“หมอวรงค์” ล็อกเป้า “TH-AI Passport”สถานีต่อไป ป.ป.ช. ระวังซ้ำรอย "จำนำข้าว" ** จบไม่สวย! เมื่อคู่กรณีเจอคนจริง อย่าง “เสรีพิศุทธ์”
ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ “หมอวรงค์” ล็อกเป้า “TH-AI Passport”สถานีต่อไป ป.ป.ช. ระวังซ้ำรอย "จำนำข้าว"
สภาเดือดปุด เมื่อ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดหน้าชกแบบไม่กลัวเกรง แต่อภิปรายอยู่ดีๆ กลับโดน “ประธานซาเล้ง” โสภณ ซารัมย์ สับสวิตช์ปิดไมค์เฉย จน “หมอวรงค์” ถึงกับเอ่ยปากเพิ่งเคยเจอ "เผด็จการรัฐสภา" ที่มาจากการเลือกตั้งก็วันนี้แหละ
เรื่องของเรื่องคือ หมอวรงค์ "ล็อกเป้า" ตั้งใจจะเข้าสภาฯ ไปชำแหละ โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่มีมูลค่าสูงถึง1,621 ล้านบาท โดยจับพิรุธใน TOR อาทิ ล็อกสเปกจอโฆษณาใน TOR ข้อ 4 บังคับว่า ต้องมี "จอดิจิทัล" ในร้านสะดวกซื้อ ไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ซึ่ง “หมอวรงค์” ชี้เป้าว่า มีเจ้าใหญ่เจ้าเดียว
“หมอวรงค์”ยังสืบลึกไปอีกว่า จอในร้านสะดวกซื้อเหล่านั้น บริหารโดย บริษัท Plan B แถมตัวแทนของกิจการร่วมค้าที่ชนะประมูล ก็ดันเคยเป็นอดีตผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ Plan B ซะด้วย
ที่พีกสุด คือ หมอวรงค์ แฉว่า มีบริษัทหนึ่งที่เข้าร่วมสืบราคากลางโครงการระดับพันล้าน แต่พอไปดูที่ตั้ง กลับเป็นแค่บ้านพักอาศัยที่มีที่จอดรถแค่คันเดียว
งานนี้ “หมอวรงค์” ประกาศชัดว่า ไม่ได้กล่าวหาบริษัทเอกชน แต่กล่าวหารัฐบาล ที่ออก TOR เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบริษัทเดียว!
แต่พอ “หมอวรงค์” เริ่มเอ่ยชื่อตัวละคร ทางสส.ฝั่งภูมิใจไทย ก็พากันลุกขึ้นประท้วงกันระงม ฝั่ง “ประธานซาเล้ง” โสภณ ซารัมย์ ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก็ร่วมด้วยช่วยน้ำเงิน ออกโรงเบรกว่า เรื่องรายละเอียดเก็บไว้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้คุยแค่หลักการก็พอ แต่ “หมอวรงค์” มีหรือจะถอย สวนกลับไปกลัวอะไรกันนักกันหนาเรื่องนี้ประชาชนสนใจกันทั้งประเทศ
งานนี้ทำเอา “ทั่นประธานซาเล้ง” เห็นท่ารับมือไม่ไหว สั่ง "ปิดไมค์" ปิดการรับรู้ เกรงว่าขืนปล่อยไป อาจจะกลับบุรีรัมย์ เข้าหน้า"นายใหญ่"ไม่ติด ฐานไม่ปกป้อง "นายน้อย"
ฟังว่า แม้จะโดนปิดไมค์ในสภา แต่ “หมอวรงค์” ไม่จบง่ายๆ แถมฝากไปถึงรัฐบาลว่า แม้ "ลูกนก ไชยชนก ชิดชอบ" รัฐมนตรีดีอี จะบอกว่าไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ แต่ขอให้ดู “คดีจำนำข้าว" ในอดีตไว้เป็นอุทาหรณ์ ที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ บอกไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายศาลฎีกา ก็ตัดสินว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
สถานีต่อไป? “หมอวรงค์” ประกาศกร้าว วันที่ 26 มิถุนายน นี้ เตรียมหอบหลักฐานเด็ดทั้งหมด มุ่งตรงไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ลากไส้โครงการนี้ให้สิ้นซาก
งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป… โปรดเตรียมป๊อปคอร์น รอชมตอนต่อไปได้เลย!
++ จบไม่สวย! เมื่อคู่กรณีเจอคนจริง อย่าง “เสรีพิศุทธ์”
คดี “เขากระโดง” กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง เมื่อ“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” เดินหน้าลุย เอากันให้รู้ดำ รู้แดง ว่าอิทธิพลทางการเมืองของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ หรือ จะสู้คำพิพากของศาล!
งานนี้ ทั้ง“เนวิน ชิดชอบ- ไชยชนก ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล” คือเป้าหมายที่ “เสรีพิศุทธ์” พุ่งชน
เพราะพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีใครแตะเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องคาใจของสังคม “เสรีพิศุทธ์” จึงต้องฉายเดี่ยว !
ตามปูมประวัติในช่วงที่เป็นนายตำรวจ ไม่ว่ามาเฟียจะยิ่งใหญ่ มีอิทธิพลแค่ไหน ที่เจ้าหน้าที่ไม่อยากยุ่งด้วย ถ้าทำผิดกฎหมายแล้วถูก“เสรีพิศุทธ์” หมายหัว มักจะจบไม่สวย
ดู “ป.ประตูน้ำ” เจ้าพ่อบ่อนเมืองหลวง หรือ “กำนันเป๊าะ” ผู้ยิ่งใหญ่ภาคตะวันออก เป็นตัวอย่าง
เมื่อเข้ามาเป็นนักการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ก็เปิดหน้าชนกับกลุ่มอำนาจของ “พี่น้อง 3ป.”
