โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 เหตุผลที่ทำให้คนลาออกในปีที่ผ่านมา | ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ - Exclusive Writer

Ad Addict

อัพเดต 08 ส.ค. 2565 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2565 เวลา 23.50 น. • ชญาน์ทัต วงศ์มณี

McKinsey & Company ทำการวิจัย The Great Attrition, The Great Attention โดยสำรวจพนักงานที่ลาออกจากงานในช่วงเมษายน 2021 - เมษายน 2022 หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาลาออกจากงาน

1. ไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

โควิด-19 น่าจะเป็นช่วงเวลาที่พนักงานเจอโจทย์การทำงานที่ท้าทาย และต้องแสดงฝีมือกันเต็มที่ แต่ถ้าทำงานไปแล้วไม่มีความก้าวหน้า เช่น มีผลงานแต่ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือไม่ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ไม่มีการส่งเสริมให้พนักงานได้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่จะช่วยพัฒนาทักษะ พนักงานก็จะรู้สึกว่าเอาพลังไปทำงานที่อื่นที่ทำแล้วเติบโตน่าจะดีกว่า

2. ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม

สืบเนื่องจากข้อแรกที่พอไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็เลยไม่มีการปรับเงินเดือนตามไปด้วย ไปจนถึงด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้พนักงานทำงานหนักมากกว่าเดิม และเริ่มกลับมาตั้งคำถามว่า ได้ค่าตอบแทนที่คุ้มกับการทำงานหนักขนาดนี้หรือเปล่า

3. หัวหน้าไม่มีความห่วงใย และไม่สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน

หัวหน้าคือคนที่เราได้สัมผัสใกล้ชิดโดยตรงจากการทำงาน อยากตื่นไปทำงานหรือไม่อยากตื่นก็เพราะหัวหน้าด้วยส่วนหนึ่ง รวมทั้งหัวหน้ายังเป็นคนหล่อหลอมเราให้เป็นหัวหน้าคนต่อไป หัวหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีจะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการเป็นหัวหน้า และทำให้เรามีแรงจูงใจในการทำงาน แต่ถ้าทำงานแล้วเจอหัวหน้าที่เป็นตัวอย่างของหัวหน้าที่ไม่ดี เราก็คงไม่อยากถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นหัวหน้าที่ไม่ดีคนต่อไป มีหัวหน้าไม่ดีแค่คนเดียวก็เป็นความสูญเสียขององค์กรมากแล้ว

4. งานที่ทำอยู่เป็นงานที่ไม่มีความหมาย

พอไม่รู้สึกว่างานที่ทำอยู่มีเป้าหมายหรือมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคน แรงจูงใจที่อยากจะทำงานก็จะต่ำไปด้วย เพราะเขารู้สึกว่างานที่ทำไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ เขาก็จะทำงานแค่ให้เสร็จ ๆ ไป แต่ไม่ได้ละเอียดประณีตกับงาน ไม่ได้ใส่หัวใจลงในงาน พอทำงานแบบไม่ได้เอาหัวใจไปใส่นาน ๆ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าไปด้วย ดังนั้น องค์กรเองก็ต้องออกแบบงานหรือสร้างความหมายให้กับงานที่ทำอยู่และถ่ายทอดให้พนักงานได้เข้าใจเช่นกัน

5. แบกความคาดหวังเรื่องงานที่ไม่สมเหตุสมผล

เวลามอบหมายงานหรือตั้ง KPI กับพนักงานนั้น หัวหน้าได้ให้ KPI ที่เหมาะสมกับพนักงานหรือเปล่า อารมณ์เดียวกับอยากได้งานแบบโอลิมปิก แต่ให้งบมาทำงานแบบกีฬาสีโรงเรียน และคาดหวังว่าจะต้องได้งานแบบโอลิมปิกอยู่นั่นแหละ หรือหัวหน้าคาดหวังผลอย่างเดียว แต่ไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ ที่จะเอื้อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พนักงานก็คงไม่อยากจะทำงาน

6. เพื่อนร่วมงานไว้ใจไม่ได้และไม่ช่วยเหลือกัน

เพื่อนร่วมงานเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราทำงานแล้วมีความสุข การได้อยู่ในทีมที่ดี เข้าใจกัน ช่วยเหลือกัน ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ทำให้เราอยากมาทำงาน ตรงกันข้าม ถ้าอยู่ในสังคมการทำงานที่ไว้ใจใครไม่ได้ แทงหลังกันตลอดเวลา ต่างคนต่างเอาตัวรอด ก็คงไม่มีใครอยากอยู่ เป็นแบบนี้เป็นใครก็ต้องหนีไป

7. ไม่มีความยืดหยุ่นในการทำงาน

การทำงานแบบยืดหยุ่นที่พนักงานสามารถออกแบบการใช้ชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวได้เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกงานยุคนี้ ถ้าต้องเข้าออฟฟิศตลอดตอกบัตร 5 วันคงไม่เข้ากับพฤติกรรมของคนในยุคนี้ แต่ถ้าทำงานแบบ Hybrid Working มีทั้งเข้าออฟฟิศและทำงานที่ไหนก็ได้ พนักงานก็จะรู้สึกว่าเขามีอิสระในการทำงานขึ้นมาหน่อย ลดการเดินทางได้ด้วย

8. ไม่มีการสนับสนุนด้านสุขภาพ

พนักงานมีความกังวลเรื่องโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต องค์กรที่ให้พนักงานทำงานหนักจนมีปัญหาสุขภาพคงไม่ใช่องค์กรแบบที่พนักงานอยากทำงานด้วย แทนที่จะไปรอจ่ายค่าประกันรักษาพยาบาลพนักงาน ถ้าเปลี่ยนเป็นทำอย่างไรให้พนักงานสุขภาพแข็งแรง และให้พนักงานที่มีสุขภาพแข็งแรงมาทำงานดี ๆ ออกมาน่าจะดีกว่า เช่น การดูแลสวัสดิการ การออกแบบงานไม่ให้โหลดเกินไป

9. ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม

ยุคนี้ความหลากหลายเป็นเรื่องสำคัญ องค์กรที่ไม่เคารพความแตกต่าง และมีอคติ เหยียดเพศ เหยียดชาติพันธุ์ เหยียดความแตกต่างทางความคิด ฯลฯ จะกลายเป็นองค์กรที่มีใครอยากอยู่ด้วยเลย

10. ปัญหาเรื่องการเดินทาง

เรื่องนี้หลายคนคงรู้สึกเหมือนกันว่า เหมือนเราใช้ชีวิตทำงานเพื่อหาเงินมาเติมน้ำมัน แล้วเติมน้ำมันไปทำงานหาเงินมาเติมน้ำมันอีกที การเดินทางในยุคนี้กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ โดยเฉพาะในสังคมที่ไม่มีรัฐสวัสดิการ หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของคน ซึ่งส่วนนี้การทำงานแบบ Hybrid Working ก็อาจจะช่วยรักษาพนักงานไว้ได้ เพราะไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...