โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“โกลเบล็ก” ชี้หุ้นไทย Sideway รับข่าวดีลงทุนภาครัฐ-ลุ้นเป้า 1,650 จุด

The Better

อัพเดต 13 ก.ค. เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. เวลา 04.08 น. • THE BETTER
บล.โกลเบล็ก (GBS) ชี้ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Sideway รับปัจจัยบวกจากการผ่านมติศาลรัฐธรรมนูญให้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเดินหน้าต่อได้ หนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ - ฟื้นความเชื่อมั่นในรอบ 4 เดือน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ดัชนีมีโอกาสปรับตัว Sideway อยู่ในกรอบ 1,600-1,650 จุด แม้ตลาดจะมีแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ปะทุขึ้น แต่ภาพรวมได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกหลายด้าน โดยเฉพาะมติศาลรัฐธรรมนูญ 7:2 ที่วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้โครงการลงทุนภาครัฐสามารถขับเคลื่อนต่อได้

รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมิถุนายนที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สะท้อนว่าประชาชนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ต่างประเทศ และได้รับอานิสงส์จากมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีจากการที่ BOI อนุมัติโครงการลงทุนของ 'เนสท์เล่' มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ในไทย ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของโลก ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศที่สนับสนุนตลาด ได้แก่ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่ลดลงเหลือ 215,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงท่าทีของรัฐบาลจีนที่ผ่อนคลายมาตรการต่อการนำเข้าเทคโนโลยีด้วยการยอมให้บริษัท AI นำเข้าชิป H200 จาก Nvidia ได้แบบจำกัด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตาม ปัจจัยเสี่ยง อย่างใกล้ชิดทั้งประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ รวมทั้งการประชุม FED ที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.7% ที่ FED จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ค. และให้น้ำหนัก 63.5% ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ ขณะเดียวกันกลุ่มซีพียื่นหนังสือถึง รฟท.ขอใช้สิทธิ์เลิกสัญญา"ไฮสปีดเทรน" ตามข้อ 6.2 เหตุรฟท.

นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาสถานการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อการลงทุน โดยเฉพาะในประเทศในสัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ ส่วนส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และสัปดาห์ที่ 5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ด้านสศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค และวันที่ 31 ก.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย และจะมีการประชุมกนง.ครั้งที่ 4/69 ในเดือนสิงหาคม ส่วนต่างประเทศ ในวันที่ 14-15 ก.ค. เควิน วอร์ช ประธาน FED จะแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรส โดยระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจ, การจ้างงาน, เงินเฟ้อ (CPI/PPI), ภาคการผลิต, สต็อกน้ำมัน, ยอดค้าปลีก, ตลาดที่อยู่อาศัย และยอดทำสัญญาขายบ้าน ส่วนวันที่ 28-29 ก.ค. จะเป็นการประชุมเฟดครั้งที่ 5/2569

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเดินหน้าโครงการภาครัฐภายใต้มติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยแนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ CK, STECON, WHAUP, CPALL และ CPAXT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...