อาชญากรรมสมุทรสงครามลดลง ตำรวจโชว์ผลงานคุมเข้มปีใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริษัท จีเอสอี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารสถานีตำรวจในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้รับทราบรายงานภาพรวมสถานการณ์ด้านคดีอาชญากรรม อุบัติเหตุ และผลการปฏิบัติงานของหน่วยในสังกัด พบว่าภาพรวมอาชญากรรมหลายประเภทมีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2568 คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ เกิดขึ้น 13 คดี ลดลงจากปี 2567 ที่มีถึง 20 คดี ขณะที่คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินในปี 2568 เกิดขึ้น 32 คดี ลดลงจากปี 2567 ซึ่งมี 39 คดี ส่วนคดีในกลุ่มที่น่าสนใจอื่น ๆ ปี 2568 รวม 81 คดี ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 89 คดี นอกจากนี้ ผลการจับกุมคดียาเสพติดตลอดปี 2568 มีทั้งสิ้น 279 คดี สะท้อนถึงการเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนการรักษาความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลปีใหม่ 2569 พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 15 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่มีการเรียกตรวจยานพาหนะรวม 7,185 ราย และดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎจราจร 953 ราย ข้อหาที่พบมากที่สุดได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย 431 ราย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 189 ราย และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 88 ราย
สำหรับผลการปฏิบัติงานที่โดดเด่น สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงครามได้คะแนนรวมทั้ง 5 ด้าน เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มสถานีตำรวจขนาดใหญ่ อีกทั้งการพัฒนาระบบและแนวทางการทำงานด้านการจราจรด้วยการนำ “โดรน” มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ยังส่งผลให้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านนวัตกรรมระดับกองบัญชาการ ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย”
ขณะเดียวกัน สภ.ลาดใหญ่ รายงานเหตุใช้อาวุธปืนจนมีผู้เสียชีวิตจากกรณีทะเลาะวิวาทเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ส่วน สภ.ยี่สาร สามารถทลายขบวนการลักทรัพย์สายไฟและหม้อแปลงไฟฟ้าในหลายพื้นที่ รวมถึงอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุรวม 11 ครั้ง สำเร็จ 8 ครั้ง โดยใช้เรือเป็นพาหนะ และถูกจับกุมได้ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.สมภพ กล่าวย้ำว่า ความสำเร็จในการจับกุมคดีอุกฉกรรจ์เหล่านี้ เกิดจากความร่วมมือของทั้ง 5 สถานีตำรวจในพื้นที่ ซึ่งสามารถรวมกำลังเข้าปฏิบัติการภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที แม้ผู้ต้องหาจะหลบหนีเข้าป่าช่วงกลางคืน แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมได้ภายใน 40 นาที สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจสมุทรสงครามในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ด้าน พ.ต.อ.นิกร รสสุนทร รองผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวเพิ่มเติมถึงการขอความร่วมมือกับ กต.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกัน “ภัยเงียบจากสื่อออนไลน์” ให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา หลังพบปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ การชักจูงสู่สื่อลามก การแบล็คเมล์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวที่ต้องเร่งสร้างความรู้และทักษะป้องกัน เพื่อไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อในอนาคต