โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนันดา” เผยโมเมนต์ที่เจอหน้าลูก มือสั่น-ร้องไห้ พร้อมเปิดที่มาชื่อ ”ภูคิญ“

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 09.34 น.

“อนันดา” เผยโมเมนต์ที่เจอหน้าลูก มือสั่น-ร้องไห้ พร้อมเปิดที่มาชื่อ ”ภูคิญ“

โอ๊ยคุณขาาา…ข่าวนี้มาดามขอยกให้เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ละมุนที่สุดของปีเลยค่ะ เพราะล่าสุดพระเอกหนุ่มสายเท่ “อนันดา เอเวอริงแฮม” ได้ออกมาเผยโมเมนต์สุดซึ้ง ตอนที่ได้เจอหน้าลูกครั้งแรก บอกเลยว่า…คนเป็นพ่ออย่างเขาถึงกับ “มือสั่น” และ “ร้องไห้” แบบกลั้นไม่อยู่!

เป็นยังไงบ้าง วินาทีแรกที่เห็น?

อนันดา: มันเป็นความรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันท่วมตัว ขนาดเราตั้งสติก่อนเข้าห้องผ่าคลอด คิดว่าเรานิ่งแล้วนะ และบรรยากาศในห้องผ่าคือสบายสุดๆ ทุกคนแฮปปี้ หมอคุยกัน คุยกับคุณแม่ด้วย คุยขำๆ กัน ไม่ได้คิดอะไร แต่พอโมเมนต์ที่เขาถึงเวลาที่จะเอาน้องออกมา แล้วได้ยินเสียงร้อง มันเหมือนท่วมตัวไปหมด ความรู้สึกมันพูดไม่ถูก พูดตอนนี้ก็ยังรู้สึกเลย มันทั้งความรู้สึกแฮปปี้ ปลื้มปีติ เป็นห่วง กังวล ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้าง พูดไม่ถูก ครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกแบบนี้

ตอนที่เขาเอาลูกออกมาแล้วเริ่มร้อง เป็นยังไงบ้าง?

อนันดา: เขาจะมีผ้ากั้น เราอยู่ฝั่งคุณแม่ทางหัว มีผ้ากั้นไปทางท้อง เราไม่เห็นตอนหมอผ่าอยู่แล้ว แต่เขาจะรู้สึกได้ตอนเขาขยับตัว ณัฐเขาก็จะรู้สึกได้ว่ากำลังทำอะไรสักอย่าง เราก็พยายามไม่จินตนาการว่าคืออะไร แต่พอออกมาเรารู้ว่ามีจังหวะกำลังเอาน้องเขาออกมา เป็นจังหวะที่เร็วมาก เป็นช่วงที่เราตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอได้ยินเสียงร้องคือทำตัวไม่ถูกเลย มือไม้สั่น น้ำตาคลอ ร้องไห้ ทั้งแฮปปี้แล้วก็แบบ ทำอะไรต่อดี แล้วก็มีคนบอกมาทางนี้ครับคุณอนันดา เดี๋ยวมาตัดสายสะดือ ต้องอย่างนี้ มันเร็วมากจริงๆ

อนันดา: มันเหมือนเราค่อยมาตั้งสติได้ตอนที่ออกมาจากห้องคลอด เจอญาติๆ เห็นหน้าทุกคน ก็เริ่มแบบโอเค หายใจออก ทุกคนถ่ายรูป ทุกคนแฮปปี้ แล้วเขาก็พาไปอีกห้องหนึ่งเพื่อให้น้องมาบนอก ตอนนั้นเราก็ค่อยๆ ใจเย็น แต่มันก็เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก เพราะน้องเขาก็ร้องไห้ด้วย เราไม่เคยเป็นพ่อมาก่อน เราก็แบบต้องทำไง ถูกแล้วใช่ไหม เราก็หันไปหาพยาบาล เขาก็บอกถูกแล้วค่ะ ทุกคนก็ยิ้มให้กำลังใจว่าคุณพ่อกำลังทำตัวถูกอยู่นะ เพราะตัวเขาเล็ก เราก็รู้สึกว่าเขาบอบบางเหลือเกิน ไม่รู้ว่าต้องจับเขายังไง ต้องอุ้มเขายังไง แต่พอได้อยู่กับเขาสักพัก ทุกอย่างก็นิ่งลง แล้วมันก็ได้โมเมนต์ที่เป็นเมจิก มันก็เกิดขึ้นตามนั้น เราก็อยู่กับเขา แล้วมันเหมือนมีคอนเน็กชั่นแค่เราสองคน ถึงแม้คนเต็มห้องไปหมดเลย

เป็นโมเมนต์ที่ ‘นี่แหละเราเป็นพ่อสมบูรณ์แบบแล้ว’?

อนันดา: มันมีหลายโมเมนต์ ที่ผ่านมา 3 วัน มันมีเรื่องราวอยู่เยอะเหมือนกัน มีช่วงที่อุ้มแล้วรู้สึกว่าว้าวเราเป็นแดดดี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีช่วงที่ต้องคุยกับหมอ เพราะน้องเขามีปัญหานิดหน่อย นั่นคือเหตุผลที่เราไม่ได้โพสต์อะไรทันที เพราะหลังจากที่น้องเขาคลอดมาประมาณ 4 ชั่วโมง มีเรื่องหายใจ มันเลยหลายอย่าง ต้องมานั่งฟังหมอ แล้วยังไงต่อนะ

ณัฐ: น้องมีสภาวะหายใจเร็ว เพราะเขาเกิดมาแล้วเหนื่อยง่ายนิดหนึ่ง ก็เลยไปตรวจ พบว่าเขาหายใจเร็วเลยต้องไปอยู่ในตู้อบ แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรซีเรียส แต่เราเลยไม่ได้โพสต์ทันที เพราะตอนแรกณัฐยังเมายาสลบอยู่ พอฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่รู้คือลูกต้องอยู่ในตู้อบ ยังเข้าเต้าไม่ได้ จากตอนแรกที่ตกลงกันไว้ว่าพอคลอดปุ๊บ 3 ชั่วโมงจะมาเข้าเต้าเลย พอณัฐฟื้นขึ้นมาไม่ถึง 10 ชั่วโมง ณัฐลุกขึ้นไปเดินไปหาน้องเลย ถึงแผลจะยังเจ็บแต่หายเร็ว เพราะกังวล ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลจริงๆ เพราะเขาทำทุกอย่างเร็วมาก ขอบคุณบีเอ็นเอชมากๆ ที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี น้องหายไวมาก ภายใน 24 ชั่วโมงแรกเขาก็ดีแล้ว แต่ต้องรอสังเกตอาการให้ทุกอย่างโอเค ณัฐก็เลยค่อยโพสต์ เพราะอยากรอให้มั่นใจก่อน แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไร

อนันดา: มันเป็นอาการของเด็กแรกเกิดที่ต้องปรับตัว ต้องไล่น้ำออกจากปอด เด็กบางคนปรับตัวยาก ทางโรงพยาบาลตรวจจับได้เร็ว เห็นว่าเขาเริ่มหายใจเร็ว เลยรีบเข้าห้อง NICU จริงๆ เขาบอกว่ามันไม่ได้เป็นภาวะที่พบยาก 20-30% ก็จะเจอ แต่เขาต้องมอนิเตอร์เพื่อใส่ออกซิเจนช่วยให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น 24 ชั่วโมงแรกเขาดีขึ้นเร็วมาก พอ 48 ชั่วโมงก็ได้ถอดสาย ตอนนี้ปติแล้ว เป็นนอลมอลเบบี้แล้ว

แต่เราเป็นห่วงคนนี้มาก (ณัฐ) เพราะหลังผ่าคลอดต้องไปพักฟื้น เย็บแผลประมาณ 2-3 ชั่วโมง เขาคาดหวังว่าพอฟื้นตัวจะได้เจอน้อง เราก็ไม่รู้จะเล่ายังไง หมอก็บอกให้คุณแม่พักผ่อนนอนไปเถอะ แต่ในหัวเขาติดอยู่ว่าลูกอยู่ไหน เราก็แบบจะบอกยังไงดีวะ เพราะคนนี้เขาเป็นคนแอคทีฟ เราพยายามกล่อมสักพักก็เล่าให้ฟังว่า ที่รักคือเขาต้องเอาน้องไปใส่สายช่วยหายใจนะ ตอนนี้เขายังปรับตัวไม่ค่อยได้ แต่ด้วยความที่เขายังเมายาสลบอยู่ เขาจะพูดแล้วเขาจะลืม แล้วก็จะพูดใหม่ ทั้งคืนเลยจนตี 1 ตี 2 เล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆ เขาก็จะถามว่าเป็นยังไงบ้าง น้องเป็นยังไงบ้าง เราก็เล่าใหม่ หมอก็มาเล่าใหม่ เราก็บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้พอคุณฟื้นตัวคุณจะได้เจอเขา หมอบอกว่าประมาณช่วงบ่ายๆ เย็นๆ น่าจะลุกได้ นี่ (ณัฐ) 9 โมงเช้าลุกถอดทุกอย่างเดินไปเลย พยาบาลทุกคนตกใจว่าคุณแม่ฟิตมาก

ณัฐ: ณัฐถามคุณหมอว่าหมอเดินแผลฉีกไหม หมอบอกไม่ เย็บ 10 ชั้น แข็งแรงมาก แผลสวยมาก เล็กนิดเดียว ตามสบายเลยไม่เจ็บ

หน้าตาของน้องภูคิญเหมือนใคร?

อนันดา : หน้าเขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากวันแรกมาถึงวันที่ 4-5 มีอะไรใหม่ทุกวัน บางวันก็เหมือนพ่อ บางวันก็เหมือนแม่

ณัฐ: ปากเหมือนพ่อ คางกับปากเหมือนเขา จมูกทรงณัฐว่าเหมือนณัฐแต่ดั้งได้เขา ผมเขา 100% ตายังไม่รู้ แต่ตอนนี้ตาดูมาฝั่งแม่ สระอิมาก ผิวพ่อ อันนี้คือทางแม่พี่อนันดากับพ่อแม่ณัฐเขาวิเคราะห์กันมาแล้ว

นิสัยออกมาแล้วรู้สึกว่าคล้ายใคร?

อนันดา: ตอนนี้ก็ออกมาทางที่ดี เพราะวันแรกเข้าร้องไห้ เขาแอคทีฟมาก แต่พอเขาหายใจได้ปกติและสบายตัว กลายเป็นนิ่งไปเลย

ณัฐ: พยาบาลบอกเลี้ยงง่ายมาก

ที่มาของชื่อ ภูคิญ?

ณัฐ: ภู แปลว่า แผ่นดิน คิญ แปลว่า คนที่ยิ่งใหญ่ จริงๆ มันเอามารวมกันเอง ไม่ได้มีชื่อนี้จริงๆ เราคิดกันเอง เอาเสียงมาต่อกันเอง อยากได้หลายความหมาย และอยากได้รวมเลขสวย มีหลายศาสตร์ดู มีหลายชื่อส่งให้หลวงปู่เลือก 5 ชื่อ แล้วภูคิญก็เข้าวิน

ส่วนชื่อกลางชื่อ “เทนต์” มาจากนามสกุลธนาลงกรณ์ พยายามอยากได้สั้นๆ เป็น ธนา ก็ยังไม่เพราะ เลยลองเป็น Than แล้วลองตัด A ทิ้งเป็น T-H-E-N ลองไปเสิร์ชดูมีความหมายเพราะดี ฝรั่งก็มีความหมายเหมือนกัน เป็นความหมายที่ดี เลยกลายเป็นเทนต์

อนันดา: ตอนนี้ชื่อเยอะอยู่ เป็น ภูคิญ เทนต์ เอเวอริงแฮม น้องเขามีชื่อจากพระด้วยคือชื่อ พุทโธ อันนี้ผมให้ญาติเลือกเอง

ณัฐ: หลวงปู่อาวาสที่เป็นพ่อบุญธรรมณัฐที่สกลนคร ท่านบอกชื่อจริงจะชื่ออะไรก็ชื่อไป แต่ชื่อเล่นต้องเรียกว่าน้องพุทโธ ทีนี้เรากำลังเจรจากันอยู่ เพราะพ่อเรียกคิญ ยายเรียกพุทโธ หมอพัฒนาการเด็กบอกใครอยากเรียกอะไรเรียกไปเลย เด็กจะเลือกเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...