โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOT เปิดกลยุทธ์ลงทุนขยายสนามบิน 3 แสนล้าน ทรานส์ฟอร์มองค์กรรับเติบโต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ปวีณา จริยฐิติพงศ์” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. กำลังอยู่ระหว่างการ “Transformation” องค์กรครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันวิชั่น “ศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน” โดยมียุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานถึงปี 2580 เพื่อมุ่งสู่การเป็น World - Class Aviation Hub ผ่านการพัฒนาท่าอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและนวัตกรรม ตลอดจนยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

AOT ทรานส์ฟอร์มองค์กร รับการเติบโต

“AOT เปรียบเหมือน ผู้หญิงสวยวัย 47 ปี ที่ต้องลบหน้าเก่าออกแล้วออกกำลังกายใหม่เพื่อให้ลีน (Lean) เซ็กซี่ และแข็งแรงขึ้น เพื่อกลับมาเป็นสาวแรกรุ่น ที่พร้อมแข่งขันด้วยเทคโนโลยี และ AI” เอ็มดี AOT กล่าว

ดังนั้น AOT จึงมีเป้าหมายในการ ปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กร และการทำงานให้มีความคล่องตัว (Lean) การขยายศักยภาพการรองรับของสนามบินให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย สามารถแข่งขันกับฮับสนามบินต่างๆได้ โดยนอกจากทอท.อยู่ระหว่างเดินหน้าแผนขยายสนามบิน ใช้งบลงทุน 3 แสนล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT

AOT จะมีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรที่ “ลีน” (Lean) ลดไขมัน การพัฒนาบุคลากรให้เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีทัศนคติเชิงบวกในการให้บริการผู้โดยสาร (Service Mindset)

การนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการต่างๆ อาทิ เครื่องเอกซเรย์สัมภาระ 3 มิติ (CT) และระบบตรวจจับวัตถุต้องห้ามด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน อีกทั้งยังตั้งเป้าให้การรับจ่ายเงินทั้งหมดเป็นระบบดิจิทัล (C-Pay) ภายใน 1-2 ปี เพื่อความรวดเร็วและลดภาระพนักงาน

ทอท.เปิดไทม์ไลน์ ลงทุนขยายสนามบิน 3 แสนล้าน

สำหรับแผนการขยายสนามบินของทอท. มูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 โดยในช่วง 5 ปีแรก ใช้งบลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด

แผนพัฒนา “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” จะดำเนินการใน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ “โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร ด้านทิศตะวันออก” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร จากศักยภาพรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการ 62.6 ล้านคนต่อปีไปแล้ว โดยจะขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารในปัจจุบัน เพิ่มพื้นที่อีก 81,000 ตารางเมตร และการนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปให้บริการ

แผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิ

ทำให้การรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เป็น 70 ล้านคนต่อปี โดยไม่ต้องขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารให้มากขึ้น โดยขณะนี้ทอท.ได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงคมนาคม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เพื่อขอเสนอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ หากพิจารณาแล้วเสร็จก็จะเสนอครม.อนุมัติโครงการต่อไป คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 – 2574

รวมถึงการดำเนินการลงทุนตาม “แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)” เพื่อขยายการรองรับของสนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี

โดยจะพัฒนา “ส่วนต่อขยายด้านทิศใต้ของสนามบิน” เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารอีก 750,000 ตารางเมตร ซึ่งจะแบ่งการพัฒนาเป็น 4 ช่วง 3 ระยะ ได้แก่

1.เตรียมการ (Pre-Phase) ระหว่างปี 2570 - 2572 เป็นช่วงการเตรียมความพร้อมของงานสาธารณูปโภค พื้นที่ชั้นล่างและออกแบบอาคาร เนื่องจากพื้นที่เดิมของสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นหนองงูเห่า ที่มีการทรุดตัว จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบถนนเชื่อมต่อบางนา-ตราด งานปรับปรุงคุณภาพดิน และการออกแบบอาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปีครึ่ง ก่อนก่อสร้างระบบถนนเชื่อมต่อและระบบสาธารณูปโภคต่อไป

