สมดุลเมืองกับปากท้อง โจทย์ใหญ่ ผู้ว่าฯ กทม. จัดสรรพื้นที่ทางเท้าอย่างไรให้ลงตัว
วันนี้ (26 มิ.ย.2569) "ร้านหาบเร่แผงลอย" เป็นพื้นที่ฝากท้องที่สำคัญของคนเมือง ด้วยอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย หาซื้อได้ง่าย และราคาที่เอื้อมถึงได้ ทำให้กลายเป็นแหล่งฝากท้องหลักของคนเมืองชนชั้นกลางถึงล่าง อย่างไรก็ตาม หลายครั้งร้านหาบเร่แผงลอยก็กลายเป็นอุปสรรคของผู้ใช้ทางเท้าได้ เช่น ทำให้ทางเดินแคบลง ปัญหาขยะและของเสียจากการทำอาหาร ทำให้ กทม. มีความพยายามจะจัดระเบียบอยู่หลายครั้ง เพื่อให้ได้ทางเท้าที่น่าเดิน และเมืองที่สะอาด แต่การจัดระเบียบนี้เองอาจต้องแลกมากับอาหารราคาถูกที่หายไป และอาชีพของหลายครอบครัวหรือไม่
ข้อมูลจาก กทม. รายงานว่าในปี 2565 มีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนอกจุดผ่อนผัน 726 จุด 13,210 ราย และในจุดผ่อนผัน 86 จุด 5,681 ราย โดยที่ผ่านมา กทม. ก็มีความพยายามในการไล่รื้อ และจัดระเบียบผู้ค้าที่อยู่นอกจุดผ่อนผัน โดยมีการตั้งพื้นที่การค้าทดแทน 36 จุด และมีศูนย์อาหาร Hawker Center ที่จัดเป็นพื้นที่ขายถาวรให้กับร้านหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้ค้าที่อยู่ในรายชื่อของ กทม. จะได้รับสิทธิในการเช่า ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 จุด
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการจัดระเบียบจุดผ่อนผันเพิ่มขึ้น ประมาณ 50 จุด และ Hawker Center ซึ่งสามารถรองรับผู้ค้าได้น้อยกว่าที่ไล่รื้อไป เช่น ที่สวนลุมพินีรองรับได้ประมาณ 136 รายเท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้ค้าที่ถูกไล่รื้อไปโดยไม่สามารถจับจองพื้นที่ค้าขายที่ทดแทนได้ ก็จะสูญเสียอาชีพ และรายได้ไปโดยปริยาย อีกทั้งผู้บริโภคก็จะสูญเสียแหล่งอาหารราคาถูกอีกด้วย
แผงลอยทางเลือกของคนเมือง
ถ้าเทียบกับในห้างเราต้องกินข้าวมื้อละร้อยขึ้นไป แต่ถ้าร้านข้างทางหลักสิบก็อิ่มแล้ว
น.ส.ปิยะพร พนักงานออฟฟิศ อายุ 24 ปี เล่าว่า ปกติชอบกินอาหารข้างทางอยู่แล้ว เพราะมีความรู้สึกว่าได้เดิน อาหารอร่อยถูกปาก ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับในห้างสรรพสินค้าที่เธอทำงานอยู่ น.ส.ปิยะพรยังเสริมอีกว่า เธอมาทำงานไกลจากที่พัก การที่มีอาหารในราคาประหยัดเข้าถึงได้นั้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
หากไม่มีร้านข้างทาง หรือหาบเร่แผงลอย ก็คงจะรู้สึกเสียใจ และไม่รู้ว่าจะไปกินอาหารที่ไหน การใช้ชีวิตก็ลำบากขึ้น หรืออาจต้องกลับไปกินในห้าง
เช่นเดียวกับ น.ส.แก้ว อายุ 30 ปี ช่างทำผม เผยว่า การที่เธอเลือกที่จะมากินร้านหาบเร่แผงลอย เพราะนอกจากราคาที่ถูกแล้ว ยังเป็นเรื่องของเวลาในการรอคิว หากกินในห้างสรรพสินค้าจะต้องรอคิวนาน ขณะเดียวกันร้านหาบเร่แผงลอยเดินทางสะดวก ไม่ไกล ไม่ต้องรอคิวนาน
ทั้งนี้ในช่วงหลายเดือนก่อนที่บริเวณนี้มีการปรับปรุงทางเท้า ทำให้ร้านหาบเร่แผงลอยหายไปช่วงหนึ่ง เธอเล่าว่า ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบ หรือลำบากมากนัก แค่ต้องเดินไปไกลขึ้นเท่านั้น และหากวันหนึ่งร้านแผงลอยหายไปจริง ๆ เธอก็จะเลือกทำอาหารมารับประทานเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตแทน
หาบเร่แผงลอยแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องทำตามกฎอย่างเข้มงวด
