“ราคาทองคำโลก” พุ่ง 2% รับดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนแรงซื้อ
"ราคาทองคำโลก" พุ่ง 2% รับดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักลงทุนลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 08.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้น 2% ในการซื้อขายวันจันทร์ (15 มิ.ย.) หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
*ราคาทองคำในตลาดสปอต เพิ่มขึ้น 2% แตะระดับ 4,304.11 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 01.22 น. GMT ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวขึ้น 2% สู่ระดับ 4,325.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์*
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทั้งสองประเทศได้ตกลงกรอบข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ยกเลิกการปิดล้อมอิหร่านของสหรัฐและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาสัญจรได้อีกครั้ง โดยเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ขณะเดียวกัน *ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 วัน ทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ร่วงลงมากกว่า 4%*
ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า การปรับตัวลงของราคาน้ำมันและการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงและความคาดหวังต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กำลังช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวจะยั่งยืนเพียงใดขึ้นอยู่กับความมั่นคงของข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้
นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทองคำปรับตัวลดลงราว 20% เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และเพิ่มความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในภาวะดอกเบี้ยสูง ความน่าสนใจของทองคำมักลดลง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมลงเหลือ 47% จาก 69% ในสัปดาห์ก่อนหน้า หลังการประกาศข้อตกลงสันติภาพดังกล่าว
ด้าน ธนาคาร OCBC ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ความกังวลเรื่องการอ่อนค่าของสกุลเงิน ความเสี่ยงด้านการคลัง และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการถือครองทองคำในระยะยาว ขณะที่การชะลอตัวของเงินเฟ้อจากราคาพลังงานอาจช่วยให้ปัจจัยเหล่านี้กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น
ส่วนโลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย ราคาโลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้น 3.1% แตะ 70.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัม (Platinum) เพิ่มขึ้น 3.1% สู่ระดับ 1,771.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ พัลลาเดียม (Palladium) ปรับตัวขึ้น 3.3% แตะ 1,325.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ้างอิง : www.reuters.com
อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่