2. การพัฒนาระยะที่ 1 ระหว่างปี 2572 - 2578 จะเริ่มก่อสร้าง “อาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้” เพื่อเพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคนต่อปี

3.การพัฒนาระยะที่ 2 ระหว่างปี 2572 - 2582 จะเริ่มก่อสร้างพร้อมระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถอีก 15 ล้านคนต่อปี รวมเมื่อโครงการส่วนนี้แล้วเสร็จ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะรองรับได้ 100 ล้านคนต่อปี

4.ระยะที่ 3 พิจารณาดำเนินการตามปริมาณผู้โดยสารในอนาคต โดยตั้งเป้าหากปริมาณผู้โดยสารขยับขึ้นไปแตะระดับ 100 ล้านคน ทอท.จึงจะเริ่มดำเนินการพัฒนาแผนแม่บทส่วนนี้ ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 หรือรันเวย์ 4

แผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้

อีกทั้งยังได้ตัดโครงการเดิมที่มีแผนจะก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (SAT-2) ออกไปเพื่อไปรวมพื้นที่เป็นอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) และคาร์โก้ เพื่อทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกที่ครบวงจร และการลงทุนนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการทั้งส่วนของผู้โดยสารและสายการบิน

ทั้งนี้การลงทุนด้านทิศใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เงินลงทุนสูงถึง 2 แสนล้านบาท เดิมเป็นแผนการลงทุนโครงการฯลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่ได้ปรับให้ทยอย แบ่งการลงทุนออกเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร

รวมถึงช่วยลดภาระทางการเงิน ไม่เป็นภาระด้านดอกเบี้ย และยังเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสนามบิน โดยเฉพาะการปิดปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลักที่เปิดใช้งานมากว่า 25 ปี ให้สามารถทำได้โดยไม่กระทบต่อศักยภาพการรองรับผู้โดยสารโดยรวม

อย่างไรก็ตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) ปัจจุบัน ทอท.ศึกษาร่างแผนแม่บทเสร็จแล้ว รอการพิจารณาจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กระทรวงการคลัง และสภาพัฒน์ เพื่อพิจารณาก่อนเสนอครม.ต่อไป

ส่วนการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 มีการปรับปรุงโครงการจากแผนในอดีต ให้สอดรับกับปัจจุบัน โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ พื้นที่ 208,000 ตร.ม.

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เป็น 40 ล้านคนต่อปี จากศักยภาพของสนามบินที่อยู่ที่ 30 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการ 31.3 ล้านคนต่อปี

ขยายสนามบินดอนเมือง เฟส 3

รวมถึงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 ที่ใช้งานมานานมาก การปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง คาดว่าจะก่อสร้างได้ในปี 2571-2577

แผนพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3

ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารประกวดราคา ดำเนินการคู่ขนานไปกับการขออนุมัติความเห็นชอบการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดของรายการ และขยายกรอบวงเงินลงทุนจาก 3.6 หมื่นล้านบาท เมื่อ 8 ปีก่อน เป็น 6.9 หมื่นล้านบาท และเสนอกระทรวงคมนาคม และสภาพัฒน์ ไปแล้ว เพื่อให้ครม.พิจารณาต่อไป

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 จะเพิ่มขีดการรองรับผู้โดยสารเป็น 20 ล้านคนต่อปี เพิ่มจากศักยภาพของสนามบินที่อยู่ที่ 8 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการ 9.3 ล้านคนต่อปี

โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ 98,000 ตรม. และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมทั้งหมดให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ พร้อมขยายและปรับปรุงลานจอดอากาศยาน และก่อสร้างพื้นที่จอดรถยนต์ 1,100 คัน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 แล้วเสร็จในปี 2577

ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอต่อบอร์ดทอท.พิจารณา และดำเนินการคู่ขนานไปกับการขออนุมัติการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอกระทรวงคมนาคม สภาพัฒน์ และครม.พิจารณาต่อไป

แผนขยายสนามบินของทอท.

ส่วนการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดการรองรับผู้โดยสารเป็น 18 ล้านคนต่อปี เพิ่มจากศักยภาพของสนามบินที่อยู่ที่ 12.5 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการ 17.3 ล้านคนต่อปี โดยจะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพิ่มขนาดพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร

การขยายอาคารเทียบเครื่องบิน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 2571 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบ โดยดำเนินการคู่ขนานไปกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) โดยคาดว่าจะจัดทำแผนแม่บทเสร็จสิ้นภายในปี 2569 ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2573 – 2577

ทั้งนี้คาดว่าเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถรับผู้โดยสารจาก 2.5 ล้านคนต่อปี รองรับผู้โดยสารปัจจุบัน 3.3 ล้านคนต่อปี เป็นขีดความสามารถใหม่ 7 ล้านคนต่อปี

ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้การบิน 60%

ในแง่ของการเพิ่มรายได้ ทอท.ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการบินในระยะยาว ให้อยู่ที่ 60% และรายได้ไม่ใช่การบิน (Non-Aero) อยู่ที่ 40% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 51:49

AOT ไม่ได้ทำเพียงแค่บริหารท่าอากาศยานเท่านั้น แต่ได้เพิ่มบทบาทในด้านการตลาดเชิงรุก โดยการวิเคราะห์เส้นทางบินที่ยังไม่มีผู้ให้บริการ (Unserved Routes) เพื่อจูงใจสายการบินให้เปิดรูทใหม่ๆบินตรงเข้าสู่ประเทศไทย โดยเน้นเจาะตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูง เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น

ขณะนี้ AOT มีโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้แก่สายการบินที่เปิดเส้นทางบินใหม่มายังท่าอากาศยานของ AOT ซึ่งโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ตุลาคม 2571 โดยมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลง ค่าบริการที่เก็บอากาศยาน และค่าใช้บริการสะพานเทียบเครื่องบิน

รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค และสนับสนุนเส้นทางต่อเครื่อง เช่น การเจรจากับสายการบินชั้นนำต่างๆ อย่าง Emirates และ Etihad เพื่อเปิดเส้นทางบินใหม่ที่น่าสนใจ

การขยายเส้นทางบินสู่ อเมริกาเหนือ (North America) เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีเพียงรูทแวนคูเวอร์ หรือการนำ “เสรีภาพด้านการบิน” (Aviation Freedoms) ทั้ง 9 ขั้น ซึ่งไทยไม่เคยใช้มาก่อน มาศึกษาและใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ส่วนการปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC)ระหว่างประเทศราว 34 ล้านคน อีก 130 บาท จาก 730 บาท เป็น 1,120 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้ปี 2570 จะมีรายได้เพิ่ม 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนขยายสนามบิน

ในปีงบประมาณ 2570 AOT คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารแบบระมัดระวัง (Conservative) โดยมองว่าจะเติบโตประมาณ 2% หรือคิดเป็นจำนวนผู้โดยสารประมาณ 129 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากปีปัจจุบันที่คาดว่าจะอยู่ที่ 126 ล้านคน) คาดหวังว่าสถานการณ์สงครามจะคลี่คลายมากขึ้น และบรรยากาศการเดินทางจะดีขึ้นในช่วงตารางบินฤดูหนาวนี้

ดึงเอกชนพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่า ดันรายได้เพิ่ม

ส่วนการเปิดให้เช่าและพัฒนาที่ดินแปลงทำเลทองรอบสนามบินทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 2,500 ไร่ เช่น คลังสินค้า โรงแรม ศูนย์การค้า ฯลฯ เพื่อพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวนั้น

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการแสดงความสนใจเข้ามาแล้วหลายราย อาทิ โรงแรมในพื้นที่สนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

“ตอนนี้ที่เสนอเข้ามาพบว่าเป็นธุรกิจโรงแรมหลายราย โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีอนุมัติไปบ้างแล้ว เช่น ธุรกิจสถานีบริการชาร์จ EV ส่วนที่ดินแปลงใหญ่ที่สุวรรณภูมินั้นส่วนใหญ่อยากทำ Airport Hotel แต่เราอยากพัฒนาที่ดินแปลง 723 ไร่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่มที่ไม่ใช่ธุรกิจการบิน

ทั้งหมดล้วนเป็นการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ AOT ที่จะยกระดับท่าอากาศยานสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...