การเปิดร้านหาบเร่แผงลอยไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทาง กทม.ก็มีหลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติตาม ได้แก่ ถนนที่มีช่องการจราจรตั้งแต่ 3 ช่องขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถทางเดียวหรือสวนทาง เมื่อจัดวางแผงแล้วจะต้องเหลือพื้นที่ว่างให้สัญจรไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยสำนักงานเขตจะทบทวนความเหมาะสมของความเป็นพื้นที่ทางการค้าทุก 2 ปี
ในขณะที่ถนนที่มีช่องการจราจรน้อยกว่า 3 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินรถทางเดียวหรือสวนทาง เมื่อจัดวางแผงแล้วจะต้องเหลือพื้นที่ว่างให้สัญจรไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร โดยสำนักงานเขตจะทบทวนความเหมาะสมของความเป็นพื้นที่ทางการค้าทุก 1 ปี
แผงค้าต้องมีขนาดไม่เกิน 3 ตร.ม. ความลึกของแผงไม่เกิน 1.5 เมตร จัดวางแผงค้าได้เพียงฝั่งเดียว ให้ชิดกับด้านถนนและต้องห่างจากผิวจราจรไม่เกิน 50 ซม. เว้นระยะห่าง 3 เมตร ทุกระยะ 10 แผงค้า เพื่อเป็นทางเข้าออกฉุกเฉินรูปแบบ ลักษณะแผงค้าและสิ่งประกอบแผงค้า เช่น ร่ม หลังคาแผงค้า ต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมาะสมกับลักษณะพื้นที่
อีกทั้งผู้ค้าต้องร่วมกันดูแลพื้นที่ให้สะอาด หากผู้ค้าไม่ปฏิบัติตามก็จะยกเลิกจุดผ่อนผันทั้งหมด และไม่สามารถนำสิทธิ์ไปปล่อยเช่าต่อ ต้องมีการยืนยันตัวตน
ผู้ค้าสะท้อนจัดระเบียบเมือง ย้ำแผงลอยยังจำเป็นต่อ ปชช.
น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 54 ปี แม่ค้ารถเข็นขายอาหาร ซึ่งขายของในบริเวณสีลมมานานกว่า 20 ปี กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ และแม้บริเวณดังกล่าวจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารจำนวนมาก แต่เธอมองว่าร้านค้าริมทางยังคงเป็นวิถีชีวิต และทางเลือกสำคัญของคนทำงาน โดยเฉพาะในด้านความสะดวกสบาย และราคาที่เข้าถึงได้
พยายามดูแลพื้นที่ให้สะอาด เพราะถ้าพื้นที่สกปรกก็จะมีคนร้องเรียนได้ ร้านค้าที่อยู่ตรงนี้ขายกันมานานกว่า 20 ปี และมีรายชื่ออยู่กับสำนักงานเขตอยู่แล้ว
น.ส.เอ เผย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ร้านหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ต้องปรับตัวตามมาตรการจัดระเบียบทางเท้าของภาครัฐ โดยผู้ค้าที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายในพื้นที่จะต้องเสียค้าที่ให้รัฐดือนละ 500 - 1,000 บาท ต้องรักษาความสะอาด เก็บอุปกรณ์ออกจากพื้นที่หลังเลิกขายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ทางเท้าของประชาชน
ร้านรถเข็นส่วนใหญ่เมื่อเลิกขายแล้วก็จะนำไปฝากเช่าในบริเวณใกล้เคียงที่รับฝากเช่ารถเข็น หากไม่จัดเก็บให้เรียบร้อยก็จะโดนร้องเรียน หรือตักเตือนทั้งจากเจ้าหน้าที่ และการร้องเรียนผ่านระบบจากประชาชน
คนที่มีรายชื่ออยู่เดิมบางส่วนเอาสิทธิไปปล่อยต่อ ทำให้เกิดค่าเช่าที่สูงขึ้น พอมีการยกเลิกพื้นที่ค้าขาย ระบบแบบนั้นก็หายไปด้วย
น.ส.เอ เล่าว่า การจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ย่านดังกล่าวเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้นในช่วงรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดกลางคืนที่เคยเปิดให้ขายสินค้า ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกการใช้พื้นที่ เพราะก่อนหน้านี้มีการนำสิทธิการค้าของผู้ค้าที่มีรายชื่ออยู่ในระบบไปปล่อยต่อให้คนอื่นเช่าพื้นที่ในราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การยกเลิกพื้นที่ค้าขายดังกล่าวในเวลาต่อมา
และสำหรับโครงการ Hawker Center บริเวณสวนลุมพินี เธอมองว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะช่วยจัดระเบียบร้านค้าให้มีความสะอาดและเป็นสัดส่วนมากขึ้น พร้อมระบุว่าหากมีการพัฒนาพื้นที่ลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติม ก็ควรอยู่ใกล้แหล่งลูกค้าเดิม เนื่องจากหากย้ายออกไปไกล ลูกค้าอาจไม่เดินทางตามไปซื้อ
ถ้าต้องย้ายออกไปไกล คนกินก็คงไม่ตามไป แต่ถ้ามีพื้นที่ที่เป็นระเบียบ สะอาด และอยู่ใกล้แหล่งลูกค้าเดิม ก็เชื่อว่าจะช่วยให้ทั้งคนขายและคนกินอยู่ได้
นอกจากนี้ เธอยังเสนอว่า พื้นที่สำหรับผู้ค้าควรมีการจัดสรรเป็นโซนอย่างชัดเจน แยกประเภทสินค้า และกำหนดค่าเช่าในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ร้านค้าสามารถประกอบอาชีพได้ท่ามกลางต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เธอนั้นก็มีความกังวลต่ออนาคตของพื้นที่ค้าขายในปัจจุบัน หลังได้รับข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวกำลังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลให้ร้านค้าหาบเร่บางส่วนต้องหยุดประกอบอาชีพ หรือหาสถานที่ขายใหม่
ทางด้าน น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 47 ปี แม่ค้าขายผลไม้รถเข็นริมทางเท้า กล่าวว่า เธอชอบขายของบริเวณข้างทางมากกว่าที่เป็นศูนย์อาหารที่มีการจัดให้ เนื่องจากการขายตามทางเท้าจะทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่า เพราะใกล้ออฟฟิศ ใกล้โรงเรียน ใกล้ที่ทำงาน ทำให้เวลาลูกค้าจะมาซื้อของก็สามารถหาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกล อีกทั้งร้านแผงลอยมักจะมีราคาถูกกว่าร้านในห้างสรรพสินค้า
Hawker Center ที่ทำกินใหม่ของแผงลอย
ปัจจุบันพื้นที่ Hawker Center ในกทม. มีอยู่ทั้งหมด 4 จุด ได้แก่ สวนลุมพินี ใต้ทางด่วนเพลินจิต หลังศาลาว่าการเสาชิงช้า และใต้สะพานตลาดพลู ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ค้าที่ได้มีสิทธิ์เข้าไปจับจองพื้นที่ค้าขาย
น.ส.จิมจู แซ่เตียน อายุ 70 ปี แม่ค้าขายของที่ศูนย์อาหาร Hawker Center สวนลุมพินี กล่าวว่า เธอขายของอยู่รอบสวนลุมพินี รวม ๆ แล้วกว่า 40 ปี ก่อนที่จะย้ายมาขายที่ศูนย์อาหารแห่งนี้ มีความลำบากตรงที่ไม่มีร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง ทั้งเรื่องลมฟ้าอากาศที่เป็นอุปสรรค เคยโดนเทศกิจจับแล้ว 4 ครั้งแล้ว
น.ส.จิมจู กล่าวต่อว่า เมื่อได้เข้าไปขายที่ศูนย์อาหารก็ขายดีขึ้น และมีที่ตั้งร้านเป็นหลักแหล่ง โดยในการเข้ามาขายที่ศูนย์อาหาร ทางเขตจะให้สิทธิ์แก่ผู้ค้าเจ้าเก่าที่เคยขายอยู่บริเวณรอบสวนลุมพินีก่อน แล้วจึงให้จับฉลากสุ่มล็อกขายของในศูนย์อาหาร
สอดคล้องกับ น.ส.นิด อายุ 52 ปี แม่ค้าร้านน้ำที่ขายของมามากกว่า 10 ปี เล่าว่า ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ศูนย์อาหาร Hawker Center เธอนั้นก็เคยเป็นร้านรถเข็นแผงลอยมาก่อนในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ซึ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการโดนไล่ที่ หรือการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ
อย่างน้อยเราก็มีที่ขายเป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ที่เหมือนเมื่อก่อน
