โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมล็ดฟักทอง vs เมล็ดทานตะวัน เทียบประโยชน์สารอาหาร เลือกกินแบบไหนดีกว่ากัน?

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เทียบประโยชน์ เมล็ดฟักทอง vs เมล็ดทานตะวัน ของกินเล่นอุดมสารอาหาร เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

เทียบประโยชน์ เมล็ดฟักทอง vs เมล็ดทานตะวัน ของกินเล่นอุดมสารอาหาร เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

เมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวันต่างก็เป็นแหล่งของใยอาหาร (ไฟเบอร์) โปรตีน แมกนีเซียม และสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ ที่ดีทั้งคู่ ทว่าการจะดูว่าเมล็ดชนิดไหนให้คุณค่าทางโภชนาการแบบจัดเต็มมากกว่ากันนั้น อาจขึ้นอยู่กับว่าเมล็ดเหล่านั้นมีเปลือกหุ้มอยู่ภายนอกด้วยหรือไม่

เปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการ

เมล็ดที่แกะเปลือกหุ้มภายนอกออกแล้วจะเรียกว่า "เมล็ดกะเทาะเปลือก" (Hulled) ส่วนเมล็ดที่ยังมีเปลือกหุ้มอยู่จะเรียกว่า "เมล็ดไม่กะเทาะเปลือก" (Unhulled) โดยเมล็ดฟักทองนั้นสามารถกินได้ทั้งแบบกะเทาะเปลือกและไม่กะเทาะเปลือก แต่เมล็ดทานตะวันควรกินเฉพาะแบบที่กะเทาะเปลือกแล้วเท่านั้น

สารอาหาร เมล็ดฟักทองทั้งเมล็ด ไม่กะเทาะเปลือก (1 ออนซ์) เมล็ดฟักทอง กะเทาะเปลือก (1 ออนซ์) เมล็ดทานตะวัน กะเทาะเปลือก (1 ออนซ์, ไม่มีเปลือก) พลังงาน (แคลอรี) 126 163 165 โปรตีน 5 กรัม (g) 8 กรัม 5.5 กรัม ไขมัน 5.5 กรัม 14 กรัม 14 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม 4 กรัม 6.8 กรัม ใยอาหาร (ไฟเบอร์) 5 กรัม 1.8 กรัม 3 กรัม แมกนีเซียม 74 มิลลิกรัม (mg) 156 มิลลิกรัม 36.6 มิลลิกรัม แคลเซียม 15 มิลลิกรัม 14.7 มิลลิกรัม 20 มิลลิกรัม สังกะสี (Zinc) 3 มิลลิกรัม 2 มิลลิกรัม 1.5 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัม 2.3 มิลลิกรัม 1 มิลลิกรัม

แบบไหนมีไฟเบอร์มากกว่ากัน?

เมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวันต่างก็เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ยอดเยี่ยม แค่ปริมาณเพียง 1 ออนซ์ก็ให้ใยอาหารและสารอาหารอื่น ๆ อย่างเต็มเปี่ยม

การจะตัดสินว่าเมล็ดชนิดใดมีไฟเบอร์มากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเมล็ดนั้นมีเปลือกอยู่หรือไม่:

  • เมล็ดฟักทองทั้งเมล็ด (มีเปลือก): 5 กรัม

  • เมล็ดฟักทอง (แกะเปลือก): 1.8 กรัม

  • เมล็ดทานตะวัน (แกะเปลือก): 3 กรัม

เมล็ดฟักทองแบบไม่กะเทาะเปลือกให้ไฟเบอร์มากกว่าทั้งเมล็ดฟักทองแบบกะเทาะเปลือกและเมล็ดทานตะวันแบบกะเทาะเปลือก ดังนั้น หากคุณต้องการเพิ่มปริมาณใยอาหาร เมล็ดฟักทองทั้งเมล็ด (ไม่กะเทาะเปลือก) คือตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยมีเมล็ดทานตะวันแบบกะเทาะเปลือกตามมาเป็นอันดับสองแบบติด ๆ

ใยอาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายเนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น:

  • อาจช่วยป้องกันอาการท้องผูก

  • สนับสนุนสุขภาพลำไส้โดยการสร้างสมดุลให้กับจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome)

  • อาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)

  • อาจช่วยในการควบคุมน้ำหนัก โดยเพิ่มความรู้สึกอิ่มหลังมื้ออาหาร

  • อาจลดภาวะดื้ออินซูลิน และช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร, ฮีโมโกลบิน เอวันซี (HbA1c) รวมถึงการจัดการน้ำตาลในเลือดโดยรวมดีขึ้น

แบบไหนมีโปรตีนมากกว่ากัน?

โดยทั่วไปแล้ว เมล็ดฟักทองแบบกะเทาะเปลือกจะมีโปรตีนหนาแน่นที่สุด (ต่อปริมาณเท่ากัน) ในขณะที่เมล็ดฟักทองแบบไม่กะเทาะเปลือกและเมล็ดทานตะวันมีปริมาณโปรตีนใกล้เคียงกัน ดังนั้น ควรเลือกเมล็ดฟักทองแบบกะเทาะเปลือกหากคุณต้องการปริมาณแมกนีเซียมและโปรตีนโดยรวมที่สูงกว่า

ประโยชน์ของการได้รับโปรตีนที่เพียงพอ ได้แก่:

  • ช่วยให้อิ่มท้องและควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมน้ำหนัก

  • ช่วยสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย

  • ช่วยสร้างกล้ามเนื้อลีน (Lean Muscle) และลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

  • ช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกาย

เลือกเมล็ดฟักทองเพื่อรับแมกนีเซียม

เมล็ดฟักทองทั้งแบบกะเทาะเปลือกและไม่กะเทาะเปลือกให้แร่ธาตุแมกนีเซียมมากกว่าเมล็ดทานตะวัน

ประโยชน์ของแมกนีเซียมต่อสุขภาพของคุณ ได้แก่:

  • ช่วยคงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ

  • สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก

  • ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ

วิธีเติมเมล็ดพืชเหล่านี้ลงในมื้ออาหารของคุณ

คุณอาจกำลังสงสัยว่าจะเพิ่มเมล็ดฟักทองหรือเมล็ดทานตะวันเข้าไปในอาหารประจำวันได้อย่างไร ก่อนอื่น สิ่งที่ควรรู้คือปริมาณที่แนะนำต่อการกินหนึ่งครั้ง โดยปริมาณที่เหมาะสมสำหรับทั้งเมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวันคือ 1 ออนซ์ ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 1/4 ถ้วย หรือประมาณ 28 กรัม

เมล็ดทั้งสองชนิดนี้มีรสชาติมัน ๆ คล้ายถั่ว (Nutty) รสสัมผัสละมุน และมีความหวานเล็กน้อย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถนำไปผสมผสานกับอาหารได้หลากหลายรูปแบบ

ไอเดียในการกินเมล็ดฟักทองและเมล็ดทานตะวัน:

  • โรยบนโอ๊ตมีล โยเกิร์ต หรือซีเรียลในมื้อเช้า

  • ใส่ลงไปปั่นเป็นสมูทตี้

  • โรยหน้าซุป สลัด หรือข้าวอบธัญพืช (Grain bowls)

  • ผสมในเบเกอรีโฮมเมดหรือกราโนลา

  • นำไปทำเป็นเนยเมล็ดพืช (Seed butter)

  • กินเล่นเป็นของว่างเปล่า ๆ

ข้อควรจำ: การเพิ่มไฟเบอร์เข้าไปในอาหารควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเพิ่มไฟเบอร์เร็วเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหารได้ เช่น อาการท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะ และท้องเสีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...