โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัชชาติ” เปิดใจ คัมแบ็กผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ลั่น 1.5 ล้านเสียงคือชัยชนะของคนกรุงเทพฯ ไม่หวั่นอาถรรพ์อยู่ไม่ครบเทอม

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดใจ "ชัชชาติ" คัมแบ็กเสาชิงช้าสมัย 2 ย้ำคะแนน 1.5 ล้านเสียงคือผลงานร่วมกันของชาว กทม. ลั่นไม่กลัวอาถรรพ์ อยู่ไม่ครบเทอม

บรรยากาศที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เต็มไปด้วยความคึกคักของสื่อมวลชนและเหล่าข้าราชการที่มารอรับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นวาระที่ 2 โดยถือเป็นวันแรกของการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยเวลา 10.00 น. นายชัชชาติได้เดินทางมาถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพียงลำพังเพื่อรอพบกับทีมงานผู้บริหารที่มารออยู่ก่อนหน้า โดยนายชัชชาติได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ถามถึงความรู้สึกในการทำงานวันแรกว่า "ดีครับ มีงานที่รอต้องทำอยู่เยอะ" ขณะเดียวกันมีประชาชนคนหนึ่งนำกระดาษบางอย่างมาส่งมอบให้ถึงมือ จากนั้นนายชัชชาติจึงเดินขึ้นศาลาว่าการจากทางด้านหน้าลานคนเมืองก้าวเท้าขวาเหยียบบันไดขั้นแรก

โดยนายชัชชาติเปิดเผยถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการต่อทันที โดยเฉพาะเรื่องการจัดการน้ำท่วมในจุดอ่อนต่างๆ เช่น ย่านบรรทัดทองที่เชื่อมต่อ ถ.เพชรบุรี ซึ่งได้มีการวางท่อระบายน้ำ รวมถึงจุดก่อสร้างฟุตบาทในซอยศาลาแดง 1 ที่มีเศษหินอุดตัน และพื้นที่สายไหม 80 ที่เคยมีฝนตกหนักกว่า 110 มิลลิเมตร ตลอดจนการตรวจสอบปัญหาน้ำรั่วในอุโมงค์และระบบเซิร์ฟเวอร์ของสำนักการแพทย์ที่ขัดข้อง ซึ่งคาดว่าจะฟื้นฟูระบบได้ทั้งหมดในช่วงบ่ายวันนี้

ต่อมาเวลา 10.37 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายความอาลัย ณ บริเวณด้านหน้าห้องรัตนโกสินทร์

จากนั้นนายชัชชาติพร้อมด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี และคณะผู้บริหารชุดเดิม อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ได้เดินทางไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) ประกอบด้วย พระพุทธนวราชบพิตร หลวงปู่มงคลประสาท และเจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาเวลา 10.55 น. นายชัชชาติได้เดินทางไปยังห้องรัตนโกสินทร์ ภายหลังจากการเข้ากราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณชั้น 5 ของศาลาว่าการ กทม. เป็นการส่วนตัว เพื่อลงนามในหนังสือมอบหมายงานในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร กล่าวแสดงความยินดีและยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายอย่างเต็มกำลังความสามารถ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวเปิดใจต่อหน้าคณะผู้บริหารและข้าราชการถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชนในครั้งนี้ว่า "ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ช่วงที่มีการเลือกตั้ง กทม. ทำงานได้ดีมาก ผมเห็นผลการเลือกตั้งที่ออกมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำผ่านทางช่องทางของ กทม. ต้องบอกว่าคราวนี้มันแตกต่างจากคราวที่แล้ว เพราะเทอมแรกเราขายแต่นโยบาย แต่ผลครั้งนี้เรามีผลงานผ่านไป 4 ปี คะแนนเสียงที่ประชาชนให้มา 1 ล้าน 5 แสนกว่า เป็นคะแนนเสียงของพวกเราทุกคน เพราะมันคือผลงานที่พวกเราช่วยกันทำมา ถ้าเราทำได้ไม่ดี ประชาชนก็คงไม่ไว้วางใจให้ทีมพวกเรากลับมาทำงานอีกทีหนึ่ง คะแนนนี้มันสะท้อนการทำงานของพวกเรา กทม. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาที่ทุกคนทำงานอย่างหนัก ขอให้ร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและทำงานให้ดียิ่งกว่าเดิมครับ"

