โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘หมอนิธิพัฒน์’ เตือนใจรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน ระวังจุดจบนโยบายประชานิยม

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ก.ค. 2565 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 06.50 น. • The Bangkok Insight

"หมอนิธิพัฒน์" ลั่นถึงจุดจบแพทย์ที่เลือกตามนโยบายประชานิยม แทนที่การยึดโยงกับหลักวิชาการและจริยธรรมทางการแพทย์

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นิธิพัฒน์ เจียรกุล เรื่อง จุดจบแพทย์ที่เลือกเดินแนวทางประชานิยม แทนที่การยึดโยงกับหลักวิชาการและจริยธรรมทางการแพทย์

ประชานิยม

ฟังข่าวค่ำที่องค์กรแพทย์สองขั้ว ออกมาแสดงความขัดแย้งกันผ่านสื่อแล้วเศร้าใจ ในเรื่องยาต้านไวรัสสำหรับโรคโควิดขาดแคลนชั่วคราว

ผมไม่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ที่เอาประเด็นขัดแย้งเชิงอำนาจ มาบดบังความถูกต้องทางวิชาการ และความถูกต้องในการบริหารสถานการณ์วิกฤติสุขภาพ

หากจำกันได้ เมื่อปีที่แล้วในระลอกอัลฟาแผ่คลุมกรุงเทพหลังสงกรานต์ มีแนวคิดแจกยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกทม. ผมเข้าไปร่วมคัดค้าน และจบลงได้ด้วยข้อตกลง การพยายามแยกแยะผู้ติดเชื้อรายที่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส

ต่อด้วยวิกฤติโควิดในทัณฑสถาน ช่วงแรกด้วยความจำเป็น เพราะกำลังคนไม่เพียงพอ จึงมีการแจกฟาวิพิราเวียร์ไปก่อนแบบไม่แยกแยะ

ช่วงหลังที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเผชิญวิกฤติ เราเริ่มตั้งหลักกันได้ และมีกำลังหนุนเพียงพอ จึงมีการคัดแยกความรุนแรง และให้ยาในรายที่มีข้อบ่งชี้ และจัดระบบการดูแลรักษาที่เหมาะสมสำหรับรายที่อาการรุนแรง ทำให้ช่วยลดการสูญเสียลงได้มาก

เมื่อมาถึงปลายระลอกเดลตาต่อโอไมครอน มีการออกนโยบายเจอ แจก จบ จนมาเห็นชัดเจนเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ผมเริ่มไม่สบายใจอีกครั้ง ได้แต่เตือนทางวิชาการผ่านสื่อในหลายครั้งหลายวาระ ว่าความถูกต้องทางการแพทย์ ไปกันไม่ได้กับนโยบายประชานิยม

ยกเว้นในยามที่วิกฤติสุขภาพใหญ่เกินรับมือ อาจต้องใช้นโยบายดังกล่าวบ้าง แต่ต้องไม่เสพติดจนละเลยความถูกต้องในเชิงวิชาการ

ครั้นมาถึงช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นโรคประจำถิ่นของโอไมครอน เราคุ้นเคยกับการกรอกหูจากฝ่ายนโยบายว่า พร้อมรับมือการระบาดของโรคช่วงผ่อนคลายประเทศ ด้วยหลักสามพอ คือยาพอ เตียงพอ และ บุคลากรพอ

ผมเองไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แต่สังหรณ์ลึก ๆ ว่า มันไม่น่าเป็นจริงตามนั้นได้ทั้งหมด พยายามส่งสัญญาณเตือนให้เตรียมหาทางลงเผื่อกันไว้บ้าง แต่ดูเหมือนไปไม่ถึงกลุ่มแพทย์ที่รับผิดชอบเชิงนโยบาย คงเพราะมีอำนาจที่หยิบยื่นจากนักการเมืองเป็นแรงจูงใจ

ประกอบกับการละเลยประเมินข้อมูลการติดเชื้อในภาพรวมที่ใกล้เคียงความเป็นจริง ทำให้สถานการณ์ ไม่พอจริง ตามราคาคุยค่อยเผยโฉมออกมา บุคลากรและเตียงที่ไม่พอ ยังอาจหยิบยืมจากงานดูแลผู้ป่วยอื่นที่ไม่ใช่โควิดมาได้ ทั้งที่มันทำให้เกิดการเสียประโยชน์ของผู้ป่วยกลุ่มอื่นนี้ที่ต่อเนื่องมากว่าสองปีแล้ว

แต่ถ้าคาดการสถานการณ์ผิดแล้วเตรียมยาไว้ไม่พอใช้จริง ประกอบกับอุปสงค์เทียมที่ไปโหมประโคมสร้างไว้ โดยการโฆษณาชวนเชื่อให้คนหวังพึ่งยารักษาเมื่อมีการติดเชื้อ แทนที่จะเน้นการระมัดระวังตัวให้มีโอกาสติดเชื้อน้อยที่สุดแทน

แถมสร้างอุปสงค์เทียมต่อการได้ยาต้านไวรัส โดยไม่นับผลการได้รับวัคซีนและแยกแยะความรุนแรงโรค ตามที่ผมเคยเสนอไว้ดังรูปที่มี FC ช่วยทำให้หลังโพสต์ไปเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2565 และได้บรรจุอยู่ในแนวทางการรักษาของประเทศช่วงหนึ่ง

แต่ภายหลังเรื่องประวัติการรับวัคซีนถูกดึงออกไปโดยไม่ทราบเหตุผล ถึงวันนี้เมื่อหาของแจกไม่ทันตามสัญญา ประชานิยมจึงย้อนกลับมากัดกินผู้ใช้งานที่หลงระเริงมากเกินไป

ผมเองก็เป็นหมออาวุโสอายุเกิน 61 ปีแล้ว อยากเตือนไปถึงหมอรุ่นน้อง รุ่นลูก และรุ่นหลาน ว่า ลาภ (ความร่ำรวย) ยศ (ตำแหน่งทางบริหารที่นักการเมืองหยิบยื่นให้ หรือตำแหน่งวิชาการ) สรรเสริญ (การยกยอปอปั้นจากคนรอบข้าง) เป็นสิ่งที่ไม่จีรัง

หากท่านใช้วิชาชีพแพทย์เพื่อยังประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยและไม่เห็นแก่สิ่งตอบแทน ตามคำสอนของสมเด็จพระราชบิดา ลาภ ยศ สรรเสริญ ตามสมควร จะบังเกิดแก่ท่านเองโดยไม่ต้องวิ่งเข้าหา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...