โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามอิหร่าน เขย่ากลยุทธ์ลงทุน 60/40 หลังหุ้น-พันธบัตรร่วงพร้อมกัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 07.36 น.

ความผันผวนของตลาดพลังงานจากสงครามอิหร่าน กำลังทำให้กลยุทธ์ลงทุนแบบดั้งเดิมอย่างพอร์ต 60/40 ซึ่งผสมหุ้นและพันธบัตร เริ่มใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ยากขึ้น

วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 13.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงในตลาดการเงินที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษกำลังเริ่มใช้ไม่ได้ผล หลังสงครามอิหร่านที่ทวีความรุนแรงสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักให้กับตลาดพลังงานและการเงินทั่วโลก โดยปกติแล้ว พันธบัตรรัฐบาลมักปรับตัวขึ้นในช่วงที่ตลาดเกิดความตึงเครียด เพื่อช่วยชดเชยการขาดทุนจากตลาดหุ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันพันธบัตรกลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้น เนื่องจากตลาดน้ำมันกำลังเผชิญความผันผวนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ตัวอย่างเช่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นประมาณ 9 จุดพื้นฐาน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.5% สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องมองหาวิธีบริหารความเสี่ยงใหม่ ๆ นอกเหนือจากสูตรดั้งเดิม โดยกลยุทธ์ที่เริ่มถูกนำมาใช้ ได้แก่ การลงทุนในหุ้นบางกลุ่ม การใช้เครื่องมืออนุพันธ์อย่างออปชัน รวมถึงการลงทุนในตลาดเครดิตบางประเภท นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มการถือครอง เงินดอลลาร์สหรัฐ

สินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ได้แก่ หุ้นจีน ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิด เช่น อะลูมิเนียมและน้ำมันถั่วเหลือง

ความกังวลหลักของนักลงทุนในขณะนี้คือความเสี่ยงของ ภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง หากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามยืดเยื้อ ส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวและกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในเวลาเดียวกัน

หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารกลางอาจไม่สามารถใช้นโยบายลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะทำให้พอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม 60/40 หรือหุ้น 60% พันธบัตร 40% อาจไม่สามารถปกป้องนักลงทุนจากความผันผวนได้เหมือนในอดีต

ผู้จัดการกองทุนหลายแห่งจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น Goldman Sachs Asset Management ลดความเสี่ยงของพอร์ตด้วยการใช้เครื่องมือป้องกันการปรับตัวลงของตลาดหุ้น เพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในตลาดเครดิต และถือเงินสดมากขึ้น

ขณะที่ Invesco แนะนำให้ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่น โลหะและธัญพืช ส่วน Pictet Asset Management ลดสัดส่วนหุ้น เพิ่มการซื้อ put option และเพิ่มการถือครองเงินดอลลาร์

นักลงทุนจำนวนมากยังเพิ่มการถือครองดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรอให้ตลาดคลายความผันผวน โดยนักกลยุทธ์ของ Goldman Sachs ระบุว่าขณะนี้ได้ปรับมุมมองต่อหุ้นเป็น “เป็นกลาง” และเพิ่มน้ำหนักการถือเงินสด เนื่องจากความเสี่ยงที่สงครามตะวันออกกลางอาจก่อให้เกิด วิกฤตพลังงานคล้ายช่วงทศวรรษ 1970

ในช่วงที่ผ่านมา ดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง หลังจากก่อนเกิดสงคราม ตลาดจำนวนมากคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่า โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot อยู่ใกล้ระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบสองเดือน

นอกจากนี้นักลงทุนยังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในภูมิภาคอื่น เช่น หุ้นจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่จีนมีแหล่งพลังงานที่หลากหลายและพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซน้อยกว่า ขณะที่ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น

ผู้จัดการกองทุนหลายรายระบุว่า ในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ความยืดหยุ่นในการลงทุนและการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างเฉพาะเจาะจงมีความสำคัญมากกว่าการกระจายการลงทุนแบบตำรา

นักลงทุนบางรายยังเพิ่มเงินสด ลดความเสี่ยงของพอร์ต และเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและเงิน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดที่ยังคงสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...