงการขาดทุน แต่หากสามารถปรับปรุงรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนต่อกิโลเมตร และลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการได้ ก็จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว และปัญหาใหญ่ที่สุดคือ หนี้สินหากยังดำเนินการเช่นเดิมและไม่กล้าปรับโครงสร้างอย่างจริงจัง หนี้ก็จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามสำคัญคือ ใครจะเป็นผู้รับภาระหนี้เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงรัฐบาลปัจจุบันหรือผู้บริหารในอดีต แต่คือประชาชนและลูกหลานของพวกเราทุกคน เพราะหนี้ของรัฐวิสาหกิจท้ายที่สุดก็มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ กมธ.การคมนาคม ต้องเปิดพื้นที่ให้สหภาพแรงงานฯ ได้สะท้อนปัญหาที่แท้จริง ซึ่งที่ผ่านอาจไม่เคยถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา อาจไม่เคยได้ยินผู้บริหารออกมายอมรับว่าบุคลากรไม่เพียงพอ หรือแสดงแผนแก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ รวมถึงไม่เคยเห็นการประเมินภาพอนาคตอย่างชัดเจนว่า โดยอีก 10-20 ปี ข้างหน้า สถานการณ์จะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงเพียงใด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ กมธ. คาดหวังจากผู้บริหารและรัฐบาล และต่อจากนี้คณะ กมธ.การคมนาคม จะเปิดพื้นที่ให้ทั้งฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานฯ เข้ามาชี้แจง แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในระยะยาวต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...