โดยช่วงปี 2562–2563 “เสรีพิศุทธ์” ในฐานะ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เปิดเกมตรวจสอบหลายเรื่อง ที่กระทบต่อรัฐบาล และเครือข่ายอำนาจของ “3ป.” โดยเฉพาะกรณีนาฬิกาหรูของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้น
“ปารีณา ไกรคุปต์” กับ “สิระ เจนจาคะ” สอง สส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ปวารณาตัวเป็น “เด็กลุงป้อม” แล้วแท็กทีมถล่ม “เสรีพิศุทธ์” จากหลายสาเหตุ
“ปารีณา” ไม่พอใจที่ถูกตรวจสอบเรื่องที่ดิน ส.ป.ก. และมีการโต้เถียงกับ “เสรีพิศุทธ์”แบบถ่ายทอดสดออกสื่อ หลายครั้ง
ส่วน “สิระ” พยายามเคลื่อนไหวให้เปลี่ยนตัวประธาน กมธ.ป.ป.ช. หาว่า “เสรีพิศุทธ์” บริหารการประชุมไม่เหมาะสม
แถมยังพานักข่าวไปตรวจสอบบ้านของ “เสรีพิศุทธ์” ว่าสร้างท่าเทียบเรือรุกล้ำแม่น้ำ กล่าวหาเรื่องมาตรฐานการตรวจสอบ
การประชุม กมธ.ป.ป.ช. หลายครั้งถึงขั้น “ด่ากันกลางห้องประชุม” จน “ชวน หลีกภัย” ต้องเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย
สุดท้ายเป็นไง “ปารีณา” ถูกตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต จากเรื่องที่ดิน สปก. เล้าไก่ ส่วน“สิระ”ถูกจำคุกด้วยคดีหมิ่นประมาท
ส่วน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เจออภิปรายเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ ไม่ครบถ้อยคำ เรื่องนี้ระหว่างการอภิปราย “ศุภชัย โพธิ์สุ” รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พยายามเบรกไม่ให้ “เสรีพิศุทธ์” อภิปราย พร้อมขู่ว่า หากไม่เชื่อฟังก็จะให้เจ้าหน้าที่มาหิ้วออกนอกห้องประชุม
“ศุภชัย” บอกว่า ไม่กลัวเสรีพิศุทธ์ที่มีฉายา“วีรบุรุษนาแก” เพราะตนเองก็มีฉายา “สหายแสง” ตอนที่เข้าป่า ไปร่วมรบกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
แล้วเมื่อเร็วๆนี้ “สหายแสง” ก็มีอันเป็นไป ถูกศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์การเมืองตลอดชีวิต เพราะไปเล่นแร่แปรธาตุ ยึดครองที่ป่าดงพะทาย จ.นครพนม ซึ่งทางการจัดสรรไว้ให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน …ต้องหมดอนาคตทางการเมืองไปอีกคน
“ทักษิณ ชินวัตร” นี่ก็โดนฤทธิ์ของ “เสรีพิศุทธ์” มาแล้ว จากเรื่อง “ป่วยทิพย์” ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ
“เสรีพิศุทธ์” เข้ามาจับเรื่องนี้ เพราะสังคมวิพากวิจารณ์ สงสัยกันมากว่าการเข้ารักษาตัวของ “ทักษิณ” เป็นไปตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ หรือไม่
“เสรีพิศุทธ์” เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยเข้าเยี่ยม“ทักษิณ” ที่ชั้น 14 แล้วออกมาบอกถึงสิ่งที่เห็นว่า ไม่ปรากฏลักษณะของคนป่วยหนัก จึงได้รวบรวมข้อมูล หลักฐาน เกี่ยวกับกรณีชั้น 14 ส่งมอบให้ฝ่ายค้าน รวมทั้งให้ข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง
จนในที่สุดก็นำไปสู่การตรวจสอบของศาลฎีกา เกี่ยวกับการบังคับโทษและการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 แล้วสั่งให้ “ทักษิณ” กลับเข้าเรือนจำไปรับโทษเป็นเวลา 1 ปี
หลายๆ ตัวอย่างที่ยกมานี้ หลายคนอาจคิดไปว่า “เสรีพิศุทธ์” แขวน “พระไพรีพินาศ” หรือเปล่า จึงทำให้ฝ่ายตรงข้าม ต้องมีอันเป็นไป
แต่ถ้ามองในข้อเท็จจริง อิงข้อกฎหมายแล้ว จะเห็นว่านายตำรวจเก่าอย่าง “เสรีพิศุทธ์” มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย รู้ว่าสิ่งใดคือพยาน หลักฐานสำคัญ ในการฟ้องร้องคดี
ที่สำคัญคือ “เสรีพิศุทธ์” เป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยลืมคู่ขัดแย้ง และมักเปิดเกมตอบโต้ด้วยข้อมูล หลักฐาน หรือการตรวจสอบ มากกว่าการประนีประนอม ยอมถอยเมื่อสมประโยชน์
จึงน่าติดตามยิ่ง ว่าบทสรุปของ “คดีเขากระโดง-เนวิน-ไชยชนก-อนุทิน” จะลงเอยอย่างไร จะแค่เลือดสาด หรือถึงขั้นหัวขาด!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO