โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลองสำโรง อดีตคลองยุทธศาสตร์ เส้นทางการเดินทัพไปกัมพูชา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 มี.ค. 2567 เวลา 03.25 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2567 เวลา 14.56 น.
คลองสำโรง บริเวณตลาดโบราณบางพลี อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ (ภาพถ่ายโดยเอนก นาวิกมูล)

คลองสำโรง เป็นคลองเก่าแก่ มีอายุ 500 กว่าปีขึ้น ด้วยปรากฏความใน พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ว่า ครั้งถึงรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา (ครองราชย์ พ.ศ. 2034-2072) คลองสำโรง ตื้นเขิน จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดลอก นอกจากจะเพื่อการคมนาคม คลองสำโรงยังเป็นเส้นทางเดินทัพไปกัมพูชา

จนเมื่อ พ.ศ. 2380 รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาศรีพิพัฒน์รันราชโกษา (ทัต บุนนาค) แม่กองดำเนินการขุดคลองแห่งใหม่ (คลองแสนแสบ) จากตำบลหัวหมาก กรุงเทพมหานคร ถึงบ้านบางขนาก เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งยุทธปัจจัยต่างๆ ในสงครามกับญวน แทน “คลองสำโรง” จึงลดบทบาทด้านนี้ลงไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ สาขาวิชาภาษาเขมร ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อธิบายไว้ใน “เส้นทางการเดินทัพไทย-กัมพูชา ก่อนขุดคลองแสนแสบ” (ศิลปวัฒนธรรม, ธันวาคม 2556) ดังนี้

ในสมัยก่อนที่จะมีการขุดคลองแสนแสบ เส้นทางการเดินทัพบกระหว่างกรุงเทพฯ-กัมพูชาใช้เส้นทางใดในการเดินทาง หลักฐานเกี่ยวกับการเดินทัพของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อครั้งเสด็จกลับจากเสียมราบ ใน พ.ศ. 2325 ใช้เส้นทางตัดทุ่งแสนแสบ เนื่องจากเป็นเวลาเร่งด่วน [1] ดังปรากฏความใน พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ฉบับตัวเขียน ว่า

“…เจ้าพญามหากระษัตรศึก ก็ทรงช้างแล้วยกช้างม้ารี้พลคนประมาณห้าพันเสศ ดำเนิรทับมาทางด่านพระจาฤกมาถึงเมืองปราจิน แล้วข้ามแม่น้ำเมืองปราจิน เมืองนครนายก ตัดทางมาลงท้องทุ่งแสนแสบ….”

ในสมัยรัชกาลที่ 2 เจ้าพระยายมราช (น้อย บุณยรัตพันธุ์) ได้ยกทัพไปเมืองบันทายเพชรครั้งหนึ่ง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเดินทัพทางใด [2]

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏหลักฐานว่า ก่อนหน้าที่จะมีการขุดคลองแสนแสบนั้น เส้นทางเดินทัพไปกัมพูชา ต้องไปทางคลองสำโรง เพื่อไปยังแม่น้ำบางปะกง ก่อนที่จะยกทัพทวนน้ำขึ้นไปที่ปากน้ำโยทะกา เพื่อยกทัพไปยังเมืองปราจีนบุรี และเข้าประเทศกัมพูชาต่อไป

ดังที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ว่า กองทัพได้ยกออกจากกรุงเทพพระมหานครเมื่อวันเสาร์เดือน 1 ขึ้น 12 ค่ำ ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2376 วันเดียวกันทั้ง 3 ทัพ รุ่งขึ้นเกิดแผ่นดินไหว

เหตุการณ์ครั้งนี้ปรากฏบันทึกในเอกสารเรื่อง “อานามสยามยุทธ” ว่าเมื่อเจ้าพระยาบดินทรเดชาเดินทัพไปถึงปากคลองสำโรงกำลังจะเข้าคลองสำโรงได้เกิดแผ่นดินไหว ตรงกับที่ระบุไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สงครามอานามสยามยุทธ์ครั้งนี้กินเวลานานถึง 15 ปี

คลองสำโรง เส้นทางการเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ก่อนขุดคลองแสนแสบ

การเดินทัพบกของเจ้าพระยาบดินทรเดชาใช้เส้นทางเมืองปราจีนบุรี-เมืองพระตะบอง ซึ่งต้องยกทัพทางเรือจากพระนครไปยังเมืองฉะเชิงเทราเสียก่อน จากนั้นจึงเดินบกไปปราจีนบุรี ประจันตคาม กบินทร์บุรี ฯลฯ ตามลำดับ

แต่เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองฉะเชิงเทรากลับไม่สะดวกมากนัก เพราะต้องเดินทางอ้อมโดยต้องพายเรือย้อนลงไปเข้าคลองสำโรงที่เมืองสมุทรปราการ แล้วตัดไปทะลุแม่น้ำบางปะกงที่ทางใต้ของเมืองฉะเชิงเทรา จากนั้นจึงพายทวนน้ำขึ้นไปฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นการยากลำบากและเสียเวลาในการลำเลียงยุทโธปกรณ์สำหรับกองทัพ

“คลองสำโรง” เป็นคลองโบราณ แต่ปรากฏใน พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ว่า ครั้งถึงรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 คลองสำโรงตื้นเขิน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดลอก ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียนว่า

“…๏ ขะณะนั้นคลองสำโรงที่จะไปคลองศีศะจรเข้ คลองทับนางจะไปปากน้ำเจ้าพญาตื้นเรือใหญ่จะเดืรไปมาขัดสน จึ่งให้ชำระขุด ได้รูปเทพารักษ์ 2 องค์ หล่อด้วยทองสำฤทธิ จาฤกองค์หนึ่งชื่อพญาแสนตา องค์หนึ่งชื่อบาทสังกร ในที่ร่วมคลองสำโรงกับคลองทับนางต่อกัน จึ่งให้พลีกรรม์บวงสวงแล้วรับออกมาปลูกศาลเชืญขึ้นประดิศถานไว้ ณะ เมืองประแดง…” [3]

คลองสำโรงในปัจจุบันไหลผ่านพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอบางเสาธง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และบรรจบแม่น้ำบางปะกง ที่ตำบลท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีระยะทางยาวประมาณ 55 กิโลเมตรเศษ

รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางผ่านคลองสำโรงเพื่อไปยังเมืองฉะเชิงเทราและปากน้ำโยทะกา นั้นปรากฏใน โคลงนิราศฉะเชิงเทรา พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ [4] ซึ่งเสด็จไปราชการทัพในศึกเวียงจันท์ เมื่อปี พ.ศ. 2369 แต่ใช้เส้นทางคลองสำโรง เป็นเส้นทางยกทัพไปปากน้ำโยทะกา เช่นเดียวกัน ว่า

วันที่ 1 กองทัพต้องเดินทางจากวังหลวง ผ่านบพิตรพิมุข สามปลื้ม สามเพ็ง (สำเพ็ง) คอกควาย (คอกกระบือ – ยานนาวา) ดาวคะนอง บางคอแหลม บางปะแก้ว บางขมิ้น ปากลัด นครเขื่อนขันธ์ บางยอ พระผะแดง (พระประแดง) พระขนง (พระโขนง) แล้วพักแรม 1 คืน

วันที่ 2 กองทัพผ่าน บางงัว บางกะบัว บางนา จึงจะถึงปากทางเข้าคลองสำโรง ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตำบลสำโรง และตำบลสำโรงกลาง (เทศบาลเมืองสำโรงใต้) อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

(55) สำโรงเรือลุเลี้ยว ระลึกขวัญ เนตรเอย

โรงเล่ห์ลงโรงกัน เกี่ยวก้อย

สองร่วมร่วมสินสรรพ์ สมรส ระคนนา

อยู่ไปยืนเยียวคล้อย คลาดห้องหอโรง ฯ

สำโรงในที่นี้หมายถึงคลองสำโรง ปากคลองสำโรงในปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นจึงผ่านบริเวณที่เรียกว่า สามสิบสองโคก ดังความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(57) สามสิบสองโคกเบื้อง เบาราณ มานา

