โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค้าปลีกไทยระอุ! LOPIA ยักษ์ซูเปอร์มาร์เก็ตเบอร์ 1 ญี่ปุ่น บุกเปิดสาขาแรก ท้าชนพรีเมียมมาร์เก็ต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 09.19 น.

ถอดรหัสความสำเร็จ OIC Group เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นปีล่าสุด กับรายได้พุ่งทะลุ 5.2 แสนล้านเยน ใช้กลยุทธ์ "Vertical Integration" บริหารห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์ด้วยตัวเอง มุ่งเป้าปฏิวัติโครงสร้างราคาเนื้อพรีเมียมในตลาดไทย ปักหมุดไทยยุทธศาสตร์หลักแห่งแรกในอาเซียน หลังโมเดล "ไต้หวัน" ประสบความสำเร็จสูงจนต้องจำกัดจำนวนคิวเข้าร้าน

11 กุมภาพันธ์ 2569 - อุตสาหกรรมค้าปลีกไทยส่อแววระอุรับต้นปี เมื่อ LOPIA JAPAN (โลเปีย เจแปน) เชนซูเปอร์มาร์เก็ตระดับท็อปจากประเทศญี่ปุ่น ประกาศรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ โดยปักหมุดสาขาแรก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอาหารสดและผลิตภัณฑ์นำเข้าภายใต้แนวคิดการบริหารต้นทุนที่แตกต่าง เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านราคาท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มพรีเมียมมาร์เก็ตในไทย

เจาะลึกกลยุทธ์ "การปฏิวัติราคา" ผ่านระบบบริหารจัดการตัวเอง

หัวใจสำคัญที่ทำให้ LOPIA แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด คือ ที่มาของบริษัทแม่ภายใต้ “OIC Group” ซึ่งมีความแข็งแกร่งในธุรกิจต้นน้ำอย่างอุตสาหกรรมปศุสัตว์และโรงงานแปรรูปอาหาร ทำให้ LOPIA สามารถใช้กลยุทธ์การรวมกลุ่มตามแนวดิ่ง (Vertical Integration) โดยเฉพาะในแผนกเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างกำไรและดึงดูดทราฟฟิกได้สูงสุด

นายฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย ระบุว่าหัวใจการทำธุรกิจคือการส่งมอบสินค้าที่มีคุณสมบัติเท่าเทียมกันในราคาที่ถูกกว่า หรือในราคาเท่ากันแต่ต้องได้คุณภาพที่ดีกว่า

“เรามีระบบบริหารจัดการรับซื้อและแปรรูปเนื้อวัวด้วยตนเอง ทำให้ควบคุมคุณภาพและราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ ‘การปฏิวัติวงการเนื้อวากิว’ ครั้งแรกในไทย ให้ชาวไทยลิ้มรสชาติเนื้อระดับพรีเมียมได้ในราคาที่เข้าถึงได้จริง”

ถอดโมเดลความสำเร็จจาก "ไต้หวัน" สู่ยุทธศาสตร์อาเซียน

การเลือกประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์แรกในอาเซียน เกิดขึ้นหลังจาก LOPIA ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการขยายสาขาที่ไต้หวัน ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2566 และสามารถขยายตัวได้ถึง 9 สาขาภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี โดยใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างผ่านคุณภาพอาหารปรุงสำเร็จ (Ready-to-eat) และอาหารสดนำเข้าที่มีมาตรฐานเดียวกับสาขาในญี่ปุ่น

“ปัจจุบันไต้หวันคือต้นแบบการทำตลาดต่างประเทศของเรา สินค้าอาหารของเรามีความแตกต่างที่เหนือชั้นกว่าทั้งแง่คุณภาพและรสชาติ จนกลายเป็นกระแสนิยมที่ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างปรากฏการณ์เดียวกันนี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย” นายมิซึโมโตะ กล่าวเสริม

การเงินแกร่ง การันตีด้วยรางวัลอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

ในแง่ของฐานะทางการเงินและภาพลักษณ์แบรนด์ OIC Group รายงานผลประกอบการรอบปีงบประมาณสิ้นสุดกุมภาพันธ์ 2568 ด้วยยอดขายสูงถึง 521,000 ล้านเยน ปัจจุบันมีสาขาในญี่ปุ่นรวม 139 สาขา นอกจากนี้ แบรนด์ยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้าตัวรางวัลชนะเลิศ “Best of Super 2025” ซึ่งเป็นการคัดเลือกซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ในญี่ปุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในระดับสากล

สำหรับการบุกตลาดไทย LOPIA แบ่งสัดส่วนการบริหารจัดการออกเป็น 5 แผนกหลัก ได้แก่ เนื้อสัตว์, ผักผลไม้, อาหารทะเล, อาหารปรุงสำเร็จ และผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยชูจุดขายเรื่องความคุ้มค่าของปริมาณต่อราคา (Value for Money) เช่น ซูชิขนาดพรีเมียมชิ้นหนาพิเศษ และวัตถุดิบนำเข้าตามฤดูกาล เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบนที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล

การเคลื่อนไหวของ LOPIA ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายสาขา แต่คือการนำ "โมเดลการจัดการสินค้าเกษตรและปศุสัตว์แบบครบวงจร" มาท้าทายโครงสร้างราคาเดิมในตลาดไทย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องเร่งปรับตัวในด้าน Supply Chain เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...