โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากสงครามการค้าสู่สงครามจริง โลกเผชิญช็อกพลังงาน-ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์กชี้ ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ดันน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 1 ปี เสี่ยงทะลุ 108 ดอลลาร์ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จีน-ยุโรปกระทบหนัก ขณะประเทศทุนสำรองต่ำเผชิญแรงเงินทุนไหลออก

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 07.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่วันนี้ สิ่งที่ต้องประเมินกลับกลายเป็นสงครามจริง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น

ผลกระทบในทันทีสะท้อนผ่านตลาดการเงิน นักลงทุนแห่โยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขาย โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจำกัด ซึ่งเสี่ยงเผชิญแรงกดดันค่าเงินและเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว

“น้ำมัน” คือกลไกหลักที่ส่งผ่านแรงกระแทกสู่เศรษฐกิจโลก

ช่องทางส่งผ่านสำคัญที่สุดของความขัดแย้งครั้งนี้คือราคาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 13% แตะเหนือระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ 72 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย

อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันราว 5% ของอุปทานโลก หากการผลิตหยุดชะงักทั้งหมด ราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% ตามการประเมินของ Bloomberg Economics นอกจากนี้ ราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางดังกล่าวถูกปิด ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ เช่น จีน ยุโรป และอินเดีย จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกอย่างรัสเซีย แคนาดา และนอร์เวย์จะได้ประโยชน์ สำหรับสหรัฐ แม้ผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เศรษฐกิจโดยรวมได้รับแรงกดดันน้อยกว่าในอดีต เนื่องจากการปฏิวัติ shale oil ทำให้สหรัฐกลายเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าการตอบโต้ของอิหร่านมีแนวโน้มยกระดับต่อไป แม้จะไม่สามารถเทียบศักยภาพทางทหารของสหรัฐได้ แต่สามารถสร้างต้นทุนทางยุทธศาสตร์และยืดเยื้อสถานการณ์ในภูมิภาคได้

จีน-รัสเซีย-การเมืองมหาอำนาจ

จีนอาจได้รับผลกระทบโดยตรง หากน้ำมันจากอิหร่านถูกตัดขาด เนื่องจากจีนรับซื้อน้ำมันจากอิหร่านถึง 99% ของการส่งออกทั้งหมด คิดเป็นราว 13% ของน้ำมันดิบทางทะเลที่จีนต้องนำเข้าในปี 2568 นักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจต้องหันไปซื้อน้ำมันรัสเซีย (Urals) ที่มีส่วนลดสูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาต่อรัสเซีย

หลังการโจมตีที่ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ออกแถลงการณ์ระบุว่า “การสังหารผู้นำของประเทศอธิปไตยอย่างเปิดเผยและการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับทรัมป์ในกรุงปักกิ่งในอีกประมาณหนึ่งเดือน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบข้อตกลงพักรบทางการค้าที่ช่วยสร้างเสถียรภาพตลาดก่อนหน้านี้

ประเทศเปราะบางเสี่ยงเผชิญเงินทุนไหลออก

หากความผันผวนในตลาดการเงินยืดเยื้อ ประเทศที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศต่ำ เช่น อาร์เจนตินา ศรีลังกา ปากีสถาน และตุรกี อาจเผชิญความเสี่ยงเงินทุนไหลออกฉับพลันและค่าเงินอ่อนค่ารุนแรง

ธนาคารกลางตุรกีได้ประกาศระงับการประมูลรีโปอายุ 1 สัปดาห์ชั่วคราว เพื่อปกป้องเสถียรภาพค่าเงิน ท่ามกลางแรงกดดันในตลาดการเงิน นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าตุรกีมีความเปราะบางจากความเชื่อมโยงทางการค้ากับอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงลบมากขึ้น

ธนาคารกลางทั่วโลกอาจรอดูท่าที

สำหรับธนาคารกลางต่าง ๆ มีแนวโน้มจะดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังในระยะสั้น แม้ว่าความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอุปสงค์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อขยับขึ้น

นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์นี้สนับสนุนให้ธนาคารกลางอดทนและรอดูท่าทีในระยะแรก แต่ต้องพร้อมตอบสนองอย่างรวดเร็ว หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายหรือกลับรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...