ยลไป่เป็นเรือนชาน ชัฏไม้

คิดโคกคฤหาดล แดสวาท แม่เอย

สนุกนิแผ้วเพียงไล้ แหล่งน้อยนางสงวน ฯ

จากนั้นกระบวนเรือจึงผ่าน “ทับนาง” ซึ่งเป็นชื่อคลอง คือ คลองทับนาง ปัจจุบันบริเวณบ้านทับนางอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการคือ บ้านทับนาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ดังปรากฏความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(60) ทับนางนิเทศบ้าน บอกจริง ใจนา

คิดพี่ทับอรอิง อ่อนพลิ้ว

เดาะพวงผะผ่าวผิว พานปรัศว์ พี่เอย

ค่อนแม่ข่วนเรียมริ้ว อุ่ยโอ้ทับนาง ฯ

จากนั้นกระบวนเรือจึงผ่านบ้าน “บางพลี” ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ดังความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(64) ลิ่วลิ่วลุล่วงบ้าน บางพลี**

ศาลเทพสิทธิศักดิ์มี มดท้าว

สรวมไท้เทพอารี อาราธน์ ราพ่อ

ตูบัดพลีบวงจ้าว จุ่งคุ้มภัยสมร ฯ

เมื่อผ่านบางพลีแล้ว จากนั้นกระบวนเรือได้ผ่าน “บ้านเศียรจระเข้” ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า “ศีรษะจระเข้” ปัจจุบันคือตำบลศรีษะจระเข้ใหญ่ ตำบลศรีษะจระเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ดังความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(65) ลุเศียรจระเข้เขต คามกาล ก่อนนา

เกรียกเกียรติไกรทองชาญ เชี่ยวแกล้ว

ตัดเศียรจระเข้ขาน นามสืบ ไว้รา

ตัดดั่งตัดสวาทแคล้ว คลาดร้างแรมสมร ฯ

จากนั้นกระบวนเรือได้ผ่าน “หอมสิน” ซึ่งปัจจุบันน่าจะได้แก่ บ้านคลองหอมสิน ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ดังปรากฏความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(66) หอมสินศีลแม่พร้อม เพรงปราง มาฤๅ

ศีลสุทธิอัษฎางค์ เดชค้ำ

รังรูปสิริโสภางค์ เพ็ญลักษณ์ เลิศแฮ

หอมรูปหอมรสล้ำ ล่วงบ้านหอมสิน ฯ

จากนั้นกระบวนเรือได้ผ่าน “ปากตะครอง” ซึ่งปัจจุบันน่าจะได้แก่ “ปากตะคลอง” ตำบลท่านสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และบ้านพร้าว ดังปรากฏความใน “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา” พระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ ว่า

(67) ปากตะครองครวญคิดครั้ง คราวสม แม่เอย

ครองพี่ครองนุชชม ชื่นช้อย

โททาบอุทรกลม เกลียวสวาท

เยียวพิโยคยุพคล้อย คลาดแคล้วใครครอง ฯ

(68) บ้านพร้าวดลพร้าวเมี่ยง ยุพมาลย์ แม่เอย

เมี่ยงแม่ปรุงประจงจาน จัดตั้ง

อรรังรสหัตถ์ปาน ปนทิพ รสนา

พบชื่อพร้าวนึกครั้ง เมี่ยงน้องนางปรุง ฯ

ใกล้ถึงปากคลองแม่น้ำบางปะกงจึงพักแรม 1 คืน รุ่งวันที่ 3 แล้วจึงเดินทางต่อ ผ่านบางผึ้ง และท่านสะอ้านซึ่งเป็นสถานที่คลองสำโรงบรรจบกับแม่น้ำบางปะกง

(72) บางผึ้งผึ้งพวกมิ้ม ฤๅหลวง เล่านา

เมิลไป่พานผึ้งรวง เร่งเศร้า

หวั่นแดเด็ดสวาทดวง เดียวบุษป์ มาลย์แม่

หวาดว่าผึ้งผ่ายเคล้า ดอกแก้วกูสงวน ฯ

(73) ลุถึงถิ่นท่าสะอ้าน ออกนาม

ท่ารดุกอกกะหนาม กะหนากกล้ำ

ค่อนค่อนคิดคะนึงยาม สรงสระ แม่นา

ท่าสะอาดอรเลี่ยนล้ำ เล่ห์แผ้วพูนทอง ฯ

เมื่อผ่านท่าสะอ้านแล้ว ได้เดินทางผ่าน “เขาดิน” ปัจจุบันคือ ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนั้นได้ผ่าน “ทุ่งโพ” ซึ่งน่าจะอยู่ถัดจากเขาดินไปก่อนถึงบ้านสามภูดาษ ปัจจุบันน่าจะได้แก่ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

………….

บทสรุป

เมื่อพิจารณาเส้นทางการเดินทัพจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองฉะเชิงเทราและปากน้ำโยทะกา ในสงครามครามปราบเวียงจันท์ ดังปรากฏในโคลงนิราศฉะเชิงเทราพระนิพนธ์ของกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ จะเห็นว่ากว่าจะเดินทางถึง “บางขนาก” ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 วัน ซึ่งทำให้การเดินทัพต้องล่าช้าเสียเวลามาก ทั้งยังไม่สะดวกแก่การลำเลียงเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์

ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นความยากลำบากต่างๆ ในการลำเลียงยุทโธปกรณ์สำหรับกองทัพ ที่เข้าไปทำสงครามยืดเยื้อในประเทศกัมพูชาเป็นเวลานาน พระองค์จึงโปรดให้ขุดคลองเชื่อมระหว่างคลองบางกะปิกับแม่น้ำบางปะกงขึ้น ให้ทะลุที่ “บางขนาก” เพื่อให้เป็นคลองลัดไปยังแม่น้ำบางปะกงและถึงบริเวณบางขนากก่อนถึงปากน้ำโยทะกาได้โดยไม่ต้องอ้อมไปเข้าทางคลองสำโรง แขวงเมืองสมุทรปราการนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, 2544), หน้า 73.

[2] เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 ฉบับตัวเขียน (กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2548), หน้า 28.

[3] พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ ฉบับตัวเขียน เล่ม 1 (หมู่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 1) เลขที่ 1 ตู้ 108 มัดที่ 1 ประวัติ ได้จากกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 7/4/2482.

[4] กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์, “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา,” นิราศทัพเวียงจันท์ (กรุงเทพฯ: มติชน, 2544), หน้า 112-131.

บรรณานุกรม :

คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยฯ. ความยอกย้อนของประวัติศาสตร์ พิพิธนิพนธ์เชิดชูเกียรติศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล. กรุงเทพฯ: รุ่งแสงการพิมพ์, 2539.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่องเสด็จประพาสคลองแสนแสบ. พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2476.

ตำนานเรื่องวัตถุสถานต่างๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2472.

ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, 2545.

ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา., พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 ฉบับตัวเขียน กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2548.

ภูวเนตรนรินทรฤทธิ์, กรมหลวง. “โคลงนิราศฉะเชิงเทรา,” นิราศทัพเวียงจันท์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2544.

ศิลปากร, กรม. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย, 2534.

. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอเดียร์สแควร์, 2535.

. ราชพงษาวดารกรุงกัมพูชา. พระนคร: แพร่พิทยา, 2513.

สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: บริษัทรุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด, 2545.

อานามสยามยุทธ. พระนคร: แพร่พิทยา, 2514.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กรกฎาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลองสำโรง อดีตคลองยุทธศาสตร์ เส้นทางการเดินทัพไปกัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...