ค้าปลีกไทยระอุ! LOPIA ยักษ์ซูเปอร์มาร์เก็ตเบอร์ 1 ญี่ปุ่น บุกเปิดสาขาแรก ท้าชนพรีเมียมมาร์เก็ต
ถอดรหัสความสำเร็จ OIC Group เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นปีล่าสุด กับรายได้พุ่งทะลุ 5.2 แสนล้านเยน ใช้กลยุทธ์ "Vertical Integration" บริหารห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์ด้วยตัวเอง มุ่งเป้าปฏิวัติโครงสร้างราคาเนื้อพรีเมียมในตลาดไทย ปักหมุดไทยยุทธศาสตร์หลักแห่งแรกในอาเซียน หลังโมเดล "ไต้หวัน" ประสบความสำเร็จสูงจนต้องจำกัดจำนวนคิวเข้าร้าน
11 กุมภาพันธ์ 2569 - อุตสาหกรรมค้าปลีกไทยส่อแววระอุรับต้นปี เมื่อ LOPIA JAPAN (โลเปีย เจแปน) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตระดับท็อปจากประเทศญี่ปุ่น ประกาศรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ โดยปักหมุดสาขาแรก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอาหารสดและผลิตภัณฑ์นำเข้าภายใต้แนวคิดการบริหารต้นทุนที่แตกต่าง เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านราคาท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มพรีเมียมมาร์เก็ตในไทย
เจาะลึกกลยุทธ์ "การปฏิวัติราคา" ผ่านระบบบริหารจัดการตัวเอง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ LOPIA แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด คือ ที่มาของบริษัทแม่ภายใต้ “OIC Group” ซึ่งมีความแข็งแกร่งในธุรกิจต้นน้ำอย่างอุตสาหกรรมปศุสัตว์และโรงงานแปรรูปอาหาร ทำให้ LOPIA สามารถใช้กลยุทธ์การรวมกลุ่มตามแนวดิ่ง (Vertical Integration) โดยเฉพาะในแผนกเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างกำไรและดึงดูดทราฟฟิกได้สูงสุด
นายฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย ระบุว่าหัวใจการทำธุรกิจคือการส่งมอบสินค้าที่มีคุณสมบัติเท่าเทียมกันในราคาที่ถูกกว่า หรือในราคาเท่ากันแต่ต้องได้คุณภาพที่ดีกว่า
“เรามีระบบบริหารจัดการรับซื้อและแปรรูปเนื้อวัวด้วยตนเอง ทำให้ควบคุมคุณภาพและราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ ‘การปฏิวัติวงการเนื้อวากิว’ ครั้งแรกในไทย ให้ชาวไทยลิ้มรสชาติเนื้อระดับพรีเมียมได้ในราคาที่เข้าถึงได้จริง”
ถอดโมเดลความสำเร็จจาก "ไต้หวัน" สู่ยุทธศาสตร์อาเซียน
การเลือกประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์แรกในอาเซียน เกิดขึ้นหลังจาก LOPIA ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการขยายสาขาที่ไต้หวัน ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2566 และสามารถขยายตัวได้ถึง 9 สาขาภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี โดยใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างผ่านคุณภาพอาหารปรุงสำเร็จ (Ready-to-eat) และอาหารสดนำเข้าที่มีมาตรฐานเดียวกับสาขาในญี่ปุ่น
“ปัจจุบันไต้หวันคือต้นแบบการทำตลาดต่างประเทศของเรา สินค้าอาหารของเรามีความแตกต่างที่เหนือชั้นกว่าทั้งแง่คุณภาพและรสชาติ จนกลายเป็นกระแสนิยมที่ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างปรากฏการณ์เดียวกันนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย” นายมิซึโมโตะ กล่าวเสริม
การเงินแกร่ง การันตีด้วยรางวัลอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ในแง่ของฐานะทางการเงินและภาพลักษณ์แบรนด์ OIC Group รายงานผลประกอบการรอบปีงบประมาณสิ้นสุดกุมภาพันธ์ 2568 ด้วยยอดขายสูงถึง 521,000 ล้านเยน ปัจจุบันมีสาขาในญี่ปุ่นรวม 139 สาขา นอกจากนี้ แบรนด์ยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้าตัวรางวัลชนะเลิศ “Best of Super 2025” ซึ่งเป็นการคัดเลือกซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ในญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในระดับสากล
สำหรับการบุกตลาดไทย LOPIA แบ่งสัดส่วนการบริหารจัดการออกเป็น 5 แผนกหลัก ได้แก่ เนื้อสัตว์, ผักผลไม้, อาหารทะเล, อาหารปรุงสำเร็จ และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยชูจุดขายเรื่องความคุ้มค่าของปริมาณต่อราคา (Value for Money) เช่น ซูชิขนาดพรีเมียมชิ้นหนาพิเศษ และวัตถุดิบนำเข้าตามฤดูกาล เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบนที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล
การเคลื่อนไหวของ LOPIA ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายสาขา แต่คือการนำ "โมเดลการจัดการสินค้าเกษตรและปศุสัตว์แบบครบวงจร" มาท้าทายโครงสร้างราคาเดิมในตลาดไทย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องเร่งปรับตัวในด้าน Supply Chain เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน