สงครามอิหร่าน เขย่ากลยุทธ์ลงทุน 60/40 หลังหุ้น-พันธบัตรร่วงพร้อมกัน
ความผันผวนของตลาดพลังงานจากสงครามอิหร่าน กำลังทำให้กลยุทธ์ลงทุนแบบดั้งเดิมอย่างพอร์ต 60/40 ซึ่งผสมหุ้นและพันธบัตร เริ่มใช้ป้องกันความเสี่ยงได้ยากขึ้น
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 13.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงในตลาดการเงินที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษกำลังเริ่มใช้ไม่ได้ผล หลังสงครามอิหร่านที่ทวีความรุนแรงสร้างความปั่นป่วนอย่างหนักให้กับตลาดพลังงานและการเงินทั่วโลก โดยปกติแล้ว พันธบัตรรัฐบาลมักปรับตัวขึ้นในช่วงที่ตลาดเกิดความตึงเครียด เพื่อช่วยชดเชยการขาดทุนจากตลาดหุ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันพันธบัตรกลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้น เนื่องจากตลาดน้ำมันกำลังเผชิญความผันผวนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ตัวอย่างเช่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นประมาณ 9 จุดพื้นฐาน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.5% สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องมองหาวิธีบริหารความเสี่ยงใหม่ ๆ นอกเหนือจากสูตรดั้งเดิม โดยกลยุทธ์ที่เริ่มถูกนำมาใช้ ได้แก่ การลงทุนในหุ้นบางกลุ่ม การใช้เครื่องมืออนุพันธ์อย่างออปชัน รวมถึงการลงทุนในตลาดเครดิตบางประเภท นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มการถือครอง เงินดอลลาร์สหรัฐ
สินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ได้แก่ หุ้นจีน ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิด เช่น อะลูมิเนียมและน้ำมันถั่วเหลือง
ความกังวลหลักของนักลงทุนในขณะนี้คือความเสี่ยงของ ภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง หากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามยืดเยื้อ ส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวและกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในเวลาเดียวกัน
หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารกลางอาจไม่สามารถใช้นโยบายลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะทำให้พอร์ตการลงทุนแบบดั้งเดิม 60/40 หรือหุ้น 60% พันธบัตร 40% อาจไม่สามารถปกป้องนักลงทุนจากความผันผวนได้เหมือนในอดีต
ผู้จัดการกองทุนหลายแห่งจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ เช่น Goldman Sachs Asset Management ลดความเสี่ยงของพอร์ตด้วยการใช้เครื่องมือป้องกันการปรับตัวลงของตลาดหุ้น เพิ่มการป้องกันความเสี่ยงในตลาดเครดิต และถือเงินสดมากขึ้น
ขณะที่ Invesco แนะนำให้ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เช่น โลหะและธัญพืช ส่วน Pictet Asset Management ลดสัดส่วนหุ้น เพิ่มการซื้อ put option และเพิ่มการถือครองเงินดอลลาร์
นักลงทุนจำนวนมากยังเพิ่มการถือครองดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรอให้ตลาดคลายความผันผวน โดยนักกลยุทธ์ของ Goldman Sachs ระบุว่าขณะนี้ได้ปรับมุมมองต่อหุ้นเป็น “เป็นกลาง” และเพิ่มน้ำหนักการถือเงินสด เนื่องจากความเสี่ยงที่สงครามตะวันออกกลางอาจก่อให้เกิด วิกฤตพลังงานคล้ายช่วงทศวรรษ 1970
ในช่วงที่ผ่านมา ดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง หลังจากก่อนเกิดสงคราม ตลาดจำนวนมากคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่า โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot อยู่ใกล้ระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบสองเดือน
นอกจากนี้นักลงทุนยังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในภูมิภาคอื่น เช่น หุ้นจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่จีนมีแหล่งพลังงานที่หลากหลายและพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซน้อยกว่า ขณะที่ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
ผู้จัดการกองทุนหลายรายระบุว่า ในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป ความยืดหยุ่นในการลงทุนและการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างเฉพาะเจาะจงมีความสำคัญมากกว่าการกระจายการลงทุนแบบตำรา
นักลงทุนบางรายยังเพิ่มเงินสด ลดความเสี่ยงของพอร์ต และเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและเงิน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดที่ยังคงสูงจากสงครามในตะวันออกกลาง
อ้างอิง : bloomberg.com