นายต่อศักดิ์ โชติมงคล กล่าวถึงการบริหารงานในรอบนี้ โดยเน้นย้ำถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น โดยมีแผนจะนำระบบ AI เข้ามาขับเคลื่อนเป็นงานหลักภายใน 100 วันแรก เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการที่เรียกว่า BMOS (Operation System) เชื่อมโยงทุกระบบเข้าด้วยกัน ทั้งเรื่องคน กระบวนการ และ KPI ส่วนทีมรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นชุดเดิม แต่อาจจะมีน้องใหม่เข้ามาเสริมทีม

"การมาคราวนี้เราอาจต้องจัดลำดับความสำคัญในหลายมิติ กระบวนการบริหารจัดการต้องชี้แจงให้เยอะขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อน ส่วนเรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือการโดนแซะที่อาจมีมากขึ้น เราก็ต้องตั้งรับและวางระบบให้ดี สิ่งสำคัญคือเราต้องโปร่งใสจริงๆ ให้ประชาชนเห็น และดึงคนเข้ามาร่วมทำงานในหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันครับ" นายต่อศักดิ์ กล่าว

หลังจากนั้นในเวลา 11.02 น. นายชัชชาติพร้อมคณะผู้บริหารได้เดินทางไปยังห้องอมรพิมานเพื่อประชุมร่วมกันทันที จากนั้นจึงมีการแถลงข่าวเปิดตัวทีมผู้บริหารทั้งหมด โดยนายชัชชาติ กล่าวแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกพร้อมเปิดตัวคณะผู้บริหารชุดใหม่ โดยระบุว่า เป็นฤกษ์ดี "วันดีมีชัย" ในการเริ่มต้นการทำงานสมัยที่ 2 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมงานบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานในยุคดิจิทัล สำหรับคณะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 4 ท่าน ประกอบด้วย 1. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล 2. น.ส.ทวิดา กมลเวชช 3.นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และ 4. นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ดูภาพรวมเรื่องงบประมาณ การประสานงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร การขับเคลื่อนนโยบายลงเขตต่างๆ

ตำแหน่งคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.ได้แก่ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ช่วยดูแลทุจริต คอรัปชั่น ปราบส่วย ความโปร่งใส ในพื้นที่ ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ช่วยดูแลการศึกษา ขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการศึกษา พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย อดีตผอ.ภูมิพล ช่วยดูแลสาธารณสุข ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ช่วยดูแลคนพิการ การจ้างงาน การเดินทาง การให้ความรู้ผู้พิการ นายเอกวรัญญู อัมระปาล ช่วยดูแลการสื่อสาร นางสาวดนุดา จิวจินดา ช่วยดูแลทราฟฟี่ฟองดูว์เชิงรุก นางสาวลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล ช่วยดูแลเรื่องชุมชน กลุ่มเปราะบาง บ้านมั่นคง

และนางสาว ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์ ช่วยดูแลเรื่องกฎหมาย เพราะว่ามีปัญหาเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่ต้องปรับปรุง และออกเพิ่มเติม

ตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ได้แก่ นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ได้แก่ นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ นายยุทธนา ปัญจธนศักดิ์ นางสาวภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์ และ นางสาวนริศรา สื่อไพศาล

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง รวม 18 คน ได้แก่ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พี่ชาย รายชื่อจะมีในช่วงบ่ายนี้ ทั้งหมดเป็นผู้มีคุณสมบัติและประสบการณ์ต่างๆ เช่น สาธารณสุข เศรษฐกิจ เมือง เพื่อช่วยในเชิงยุทธศาสตร์

