โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มีทองอย่าเพิ่งรีบขาย อินเตอร์โกลด์มองพื้นฐานมีโอกาส นิวไฮ 33,500 บาท ภายใน 3 เดือนนี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. 2566 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2566 เวลา 09.44 น.

อินเตอร์โกลด์ แนะอย่าเพิ่งรีบขายทอง ภายใน 3 เดือนมีโอกาสนิวไฮ สูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ 33,500 บาทต่อบาททองคำ ให้จับตาสถานการณ์โลก แนะปลายปีปล่อยของได้

บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์ราคาทองคำ โดยระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 32,500 บาทต่อบาททองคำ เกือบแตะที่ระดับ 33,000 บาทต่อบาททองคำ ทำให้ผู้ที่ถือหรือมีทองคำอยู่แล้วส่วนใหญ่กำลังหาจังหวะนำทองคำออกขายเพื่อทำไร อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยพื้นฐานหลายประการมีโอกาสที่ทองคำอาจทุบสถิติ ราคาพุ่งสูงสุดที่ระดับ 33,500 บาทต่อบาททองคำในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า

อินเตอร์โกลด์ฯมองว่า ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากความไม่แน่นอนด้านวิกฤตเศรษฐกิจ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ ที่ระดับไม่เกิน 5.25% ตามที่เฟดได้วางไว้ (โดยในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯอยู่ที่ระดับ 5.00%)

ตลอดจนวิกฤตที่สั่นคลอนภาคธนาคารในสหรัฐฯและยุโรปจากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากวิกฤตธนาคารซิลิคอนวัลเลย์แบงก์ทางฝั่งสหรัฐฯ จนถึงธนาคารเครดิตสวิสของทางฝั่งยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนยังขาดความมั่นใจการลงทุนภาคธนาคารเนื่องจากหวั่นเกรงการซ้ำรอยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เงินลงทุนจึงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ดันให้ราคาทองคำเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของต้นปี 2566

“เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนเมษายน ได้เห็นสถานการณ์วิกฤตภาคธนาคารและตลาดหุ้นคลี่คลายลง ตลาดทองคำที่เคยได้อานิสงส์จากความกังวลวิกฤตภาคธนาคารจะล้มจนลามเป็นวิกฤตใหญ่ๆ เริ่มคลี่คลาย โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนราคาทองคำไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างดุดันมากเท่าไร และเริ่มมีการสร้างฐานหรือปรับตัวออกข้างในกรอบที่ค่อนข้างกว้างระดับหนึ่ง ในช่วงปลายเดือนเมษายนจะได้เห็นสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างและนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในการกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้งหลังจากได้รับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ด้านทางเทคนิคหากตลาดหุ้นยังคงทำทรงดีอยู่ ช่วงปลายปีนี้อาจได้เห็นการไหลของเงินกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้น เพราะหากธนาคารกลางสหรัฐฯเริ่มคงอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2024 (พ.ศ.2567) ก่อนจะถึงเวลาที่เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยลง คาดการณ์ว่าถ้าเศรษฐกิจมีปัญหาอาจจะมีการพิมพ์เงินกลับเข้าสู่ระบบ” นักวิเคราะห์อินเตอร์โกลด์ระบุในบทวิเคราะห์

จึงกล่าวได้ว่าเงินที่กองกันอยู่ในตลาดทองคำอาจมีการไหลออกมาสู่ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็เป็นได้ ประเมินว่าระยะสั้นราคาทองรายเดือนอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เห็นได้จากราคาทองที่ไม่อาจยืนเหนือ 32,500 บาทต่อบาททองคำ (2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์) ได้ แต่เมื่อไรที่ราคาทองยืนเหนือ 32,500 บาท หรือ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ ก็อาจได้เห็นราคาทองคำในตลาดขึ้นไปแตะจุดสูงสุด ทุบสถิติรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม สัญญาณราคาทองคำช่วงนี้จะยังเป็นไปในลักษณะ Sideway up (ทรงตัวในขาขึ้น) โดยในช่วงแรกราคาจะวิ่งอยู่ในช่วงของ 31,800-32,300 บาทต่อบาททองคำ (1,930-1,980 ดอลลาร์ฯต่อออนซ์) ก่อนจะวิ่งไปต่อที่ 32,300-32,800 บาทต่อบาททองคำ (1,980-2,030 ดอลลาร์ฯต่อออนซ์) ดังนั้น หากราคาทองคำไม่หลุดต่ำกว่า 31,800 บาทต่อบาททองคำ (1,930 ดอลลาร์ฯต่อออนซ์) ก็อาจได้เห็นการพุ่งทะยานขึ้นแตะระดับ 2,050-2,070 ดอลลาร์ฯต่อออนซ์ ได้ไม่ยาก ราคาทองคำไทยก็จะปรับขึ้นทะลุ 33,000 บาทต่อบาททองคำได้เช่นกัน

หากไม่มีปัจจัยด้านดอกเบี้ย ทองคำในระยะ 1-3 เดือนนี้จากนี้ยังคาดหวังเป็นขาขึ้นได้ต่อไป และถ้าไม่ได้มีประเด็นอะไรใหม่ที่ทำให้ความเสี่ยงระดับโลกเพิ่มขึ้น ทองน่าเริ่มลดความสำคัญลงในช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ ราคาทองที่จะพุ่งทุบสถิติรอบใหม่หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่อาจเป็นการขึ้นครั้งสุดท้ายของปีนี้ และปัจจัยที่ค่อยๆ สุมไฟขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างเรื่องการแบ่งขั้วของมหาอำนาจทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร (จีน รัสเซีย และชาติในแถบกลุ่มตะวันออกกลาง) จากกระแสความเพลี่ยงพล้ำของสหรัฐฯ ทำให้โลกเริ่มมองฝั่งทางจีนอาจพลิกกลับมาเป็นมหาอำนาจในโลกใหม่หรือไม่ เพราะฉะนั้นสำหรับนักลงทุนทองคำก็ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ไม่พลาดเมื่อโอกาสมาถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...