โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะเคลื่อนไหวอย่างไร? จากเหตุโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมัน-หุ้นกลุ่มป้องกันจ่อพุ่ง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะเคลื่อนไหวอย่างไร? จากเหตุโจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมัน-หุ้นกลุ่มป้องกันจ่อพุ่ง

สรุปการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆ หลังสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางระอุ เหตุอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ นำไปสู่การเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เบื้องต้นนักวิเคราะห์มองราคาน้ำมัน-หุ้นกลุ่มป้องกันจ่อพุ่ง ขณะที่หุ้นตะวันออกกลาง-สายการบินเตรียมรับแรงกดดัน ส่วนดอลลาร์อาจแข็งค่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อและขัดขวางอุปทานน้ำมัน

ราคาน้ำมันจ่อพุ่ง 100 ดอลลาร์ หากความขัดแย้งยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันถือเป็นดัชนีชี้วัดหลักของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และตั้งอยู่ตรงข้ามกับคาบสมุทรอาหรับที่อุดมไปด้วยน้ำมัน โดยมีช่องแคบฮอร์มุซกั้นกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของอุปทานน้ำมันทั่วโลกประมาณ 20% ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจจำกัดปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดโลกและส่งผลให้ราคาสูงขึ้น

น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ราคาประมาณ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 1 ใน 5 ในปีนี้ ด้านแหล่งข่าวจากการค้า 4 รายระบุเมื่อวันเสาร์ว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่และบริษัทค้ารายใหญ่บางแห่งได้ระงับการขนส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงผ่านช่องแคบฮอร์มุซเนื่องจากการโจมตีที่เกิดขึ้น

วิลเลียม แจ็กสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่จาก แคปปิตอล อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า แม้ความขัดแย้งจะถูกจำกัดวงไว้ได้ แต่ราคาน้ำมันเบรนท์อาจพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 80 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในช่วงสงคราม 12 วันในอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา

แจ็กสัน ยังระบุในบันทึกวิเคราะห์ว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่ออุปทาน อาจทำให้ราคาน้ำมันกระโดดขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.6-0.7 จุดเปอร์เซ็นต์

ความผันผวนรุนแรงทั่วทุกตลาด ดัชนี VIX พุ่ง 30

ความขัดแย้งนี้มีแนวโน้มจะซ้ำเติมความผันผวนในตลาดโลก ที่เผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในปีนี้อยู่แล้วจากนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์และการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างหนัก เห็นได้จาก VIX Index ซึ่งเป็นดัชนีที่นักลงทุนใช้ซื้อขายความผันผวนของตลาด ปรับตัวขี้นกว่า 30% ในปีนี้ ขณะที่ความผันผวนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (MOVE index) เพิ่มขึ้น 15%

จับตาตลาดค่าเงิน: ดอลลาร์-สกุลเงินตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์มองว่าตลาดเงินไม่น่าจะรอดพ้นผลกระทบนี้ โดยธนาคาร Commonwealth Bank of Australia (CBA) ตั้งข้อสังเกตว่า ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงประมาณ 1% ในช่วงสงครามเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงนั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ และฟื้นตัวกลับมาภายใน 3-4 วัน

โดยนักวิเคราะห์ของ CBA ยังระบุในบันทึกเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า “ในสถานการณ์ปัจจุบัน ขนาดของการปรับตัวลดลงจะขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งนั้นถูกคาดการณ์ว่าจะรุนแรงและยาวนานเพียงใด”

“หากความขัดแย้งยืดเยื้อและขัดขวางอุปทานน้ำมัน เราคาดว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ ยกเว้นเงินเยนและฟรังก์สวิส เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ จึงได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้นจากปัญหาด้านอุปทาน”

ค่าเงินเชเกลของอิสราเอลจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่เคลื่อนไหวอย่างแน่นอน หลังจากอิหร่านตอบโต้เกือบทันทีเมื่อวันเสาร์ โดยค่าเงินเชเกลเคยร่วงลง 5% ในช่วงเริ่มต้นสงครามเดือนมิถุนายน และยังผันผวนหลังจากอิสราเอลโจมตีสถานกงสุลอิหร่านในดามัสกัสเมื่อเดือนเมษายน 2024 รวมถึงตอนที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน

แม้เหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้านี้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ และตามมาด้วยการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของค่าเงินเชเกล แต่เจพีมอร์แกนระบุว่า ครั้งนี้อาจแตกต่างออกไป หากความขัดแย้งและการเพิ่มขึ้นของค่าพรีเมียมความเสี่ยงในตลาดยังคงยืดเยื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการเผชิญหน้ากับอิหร่านนำไปสู่การปฏิบัติการที่รุนแรงต่อกลุ่มตัวแทนของอิหร่านมากขึ้น

จับตา ตลาดหุ้นตะวันออกกลาง กูรูคาดร่วง 3-5% เซ่นปมโจมตี

การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตะวันออกกลาง รวมถึงซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ จะเป็นดัชนีชี้วัดแรกของความเชื่อมั่นนักลงทุน แม้ตลาดเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์สูงกับราคาน้ำมัน แต่ความขัดแย้งที่ลุกลามอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคเศรษฐกิจต่างๆ

ไรอัน เลอมานด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง นีโอวิชัน เวลธ์ แมเนจเมนต์ คาดการณ์ว่า ตลาดจะปรับตัวลดลง หากการสู้รบยังคงดำเนินต่อไป และขึ้นอยู่กับขนาดของความขัดแย้ง โดยหุ้นในกลุ่มอ่าวอาหรับ (Gulf equities) อาจร่วงลง 3-5%

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นหลักของซาอุดีอาระเบีย (TASI) ปรับตัวลดลง 1.3% ในช่วง 5 วันจนถึงวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง ส่วนตลาดหลักของดูไบ (DFMGI) ซึ่งจะเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์ ก็ปรับตัวลดลงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน

จับตา หุ้นสายการบินอาจเจอแรงกดดดัน – หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศเตรียมรับดีมานด์

สายการบินทั่วโลกสั่งยกเลิกเที่ยวบินทั่วตะวันออกกลางเมื่อวันเสาร์ และราคาหุ้นของสายการบินอาจเผชิญกับแรงกดดันหากความขัดแย้งขยายตัวจนทำให้ต้องปิดน่านฟ้าเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ผู้ผลิตอาวุธในยุโรป ซึ่งราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น 10% ในปีนี้ อาจมีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น

บิตคอยน์ฟื้นตัวเหนือ 68,000 ดอลลาร์ หลังการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่าน

บิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าของการซื้อขายในเอเชียเมื่อวันที่ 1 มีนาคม หลังจากอิหร่านยืนยันว่าผู้นำสูงสุดของประเทศเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการทางทหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

บิตคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 2% ทะลุระดับ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังข่าวการเสียชีวิต ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วน โดยก่อนหน้านี้บิตคอยน์ร่วงลงหนักถึง 3.8% ในวันก่อนหน้า ขณะที่อีเธอร์ (Ether) โทเคนที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดเป็นอันดับสอง ก็ปรับตัวสูงขึ้นและกลับมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งทำการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ผันผวนอย่างมาก หลังเริ่มสงคราม โดยเฉพาะอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีในหลายพื้นที่ รวมถึงอิสราเอล กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน พร้อมขู่ว่าจะโจมตีฐานทัพที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ในอิรักเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มฟื้นตัวตลอดทั้งวัน โดยบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมีรายงานเบื้องต้นว่า อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่านเสียชีวิต

มาร์คัส ทีเลน หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก 10x Research ให้ความเห็นว่า โดยทั่วไปนักเทรดไม่ได้คาดการณ์ว่า ความขัดแย้งในอิหร่านจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ความต้องการซื้อบิตคอยน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนกำลังปรับสถานะเพื่อรอรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่กำลังจะมาถึง

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีมูลค่าตลาดฟื้นกลับคืนมาได้ราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าวันที่ 1 มีนาคม หลังจากที่มูลค่าหายไปกว่า 1.28 แสนล้านดอลลาร์ในวันก่อนหน้า

ไฮเดน ฮิวจ์ส หุ้นส่วนผู้จัดการของ Tokenize Capital กล่าวว่า บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ที่ทำการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นตัวรองรับแรงขายทั้งหมดที่ปกติควรจะกระจายไปยังหุ้น พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมชี้ว่า ราคาที่แท้จริงจะปรากฎในวันที่ 2 มีนาคม เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกองทุน Bitcoin ETF กลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

ฮิวจ์ส ยังย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เนื่องจากมีการยิงขีปนาวุธถล่มดูไบ การตอบโต้ของอิหร่านทั่วอ่าวเปอร์เซีย และความเสี่ยงในการปิดช่องแคบฮอร์มุ

อ้างอิง:

ภาพ: muratologia / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...