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนตัวประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. จากนายต่อศักดิ์ เป็นนายจักกพันธุ์ เป็นการลบล้างระบบอากงหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่มีระบบอากง ตำแหน่งเราไม่พอ จึงมีการปรับเปลี่ยนทีม อย่างนายพรพรหม ที่ผ่านมาทำงานดีมาก จึงขึ้นมาแทนนายจักกพันธุ์ แต่ตนยังต้องการนายจักกพันธุ์อยู่ จึงขยับขึ้นมาเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม ยืนยันไม่มีระบบอากง เข้าใจว่าประชาชนก็เข้าใจเช่นกัน ตั้งแต่ที่เปิดเรื่องระบบอากงมา คะแนนเสียงเราก็ยังเพิ่มขึ้น ประชาชนน่าจะเข้าใจที่เราชี้แจง ขณะที่นายต่อศักดิ์ ยังคงมีความสำคัญอยู่ ในแง่เชิงยุทธศาสตร์ จึงให้ไปอยู่ในทีมที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ อาจจะมีคนติดใจบ้าง เป็นเรื่องที่เราต้องพิสูจน์ตัวเอง วันนี้จึงเน้นย้ำกับปลัดกทม.และรองปลัด กทม. ว่าเราไม่มีระบบอากง คำว่าอากง เป็นการพูดขึ้นมาเฉยๆ เราไม่มีการซื้อตำแหน่ง อยู่ตรงนี้ด้วยความโปร่งใส ทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง

นายชัชชาติระบุว่าหัวใจสำคัญของวันนี้คือการถอดนโยบายทั้ง 261 ข้อ ออกมาเป็นแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่มีตัวชี้วัดชัดเจน เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้างทั้ง 70,000 คน ทราบหน้าที่ตั้งแต่วันแรก โดยในช่วง 100 วันแรกจะเร่งรัดโครงการที่ค้างอยู่ ทั้งเรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบรถดูดฝุ่น การจัดการขยะที่อ่อนนุช และปัญหาแรงงานต่างด้าวที่แย่งอาชีพคนไทย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติเพื่อตอบโจทย์ประชาชนให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของแผนการ 100 วันแรก หรือเรื่องเด่นๆ ที่จะเร่งจัดการแบบเร่งด่วน มองไว้ถึงเรื่องอะไรบ้าง นายชัชชาติชี้แจงว่า จะมีการออกคำสั่งเรื่องการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) ให้เป็นรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) เพื่อความโปร่งใส รวมถึงเปิดข้อมูล "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ตรวจสอบความเหม็นที่ศูนย์ขยะอ่อนนุช เร่งออกระเบียบสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กเอกชน ขยายการรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองในศูนย์บริการสาธารณสุขให้ถึง 10,000 คนต่อแห่ง และพัฒนาระบบนัดหมายหมอรอไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ด้านสิ่งแวดล้อมตั้งเป้าปลูกต้นไม้ให้ได้ 100,000 ต้นจากเป้า 2 ล้านต้น เตรียมพร้อมศูนย์จัดการการเผาครบวงจรเพื่อรับมือฤดูฝุ่น ขยายเขต Low Emission Zone ให้ครอบคลุมรถปิกอัป เพิ่มระบบสัญญาณไฟ Adaptive อีก 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์ 300 จุด แก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มอีก 100 จุดจากทั้งหมด 707 จุด และเร่งอุโมงค์ระบายน้ำประเวศ-หนองบอน นอกจากนี้จะเสนอข้อบัญญัติเข้าสภาฯ ทั้งเรื่องปรับปรุงอาคารเก่า โรงเรียนผู้สูงอายุ การดูแลคนไร้บ้าน และการจัดการขยะต้นทาง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจากการที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำแหน่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ จากคุณต่อศักดิ์ เป็นคุณจักรพันธุ์ แทน เป็นการลบระบบที่เข้มงวดเรื่องพรรคพวกหรือที่เรียกว่า "ระบบอากง" หรือไม่ นายชัชชาติยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลและได้คิดแผนนี้มาเป็นปีแล้ว เนื่องจากต้องการให้นายพรพรหมมาเป็นรองผู้ว่าฯ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องฝุ่นและพื้นที่สีเขียว ขณะเดียวกันก็ต้องการให้นายจักรพันธุ์ซึ่งเก่งด้านการประสานงานพื้นที่มาเป็นประธานที่ปรึกษาซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น ส่วนนายต่อศักดิ์ยังคงสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์จึงขยับไปดูแลที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมเชื่อว่าประชาชนเข้าใจจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าความนิยมไม่ได้ลดลงเพราะเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้ว่าตอนนี้อาจารย์มองว่าคนกรุงเทพฯ ไม่ติดใจเรื่องระบบอากง แต่ก็ยังคงมีพรรคการเมืองบางพรรคที่จับจ้องเรื่องนี้อยู่ นายชัชชาติตอบว่า อาจยังมีคนติดใจบ้างแต่ก็ได้กำชับกับปลัดกรุงเทพมหานครแล้วว่าไม่มีระบบดังกล่าว ทุกอย่างทำด้วยเหตุผลและความยุติธรรม ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ทุกคนต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพรวมตอนนี้นายชัชชาติเคยพูดว่าอยากให้ กทม. เป็นเมืองนำระดับโลก ความเป็นท้องถิ่นของ กทม. จะไปถึงขั้นนั้นได้อย่างไร นายชัชชาติอธิบายว่า หัวใจคือเศรษฐกิจเมือง ทั้งบริษัทใหญ่ 8,000 แห่ง และเศรษฐกิจฐานรากหรือ SME อีกกว่า 500,000 ราย ต้องขยาย "เค้ก" เศรษฐกิจให้ใหญ่ขึ้นเพื่อไม่ให้รายย่อยฆ่ากันเอง โดยทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจจะเข้ามาดูแลทั้งระดับมหภาคและ SME กรุงเทพฯ มีจุดแข็งเรื่องสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และการเป็นมิตร แต่ต้องเร่งตัดระเบียบที่ล้าสมัยออกไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรุงเทพฯ ใน 4 ปีข้างหน้า จะเป็นเมืองแบบไหน นายชัชชาติกล่าวว่า "คงไม่เหมือนกับใครหรอกครับ เป็นเมืองที่มีคนมาลงทุนมากขึ้น มีอัตลักษณ์ของตัวเอง มีเสน่ห์ของความเป็นมิตร ความยิ้มแย้ม และเป็นเมืองที่คนอยากมาอยู่และอยากมาทำงานที่นี่ครับ"

(ต่อ) 2

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้าราชการ กทม. ตอนนี้มีทั้งยิ้มและเครียด มีประเด็นไหนที่อยากฝากถึงข้าราชการ และเรื่องสวัสดิการหรือการขอความร่วมมือบ้าง นายชัชชาติกล่าวขอบคุณข้าราชการที่ร่วมทำงานหนักมา 4 ปี โดยระบุว่าคะแนน 1,500,000 เสียงสะท้อนความพอใจในผลงานของทีมงาน กทม. ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ของตัวผู้ว่าฯ คนเดียว พร้อมย้ำว่า 4 ปีต่อจากนี้จะงานหนักกว่าเดิมเพราะความคาดหวังสูงขึ้น ส่วนเรื่องสวัสดิการจะดูแลให้ดีที่สุดและขอให้ข้าราชการรับใช้ประชาชนซึ่งเป็น "เจ้านาย" ให้เต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องของคนที่ยังไม่ได้บรรจุหรือค้างอยู่นานๆ จะดำเนินการอย่างไร นายชัชชาติตอบว่าต้องให้ความเป็นธรรม แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดด้านงบประมาณปี 2570 เพราะต้องสำรองเงินประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายอุดหนุนส่วนต่างสัญญารถไฟฟ้า BTS ระหว่างรายรับและรายจ่ายจากการเดินรถ ทำให้งบพัฒนาส่วนอื่นลดลง จึงต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการย้ายศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ยังเดินหน้าต่อไหม และตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว นายชัชชาติระบุว่า ปัญหาคือความพร้อมของอาคารฝั่งดินแดงที่มีเพียงตึกเดียว และมีความกังวลเรื่องระบบความปลอดภัย ลิฟต์ และอัคคีภัย จึงจะใช้วิธีทยอยย้ายและอาจเปิดพื้นที่ฝั่งเสาชิงช้าบางส่วนให้ประชาชนเข้ามาใช้งานได้มากขึ้นก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมทำงานกับประธานสภา กทม. ที่คาดว่าจะเป็นผู้หญิงจากต่างพรรคการเมืองหรือไม่ นายชัชชาติตอบว่า "พร้อมทุกท่านครับ ยินดีกับ สก. ทุกท่าน เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจดี เราเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่มีปัญหาครับ"

