สบก.เกาะติดเหตุโจมตีเรือมยุรีนารี เร่งค้นหา 3 ลูกเรือ พร้อมรับคนไทยกลับบ้านดูแลครบวงจร
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (สบก.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยข้อมูลสำคัญกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยชื่อ "มยุรีนารี" ประสบเหตุโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวานนี้ตามเวลาประเทศไทย ภายหลังเดินทางออกจากท่าเรือเมืองคาลีฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยเรือได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือและห้องเครื่อง ซึ่งมีลูกเรือไทยรวมทั้งหมด 23 คน ล่าสุดกองทัพเรือโอมานสามารถเข้าช่วยเหลือลูกเรือได้แล้ว 20 คน ทั้งหมดปลอดภัยและพักอยู่ที่โรงแรมในเมืองคาซาฟ ประเทศโอมาน โดยมีกัปตันเรือยืนยันว่าไม่มีใครบาดเจ็บร้ายแรงแต่ยังต้องดูแลสภาพจิตใจ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต อยู่ระหว่างเดินทางทางรถยนต์เป็นเวลา 10 ชั่วโมงเพื่อเข้าเยี่ยม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตห้ามบิน (No-fly zone)
ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนซึ่งปฏิบัติงานอยู่ใกล้จุดระเบิดในห้องเครื่องยังอยู่ระหว่างการเร่งค้นหาโดยกองทัพเรือโอมาน ซึ่งยอมรับว่ามีอุปสรรคจากขนาดเรือที่สูงถึง 7 ชั้นและความมืดสนิทภายในเรือ อย่างไรก็ตามในทางยุทธศาสตร์พบว่าปัจจุบันไม่มีเรือบรรทุกสินค้าไทยตกค้างในพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยก่อนหน้านี้กองทัพเรือได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรือในพื้นที่มาแล้วถึง 5 ครั้ง
ในด้านการดำเนินการทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ย้ำความกังวลต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
โดยในช่วงเช้าวันนี้ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงและแสดงการประท้วงต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือพาณิชย์ ส่วนความเคลื่อนไหวในภูมิภาคพบว่าอิหร่านมีเงื่อนไข 3 ข้อในการยุติความขัดแย้ง คือการยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรม การชดใช้ความเสียดาย และหลักประกันว่าจะไม่ถูกรุกรานในอนาคต
ขณะที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลางในวันที่ 13 มีนาคมนี้ เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพและหาแนวทางรับมือในระยะยาว สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่สู้รบมีความคืบหน้าคือ คนไทยจากอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 34 คน เดินทางถึงไทยแล้วเมื่อเช้านี้ และอีกกลุ่มจะถึงในวันพรุ่งนี้
โดยสถานทูตได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ส่วนในกาตาร์ได้อำนวยความสะดวกคนไทยและครอบครัว 124 คน กลับไทยด้วยเที่ยวบินพิเศษเมื่อคืนที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่อยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอิสราเอล เริ่มมีการเปิดให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์แบบจำกัดและมีทางเลือกเดินทางทางบกไปขึ้นเครื่องที่เมืองดัมมามเพื่อกลับไทยได้ตามปกติแล้ว
ทางด้านมาตรการดูแลสุขภาพ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ดูแลแรงงานไทยกว่า 100,000 คนในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ทั้งแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" และ Line OA "@KOJAINRH" สำหรับปรึกษาสุขภาพกาย รวมถึงช่องทางดูแลสุขภาพจิตทาง Line ID "@1323middle.east"
สำหรับผู้ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย ได้จัดเตรียมทีมแพทย์คัดกรอง 3 มิติ ณ สนามบิน ประกอบด้วย มิติโรคติดต่อ (คัดกรองไข้ ไอ ผื่น) มิติสุขภาพกาย (ตรวจโรคประจำตัวและอาการบาดเจ็บ) และมิติสุขภาพจิตโดยทีม MCATT เพื่อเยียวยาภาวะเครียด นอนไม่หลับ หรือตื่นตระหนกในทันที
โดยภารกิจจะส่งต่อความห่วงใยไปถึงบ้านผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาที่จะเข้าเยี่ยมบ้านและติดตามอาการต่อเนื่อง ทั้งนี้ขอแนะนำให้ผู้ที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีแผนสำรองความปลอดภัย และพยายามใช้ชีวิตปกติพร้อมติดต่อคนรักสม่ำเสมอ
โดยกระทรวงสาธารณสุขยืนยันความพร้อมด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์เพื่ออยู่เคียงข้างพี่น้องชาวไทยจนกว่าวิกฤตจะผ่านพ้นไป ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องลูกเรือเสียชีวิตนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่ายังไม่ได้รับรายงานและขอให้รอฟังข้อมูลที่ถูกต้องจากช่องทางราชการเท่านั้น เนื่องจากขณะนี้เรือมยุรีนารียังคงลอยลำอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรอการตรวจสอบสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป