โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สิงห์ เอสเตท ชู Holistic Travel ดันโรงแรมโตยั่งยืน รับเทรนด์ท่องเที่ยวคุณภาพปี 2569

Khaosod

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 03.46 น.

สิงห์ เอสเตท ชี้นักท่องเที่ยวยุคใหม่มุ่งหาประสบการณ์เชิงคุณภาพ และสุขภาวะ ดันธุรกิจโรงแรมเป็นแกนหลักปี 2569 สอดรับแผน ททท.สู่ Wellness & Medical Tourism โลก

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวปี 2569 ชี้ชัดว่านักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มองหาประสบการณ์ที่สะท้อนคุณค่าความยั่งยืน และการเชื่อมโยงกับตัวตนมากยิ่งขึ้น พร้อมยังมองหาความสงบ ความเป็นส่วนตัว และการพักผ่อนเชิงลึกมากขึ้น

ทำให้เทรนด์ Holistic Travel หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบองค์รวม จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบประสบการณ์โรงแรม นำเสนอกิจกรรม และบริการต่างๆ ที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง

โดยล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้่เปิดแผนปี 2569 ชู Amazing Thailand ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ระดับโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปีที่ผ่านมา

ขณะที่ สิงห์ เอสเตท มองธุรกิจโรงแรมเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 การพัฒนาโรงแรมให้ตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นหัวใจในการทำธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ SAii Hotels & Resorts ภายใต้แนวคิด “Peace of Mind is the Ultimate Luxury” หรือ “ทราย…ความสุขที่ตรงใจ”

เพื่อตอบรับการท่องเที่ยวที่มุ่ง “กลับมาหาตัวเอง” ผ่านประสบการณ์การพักผ่อนอย่างมีสติ ที่ผสานธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และจังหวะการพักผ่อนที่ไม่เร่งรีบ สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ที่เลือกเดินทางน้อยลง แต่ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า

ในเชิงปฏิบัติ โรงแรมในเครือ S Hotels & Resorts มุ่งสร้าง ประสบการณ์เฉพาะตัว ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง อาทิ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักกับธรรมชาติผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์อย่าง Astro Moments หรือการดูดาวริมชายหาด

ขณะที่ สันติบุรี เกาะสมุยนำเสนอแนวคิด Slow & Immersive Travel ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น โครงการ 100 Miles Dining ที่มีเมนูอาหารสร้างสรรค์มาจากการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

ส่วน ทราย ลากูน่า ภูเก็ต มุ่งส่งเสริมการดูแลตัวเองผ่านกิจกรรมเพื่อสุขภาพภายในรีสอร์ต อาทิ การวิ่งยามเช้า โยคะช่วงพระอาทิตย์ตก และเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย ตอกย้ำแนวคิดการเดินทางที่มีความหมายและตอบโจทย์ทั้งกายและใจ

ขณะเดียวกัน พอร์ตโรงแรมในมัลดีฟส์ของกลุ่มบริษัท สะท้อนอีกมิติของเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2569 ผ่านแนวคิด Thoughtful Luxury ที่ผสานความหรูหราเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดย Marine and Maldives Discovery Centres ณ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศทางทะเล

ถ่ายทอดความสำคัญของการอนุรักษ์ผ่านกิจกรรมเชิงการศึกษาและประสบการณ์จริง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับธรรมชาติและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สร้างคุณค่าร่วมระหว่างผู้เดินทาง จุดหมายปลายทาง และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“ในมุมมองอุตสาหกรรม การปรับตัวของผู้ประกอบการโรงแรมให้สอดคล้องกับเทรนด์คุณภาพ สุขภาวะ และความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย จากการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง” นายชัยรัตน์ กล่าว

ดังนัั้นด้วยศักยภาพพอร์ตโรงแรมที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่ยืนอยู่บนความเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยว สิงห์ เอสเตท มองว่าธุรกิจโรงแรมในเครือจะยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในปี 2569 และเป็นรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจ และมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิงห์ เอสเตท ชู Holistic Travel ดันโรงแรมโตยั่งยืน รับเทรนด์ท่องเที่ยวคุณภาพปี 2569

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...