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวอาถรรพ์ผู้ว่าฯ สมัย 2 ไหม เพราะ 3 ท่านที่ผ่านมาอยู่ไม่ครบเทอม นายชัชชาติตอบติดตลกว่า "กลัวไม่ได้ทำมากกว่า ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วแต่เวรแต่กรรม ถ้าอยู่ถึงก็ถึง ถ้าไปกลัวก็ไม่มีประโยชน์อะไร หวังว่าจะอยู่รอดและล้างอาถรรพ์ได้" (หัวเราะ)

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสเรื่องปราบทุจริตที่ประชาชนสนใจ นายชัชชาติอยากสื่อสารอะไรกับประชาชนและข้าราชการที่อาจหลงผิด นายชัชชาติยืนยันว่าสถิติต่างๆ ดีขึ้นมาก และให้ความสำคัญกับการปราบทุจริตเป็นอันดับ 1 โดยจะไม่มีการยอมความในเรื่องเล็กน้อยเด็ดขาด ข้าราชการทุกคนต้องเติบโตด้วยความสามารถ ไม่มีการซื้อตำแหน่ง ใครไม่โปร่งใสจะไม่มีการเลื่อนตำแหน่งและต้องถูกจัดการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการสะพานคนเดินและจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยหาเสียงไว้ มีแผนดำเนินงานอย่างไร นายชัชชาติตอบว่า ได้มอบหมายให้นายวิศณุไปทบทวนกฎหมายและแผนงาน รวมถึงการทำรายงาน EIA และต้องถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับรูปแบบโครงการ แต่ยืนยันว่าต้องเดินหน้าต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องผังเมืองใหม่จะเดินหน้าอย่างไร และรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดสัปทานปี 2572 มีนโยบายอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ผังเมืองอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น 60 วัน และต้องเข้าสภา กทม. อนุมัติ ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.ผังเมืองฉบับใหม่ คาดว่าจะเสร็จต้นปีหน้า ส่วนสายสีเขียว เมื่อหมดสัมปทานปี 72 ส่วนไข่แดงจะกลับมาเป็นของ กทม. แต่ยังมีสัญญาจ้างเดินรถผูกพันถึงปี 2585 ปีละประมาณ 18,000 ล้านบาท หัวใจคือต้องเจรจาลดค่าจ้างเดินรถให้ถูกลงเพื่อให้มีเงินกลับคืนสู่ประชาชน ซึ่งจะชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวกับคณะทำงานและข้าราชการว่า "ผมอยากจะบอกกับพวกเราที่ฟังอยู่ข้างบนนะ ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ คะแนนสำหรับผู้ว่าฯ เก่าที่ทำงานมา 4 ปี คะแนนที่ได้รับมันไม่ได้สะท้อนตัวผู้ว่าฯ อย่างเดียว แต่สะท้อนการทำงานของพวกเราทุกคนด้วย ผมเชื่อเลยว่า 1,500,000 เสียงนี้ เขาพอใจผลงานของพวกเราทุกคน เพราะมันคือผลงานที่เราช่วยกันทำมา 4 ปี ผมอยากให้พวกเราคงความดีตรงนี้ไว้และทำหน้าที่ให้หนักขึ้น เพราะเป้าหมายถัดไปจะยากขึ้น คนคาดหวังกับเรามากขึ้น ขอให้รับใช้เจ้านายของเราคือประชาชนให้เต็มที่"

ภายหลังการแถลงข่าว นายชัชชาติได้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับสื่อต่างประเทศจากไต้หวัน โดยเน้นย้ำเรื่องการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาน้ำท่วมและความโปร่งใส พร้อมเชิญชวนนักลงทุนและนักท่องเที่ยวให้มั่นใจในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกรุงเทพฯ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารชุดใหม่บนเวที เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.วันแรก ที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

#ชัชชาติ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ผู้ว่ากทม #ผู้ว่ากรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #กทม #เสาชิงช้า #ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร #แผน100วัน #261โครงการ #OpenData #AI #BMOS #น้ำท่วมกรุงเทพ #PM25 #ปลูกต้นไม้ #โปร่งใส #ปราบทุจริต #ข้าราชการกทม #ข่าวการเมือง #ข่าวกรุงเทพ #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #Thailand #Bangkok #SmartCity #เมืองน่าอยู่ #เศรษฐกิจกรุงเทพ #SEOข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...