น.ส.นิด กล่าวว่า การมีพื้นที่ศูนย์อาหารที่รวมร้านที่เคยเป็นหาบเร่ แผงลอยมาก่อน ทำให้เธอไม่ต้องกังวลว่าจะโดนไล่ที่เหมือนเคย พร้อมทั้งยังไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการตากแดด ลม หรือฝน ทำให้สะดวกสบายในการค้าขายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เธอยังมองว่าร้านค้าข้างทางยังเป็นวิถีชีวิตของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของร้านที่ต้องการอาหารในราคาประหยัด และใกล้ที่ทำงาน เนื่องจากอาหารภายในศูนย์อาหาร และร้านค้าบริเวณนี้มีราคาเริ่มต้นราว 40-60 บาท ซึ่งถูกกว่าการรับประทานอาหารในห้างสรรพสินค้าที่บางร้านเริ่มต้นหลักร้อย
ผู้ค้าหาบเร่มีส่วนร่วมจัดระเบียบเมือง
นายปรีชา ไทยสงเคราะห์ ประธานสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร กล่าวในเวที Think Tank Bangkok ว่า ที่ผ่านมาเห็นถึงความพยายามในการพัฒนาเมืองที่ดีทั้งทางเท้า และพื้นที่สีเขียว แต่สิ่งเหล่านี้ต้องแลกไปกับผู้ค้าริมทางกว่าหมื่นชีวิตที่ต้องเสียอาชีพนี้ไป จริงอยู่ที่ในปัจจุบันจะมี Hawker Center แต่ก็ยังมีผู้ค้าอีกมากที่ได้รับผลกระทบ
นายปรีชา จึงอยากเห็นนโยบาย และ วิสัยทัศน์ ของผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปว่าจะมีแนวทางไหนที่ภาคผู้ค้าได้ตกลงร่วมกับทาง กทม. เพื่อหาทางออกของเรื่องนี้
- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ว่าจะรักษาความสมดุลระหว่างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และเรื่องปากท้องอย่างไร ยังยืนยันว่าร้านหาบเร่แผงลอยมีความสำคัญต่อทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ ที่ผ่านมามีการจัดระเบียบพื้นที่ผ่อนผันหาบเร่แผงลอยมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำคือการหาที่รองรับหาบเร่แผงลอยในการจัดระเบียบเมือง และที่สำคัญคือต้องไม่เบียดบังสิทธิของคนใช้ทางเท้า
- นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชี้ ร้านค้าหาบเร่แผงลอยยังจำเป็นต่อประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องด้วยค่าครองชีพที่สูง ทำให้ร้านอาหารราคาถูกเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต จึงมีนโยบายที่จะเพิ่มพื้นที่ค้าขาย สร้างโรงอาหารราคาถูกทั้งหมด 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ โดยจะอาศัยพื้นที่ของเอกชนแลกกับภาษีที่ดิน และพื้นที่ของ กทม.ที่มีศักยภาพพอในการสร้าง พร้อมทั้งมีการจัดระบบร้านค้าให้มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือเรื่องของการเรียกเก็บส่วย ที่ต้องให้ความสำคัญโดยเจ้าหน้าที่จะต้องติดกล้องตลอดการทำงานเพื่อความโปร่งใส
- นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เผย ร้านหาบเร่แผงลอย นอกจากเป็นแหล่งอาหารแล้วยังเป็นเสน่ห์ของกทม. อีกด้วย แต่ทั้งนี้ เรื่องนี้นั้นต้องได้รับการพัฒนา และดูแล รวมถึงจัดระเบียบทางเท้าอย่างเข้มงวด อีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องของการลงทะเบียนร้านหาบเร่แผงลอย ว่าต้องตรวจสอบว่าเป็นร้านหาบเร่ผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ รวมทั้งต้องตรวจสอบคนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นด้วย
รายงานโดย : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,นายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ่านข่าวอื่น :
จนท.เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 3 จังหวัด ยึดไอซ์-ยาบ้า 2.9 ล้านเม็ด
เอกวาดอร์พลิกโค่นเยอรมนี 2-1 ลิ่วน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026
เวเนฯ คาดแผ่นดินไหวทำตึกถล่ม-เสียหายหนัก 250 หลัง ตายพุ่ง 188 คน