โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ายหนียกซอย! โก้ ธีรศักดิ์ สุดทน 5 ปี เพื่อนบ้านปาอุจาระ-น้ำกรด ยอมเป็นฝ่ายถอยเอง

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 พ.ค. 2566 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2566 เวลา 08.14 น. • The Bangkok Insight

โก้ ธีรศักดิ์ สุดทน 5 ปี ภัยเพื่อนบ้านปาอุจาระ-น้ำกรด ยอมเป็นฝ่ายถอย เตรียมย้ายหนียกซอย!

ทำเอานักแสดงรุ่นใหญ่ปรี๊ดแตกกันเลยทีเดียว สำหรับ โก้-ธีรศักดิ์ พันธุจริยา หลังจากที่อดทนกับพฤติกรรมของเพื่อนบ้านมหาภัยมานาน ล่าสุด เจ้าตัวออกมาแชร์ประสบการณ์ที่ต้องเจอกับเพื่อนบ้าน ทำพฤติกรรมสุดทน ด้วยการปาถุงปัสสาวะใส่หลังคาบ้าน ในรายการโต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรรับเชิญ เป๊กกี้ ศรีธัญญา ที่มานั่งโต๊ะแทน หนูแหม่ม สุริวิภา พร้อมเผยทางออกที่ตนเองเลือกแล้ว

ถูกเพื่อนบ้านสาดอุจจาระปัสสาวะใส่หลังคาบ้าน ?

"คือเรื่องนี้เราโพสต์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในช่วงนั้นก็เหมือนเขาสาดน้ำกรดมาใส่ลูกน้องเรา แล้วมันก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังก็จะเป็นน้ำปัสสาวะอุจจาระ แล้วก็เหวี่ยงลงมาบ่อย ๆ ในรูปแบบเป็นระเบิดถุงบ้าง หรือว่าเป็นลักษณะที่เป็นแก้วแล้วก็ตักสาด เพราะเขานั้นก็ไม่ได้ทำกับเราหลังเดียว เขาทำกับเพื่อนบ้านของเราด้วย"

ยิ่งห้ามยิ่งเตือนยิ่งเดือด ?

"คือคนที่ถ่ายคลิปเขาเป็นร้านทำผม และลูกค้าเขาก็จะน้อยลง พอลูกค้ามาก็เอาหินเขวี้ยงรถเขา หรือบางครั้งก็เอาน้ำปัสสาวะไปสาดเค้า อยู่ ๆ เอาน้ำอุจจาระปาเข้าไปในร้านและมันเหม็นกลิ่นอบอวล ซึ่งปกติเราก็จะเห็นเป็นถุงมาแปะอยู่ที่หน้าบ้านของเรา แต่คลิปที่เราลงก็คือเห็นชัดเจนเลย ว่าเขากำลังถือถุงปัสสาวะอุจจาระอยู่ คือเจ้าของบ้านหลังนี้เขาไม่ได้ทะเลาะกับเราคนเดียว ซึ่งบ้านที่อยู่ในแถวนั้นเริ่มออกมาประกาศขายกันเกือบหมดแล้ว"

จุดเริ่มต้นเรื่องนี้มานาน 5 ปีแล้ว ?

"คือเริ่มแรกเขาจะเริ่มส่งเสียงก่อน ไม่รู้ว่าทำอาหารหรือทำอะไร แล้วก็ตะโกนด่ากันโวยวาย ซึ่งในบ้านเค้ามีอยู่ 4 คน คนที่ทำมีอยู่ 2 คน และหลังจากนั้นเราก็เริ่มศึกษาเรียนรู้และขอความช่วยเหลือร้องทุกข์ จนแบบตอนนี้ทุกคนเริ่มตระหนักรู้ ว่าเราต้องอยู่กับเขายังไง"

5 ปีที่ผ่านมาเราจัดการกับเขายังไง ?

"คือที่ผ่านมาเราก็อยู่กันปกติสุขไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย แล้วเหมือนครอบครัวเขา ลูกชายจะทำธุรกิจขายรถมือสอง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารถมือสองที่เขาขายก็เอามาจอดในซอย ปล่อยให้เน่ายางแตก ก็เลยคาดว่าอาจจะเกิดภาวะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการค้าขายหรือเปล่า หรือเครียด แล้วก็มาลงกับเพื่อนบ้าน"

ก่อนเรื่องจะถึงตำรวจเคยเจรจากันไหม ?

"เคยพูดแล้ว และให้พี่สาวคุยกับแม่เขาแล้ว จนกระทั่งตำรวจก็เหมือนได้มีการเรียกคุณแม่เขาไปแล้ว บอกว่าต้องรับผิดชอบถ้าสมมติลูกทำความเสียหายอะไรมา คุณแม่ต้องดูแลลูกดี ๆ นะ แต่พอกลับมาทุกอย่างเหมือนเดิม และไม่ใช่มาวันละครั้ง มาทุกครั้งหลังอาหาร คือเราก็อยากให้เขาหาย อยากให้เขาคุยดี ๆ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้าไม่ไหวก็ไปรักษาและกลับมาเป็นเพื่อนบ้านกันได้"

เคยไปแจ้งความด้วยใช่ไหม ?

"เคยไปแจ้งความ แล้วเขาก็ต้องเสียค่าปรับ ซึ่งตอนแรกเราตั้งใจจะสู้ หลายคนบอกว่าทำไมต้องย้ายออก ทำไมคนถูกจะต้องเป็นฝั่งที่ยอมแพ้ เราก็คิดว่าเราจะไม่ยอม แต่ตำรวจบอกว่าความผิดที่เขาทำเวลาขึ้นศาลมันจะถูกปรับแค่ 500 เอง แต่เราก็คิดว่าปรับ 500 มันเข้าเราหรือเข้ารัฐ ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องขำ แต่คนที่ไปอยู่ในพื้นที่จริง อยู่ในภาวะแบบนั้นมันเครียด"

"และล่าสุดคุณแม่เขาก็ไม่ได้ยอมรับว่าลูกเขาทำ แถมยังมาโทษเราอีก ว่าบ้านเราทำของใส่เขา เราก็ยิ่งแบบว่าไปไกลเลย ไปถึงดาวอังคารเลย คือถ้ามันเป็นเรื่องที่เราสัมผัสได้มันว่าไปอย่าง มันเป็นเหตุผลที่เหนือจินตนาการ เราไม่รู้ว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง เราก็คิดว่าจะทำไปเพื่ออะไร เขาก็ไม่ได้หล่อรวยสวยเก๋ มันไม่ได้มีเหตุจำเป็น ดังนั้นก็ต้องหาใครคนหนึ่งปรับทัศนคติเขา"

ล่าสุดมีนักข่าวมาทำข่าว เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ?

"มีนักข่าวหลายคนมา พอนักข่าวมาเขาก็โดนด่า โดนเหวี่ยง โดนเทฉี่ จนเราก็เหนื่อยใจ แถมยังออกมามีปากมีเสียงกับนักข่าวทุกสังกัด"

ในเมื่อไม่หนีเราหักห้ามใจยังไง ?

"เราก็อ่านคอมเมนต์ที่บอกว่าเขวี้ยงมาเขวี้ยงกลับไม่โกง ซึ่งเราก็คิดนะว่าอยากจะตอบโต้ แต่พี่สาวบอกว่าอย่าไปทะเลาะกับเขาเลย และหลานก็กำลังจะเข้าวงการบันเทิงด้วย ไม่อยากจะให้มีปัญหากัน ถ้ามันเกิดมีความรุนแรงมีความสูญเสียมันจะไม่โอเค ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามปรับอารมณ์ใหม่ และคิดว่าจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แต่ยังไม่ขายบ้าน"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...