ละอ่อนหละปู๋น อู้ลำพูน 'ดิจิทัลล้านนา' เมื่อเด็กลำพูน อยากเปลี่ยนบ้านเกิด
ละอ่อนหละปู๋น อู้ลำพูน ‘ดิจิทัลล้านนา’ เมื่อเด็กลำพูน (LAMPHUN) อยากเปลี่ยนบ้านเกิด – เรื่อง: คอม อดิศร
“หละปูนเมืองบุญล้านนา
มีพระธาตุ ครูบา มานานเก่า
มีเรื่องเล่าตำนานความหลัง
เมืองลี้เด่นดัง น้ำตกแก่งก้อ
ล่องไปต่ออุทยานฯแม่ปิง
ทุ่งกิ๊กงามจริง ประเพณียิ่งใหญ่
เจริญท่านไท้ มาแอ่วหละปูน”
ทวงทำนองดนตรีฉับเฉื่อย เหมือนสายลมเย็นร่องคลื่นในฤดูหนาว กับ MV เพลงที่ผลิตโดยกลุ่มเด็กลำพูน ผสมกับทวงดนตรีโดยมีฉากหลังเป็นสถานที่ในเมืองลำพูนที่มีรากเหง้าเดิมมาตั้งแต่ครั้นเป็นอาณาจักรหริภุญชัย ที่มีเด็กแห่งเมืองหละปู๋นหวังจะส่งต่อสถานที่ดี ๆ ในลำพูนผ่านคำพูดในบทเพลง "หละปูน"
[https://www.youtube.com/watch?v=Mc1lgYdrhfc&t=122s]
คอม - อดิสร แก้วเล็ก เด็กลำพูนโดยกำเนิดเล่าเรื่องเมืองลำพูนว่าเมืองนี้ มีต้นทุนทางวัฒนธรรม เป็นมูลค่าที่ประเมินไม่ได้ แหล่งเกษตรกรรมที่หล่อเลี้ยงผู้คน กลายเป็นวิถีชาวบ้านในชนบทที่ ‘คอม’ มองว่าเป็นโอกาสที่จะนำเรื่องราวมาฉายผ่านลวดลายตัวอักษรและเลนส์แก้ว
‘หละปูน (ลำพูน) Lamphun’ เพลงที่คอม แต่งขึ้นมาอาจเป็นตัวที่ช่วยทำให้เราเข้าใจความคิดของเด็กลำพูนนี้มากขึ้น
“เพราะผมเป็นเด็กชนบทที่บ้านยากจน เวลามองเห็นความทุกข์ยากของคนกับโอกาสของต้นทุนที่ดีกว่าในเมือง มันขาดเพียงทุนและองค์ความรู้ที่จะมาพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องของสื่อ ผมเลยอยากใช้พลังของคนรุ่นใหม่ ด้วยองค์ความรู้ที่เรามีมาพัฒนาท้องถิ่น ตอบแทนบ้านเกิดบ้าง”
“คนและเมืองลำพูนมันเป็นเมืองที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรม เกษตรกรรม ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งสามารถสร้าวมูลค่าทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวลำพูนให้อยู่ดีกินดีได้ คอมพยายามใช้ดิจิทัลที่ถูกวิธี ที่เป็นประโยชน์ เพื่อเข้าถึงผู้คนภายนอกและประชาสัมพันธ์เรื่องราวดี ๆ ด้วยอำนาจของสื่อสร้างสรรค์”
คอมเป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการ SEED THAILAND ที่พยายามทำ Digital Insight เปลี่ยนให้เยาวชนในพื้นที่เป็นเสมือนครูกันเองในรูปแบบ ‘พี่สอนน้อง’ ในเรื่องดิจิทัล ด้วยทักษะการทำสื่อให้กับเด็กในบ้านเกิด ให้มีพลังสามารถเล่าเรื่อง และเชื่อมบ้านตนเองสู่สังคมภายนอกได้อย่างมีคุณค่า
“อย่างโครงการที่ให้พี่สอนน้องในเรื่องดิจิทัลมิติต่าง ๆ มันคือเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ เราสอนให้เด็กรู้ว่าสื่อใช้ในทางไม่ดีมีโทษแก่ตัวเอง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และเพิ่มทักษะสกิลที่ดีให้แก่เยาวชนด้วย”
“แน่นอนว่าข้อได้เปรียบของเยาวชนคือความรู้ ความเข้าใจในดิจิทัล มากกว่าคนหลายวัย และมีต้นทุนของความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่าคนทุกวัย อีกทั้งเยาวชนในภาคเหนือมีความรักในบ้านเกิดของตน ดังนั้นเมื่อเขาได้เรียนรู้ในเรื่อง ๆ ดีของโครงการ ก็จะจุดประกายให้เขากลับมาใช้องค์ความรู้ โครงการต่างๆพัฒนาท้องถิ่น” คอมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Digital Insight พี่สอนน้องให้รู้เท่าทันโลกออนไลน์ เรื่อง “เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง เด็กไทยต้องเปลี่ยนตาม”
ซึ่งจัดโดย เครือข่ายเยาวชน Seed Thailand ร่วมกับมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคมและคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อดิจิทัลในกลุ่มเยาวชนอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยของวุฒิสภา จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสของเด็กเยาวชนที่จะกระจายไปยังหลายโรงเรียนในทุกภาคของประเทศไทย โดยมีความคาดหวังว่าจะผลิตคนทำสื่อที่เป็นเด็กกว่า 1000 คนทั่วประเทศไทย ที่มาพร้อมกับวิทยากรมากความสามารถที่ส่งต่อประสบการณ์ที่จะกลายเป็นองค์ความรู้ให้กับน้องในหลายโรงเรียน ที่มีเดียและความฝันที่จะอยากส่งต่อให้บ้านเกิดของตนกลายเป็นเรื่องราวที่สังคมเอ่ยถึง
“เยาวชนมีพลังที่เข้มแข็งขาดเพียงการให้โอกาส และทุนสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ผมเลยอยากเชิญชวนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม ได้ร้อยเรียงเครือข่ายกับเยาวชน และให้โอกาสได้พัฒนาประเทศไทยร่วมกัน”
เพราะเด็กไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบัน