พ่อแม่ที่สับสน : 4 เทคนิคที่จะทำให้พ่อแม่รู้จักและเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น
Mood of the Motherhood
อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 08.34 น. • Featuresคุณพ่อคุณแม่หลายคนน่าจะเคยรู้สึกว่าชีวิตแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่มีเวลาตั้งสติ คิด และทบทวนอะไรให้ถี่ถ้วน บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็น พ่อแม่ที่สับสน เพราะมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ต้องแข่งกับเวลา ต้องแก้ปัญหา ต้องทำหน้าที่นอกบ้านให้ดี แต่หน้าที่ในบ้านก็ไม่อยากให้บกพร่อง รู้ตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองเริ่มขาดทักษะในการรู้จักและเข้าใจตัวเอง จนกลายเป็น พ่อแม่ที่สับสน ไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ขาดประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตและบริหารจัดการเวลาให้ดีได้เท่าที่ควรดังนั้น การเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดี นอกจากจะทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลและทำความเข้าใจลูกน้อยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทำความเข้าใจตัวเองให้มากๆ แต่จะทำอย่างไรนั้น เรามีเทคนิคดีๆ มาฝากค่ะ1. กระจกคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเรา
การพูดกับตัวเองหน้ากระจกเงา อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกตะขิดตะขวง หรือเขินอายไปบ้าง แต่ในเวลาที่สับสน หรือลำดับความคิดไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไรกันแน่ การปลีกตัวออกมา อยู่ในห้องเงียบๆ และพูดคุยกับตัวเองในกระจกเงา ก็ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ระบายความคิดที่อยู่ในใจออกมาได้งานวิจัยของอาจารย์ Gary Lupyan และ Daniel Swignley รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (University of Wisconsin) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่ทางนิตยสาร TIME ระบุไว้ว่า “การพูดคุยกับตัวเองหน้ากระจกไม่ใช่เรื่องบ้าหรือน่าอาย แต่เป็นวิธีที่สามารถเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่กล้าพูดกล้าคุยมากขึ้นได้”ดังนั้น ถ้าไม่กล้าหรือว่ายังไม่รู้จะเริ่มต้นพูดคุยกับตัวเองอย่างไร ลองหาพื้นที่ที่ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว มองตัวเองในกระจกแล้วทักทายตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ เช่น วันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง, เครียดหรือเปล่า, กังวลเรื่องอะไรกันแน่ และอย่าลืมจบด้วยการให้กำลังใจตัวเองด้วยคำพูดง่ายๆ เช่น ฉันทำได้อยู่แล้ว! เพื่อเรียกกำลังใจของตัวเองกลับมาด้วยนะคะ2. ความสงบคือทางออก
ความวุ่นวายในการเลี้ยงลูกและหน้าที่การงาน อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้สัมผัสกับคำว่า ความสงบในชีวิตอีกเลยตั้งแต่มีลูกน้อยเข้ามาในชีวิต จนหลงลืมไปว่า ความสงบนี่แหละที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และมีสมาธิอยู่กับตัวเองมากขึ้นเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยจากการวางมือถือ งดเสพข่าวสักพัก แล้วลองหากิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลายสบายใจสักนิด เพื่อทบทวนและพาตัวเองออกจากความสับสนวุ่นวายต่างๆ ได้3. เขียนระบายและทบทวนตัวเอง
นักจิตวิทยาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเขียนระบายความรู้สึกออกมาจะช่วยลดความเครียดให้เบาบางลงได้ วันไหนที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกเครียด กังวล ลองเขียนระบายความในใจของตัวเองออกมา เช่น สิ่งที่ตัวเองต้องการในอนาคต ข้อดีของคุณพ่อคุณแม่ สิ่งที่ชอบทำและไม่ชอบทำ เมื่อเขียนเสร็จแล้วลองนำกลับมาอ่านทบทวนดูอีกครั้ง ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น4. บันทึกเรื่องดีๆ ที่พบในแต่ละวัน
การเขียนบันทึกสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีในแต่ละวัน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น วันนี้ซักผ้าแล้วฝนไม่ตก วันนี้เก็บที่นอนตอนเช้า วันนี้ท้องฟ้าสวยกว่าเมื่อวาน หรือแม้แต่บันทึกความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่พยายามหยุดคิดเพื่อทบทวนและเห็นเรื่องดีๆ ในแต่ละวัน เห็นแง่มุมดีๆ ของตัวเอง และนำไปสู่การรู้สึกดีและเคารพตัวเองมากขึ้นอีกด้วย5. ภูมิใจในตัวเอง
คุณพ่อคุณแม่อาจเคยคิดว่า ทำไมพ่อแม่คนอื่นเลี้ยงลูกได้ดีกว่าตัวเอง หรือ ทำไมแม่คนอื่นไม่เห็นเหนื่อยเหมือนฉัน! ทั้งที่จริงแล้ว ความคิดเหล่านี้นี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้คุณพ่อคุณแม่ท้อแท้ หมดกำลังใจ และคิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีพอความจริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจว่าแต่ละคนและแต่ละครอบครัวอาจมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเองให้มากๆ ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะมีความสุขมากขึ้นตามไปด้วยแน่นอนค่ะอ้างอิงideas.timelearninghubthailand