โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา กู้ระเบิดสหรัฐ หนักกว่า 900 กก. จากก้นแม่น้ำใกล้พระราชวัง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. 2565 เวลา 06.54 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 13.30 น.

กัมพูชา กู้ระเบิดสหรัฐ หนักกว่า 900 กก. จากก้นแม่น้ำใกล้พระราชวัง

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี 5 พฤษภาคมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดประจำศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) เก็บกู้ระเบิดทางอากาศเอเอ็น-เอ็ม66 (AN-M66) ที่หลงเหลือจากสงครามและยังไม่ระเบิด จากก้นแม่น้ำจตุมุขในกรุงพนมเปญได้อย่างปลอดภัย

เฮง รัตนา หัวหน้าศูนย์ กล่าวว่าระเบิดผลิตโดยสหรัฐ ลูกนี้ มีน้ำหนักราว 907 กิโลกรัม และบรรจุวัตถุระเบิดราว 453 กิโลกรัม โดยถูกพบขณะกลุ่มคนงานกำลังทำความสะอาดก้นแม่น้ำใกล้โรงแรมสุขะพนมเปญ ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง

“ทีมผู้เชี่ยวชาญระเบิดของศูนย์ ทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานเทศบาลในพนมเปญเพื่อขนย้ายระเบิดดังกล่าวสู่พื้นที่ปลอดภัย ก่อนส่งต่อให้เหล่าเจ้าหน้าที่จัดการกันต่อไป” รัตนาเผย “หากเอเอ็น-เอ็ม66 ระเบิดขึ้นมา มันอาจสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ต่อโรงแรม บ้านเรือน หรือแม้แต่พระบรมมหาราชวัง แต่โชคดีที่เราเก็บกู้ระเบิดลูกนี้ได้ก่อน”

ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณการเผยว่าสหรัฐ ได้ทิ้งวัตถุระเบิดประมาณ 2.7 ล้านตัน ในพื้นที่ 113,716 จุดทั่วกัมพูชา ระหว่างปี 1965-1973

สงครามและความขัดแย้งภายในประเทศช่วงกลางทศวรรษ 1960 จนถึงปี 1998 ส่งผลให้กัมพูชากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามมากที่สุดในโลก โดยในช่วงที่เกิดความขัดแย้งยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ มีทุ่นระเบิดและอาวุธอื่นๆ ถูกทิ้งไว้ในกัมพูชาราว 4-6 ล้านชิ้น

กัมพูชาพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม 64,964 ราย ระหว่างปี 1979-2021 โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 19,808 ราย และผู้บาดเจ็บหรือสูญเสียอวัยวะอีก 45,156 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...