จากสงครามการค้าสู่สงครามจริง โลกเผชิญช็อกพลังงาน-ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่
บลูมเบิร์กชี้ ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ดันน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 1 ปี เสี่ยงทะลุ 108 ดอลลาร์ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จีน-ยุโรปกระทบหนัก ขณะประเทศทุนสำรองต่ำเผชิญแรงเงินทุนไหลออก
วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 07.32 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกประเมินผลกระทบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่วันนี้ สิ่งที่ต้องประเมินกลับกลายเป็นสงครามจริง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น
ผลกระทบในทันทีสะท้อนผ่านตลาดการเงิน นักลงทุนแห่โยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขาย โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจำกัด ซึ่งเสี่ยงเผชิญแรงกดดันค่าเงินและเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว
“น้ำมัน” คือกลไกหลักที่ส่งผ่านแรงกระแทกสู่เศรษฐกิจโลก
ช่องทางส่งผ่านสำคัญที่สุดของความขัดแย้งครั้งนี้คือราคาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 13% แตะเหนือระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ 72 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชีย
อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันราว 5% ของอุปทานโลก หากการผลิตหยุดชะงักทั้งหมด ราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% ตามการประเมินของ Bloomberg Economics นอกจากนี้ ราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางดังกล่าวถูกปิด ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ เช่น จีน ยุโรป และอินเดีย จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกอย่างรัสเซีย แคนาดา และนอร์เวย์จะได้ประโยชน์ สำหรับสหรัฐ แม้ผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่เศรษฐกิจโดยรวมได้รับแรงกดดันน้อยกว่าในอดีต เนื่องจากการปฏิวัติ shale oil ทำให้สหรัฐกลายเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าการตอบโต้ของอิหร่านมีแนวโน้มยกระดับต่อไป แม้จะไม่สามารถเทียบศักยภาพทางทหารของสหรัฐได้ แต่สามารถสร้างต้นทุนทางยุทธศาสตร์และยืดเยื้อสถานการณ์ในภูมิภาคได้
จีน-รัสเซีย-การเมืองมหาอำนาจ
จีนอาจได้รับผลกระทบโดยตรง หากน้ำมันจากอิหร่านถูกตัดขาด เนื่องจากจีนรับซื้อน้ำมันจากอิหร่านถึง 99% ของการส่งออกทั้งหมด คิดเป็นราว 13% ของน้ำมันดิบทางทะเลที่จีนต้องนำเข้าในปี 2568 นักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจต้องหันไปซื้อน้ำมันรัสเซีย (Urals) ที่มีส่วนลดสูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาต่อรัสเซีย
หลังการโจมตีที่ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ ออกแถลงการณ์ระบุว่า “การสังหารผู้นำของประเทศอธิปไตยอย่างเปิดเผยและการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้”
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับทรัมป์ในกรุงปักกิ่งในอีกประมาณหนึ่งเดือน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบข้อตกลงพักรบทางการค้าที่ช่วยสร้างเสถียรภาพตลาดก่อนหน้านี้
ประเทศเปราะบางเสี่ยงเผชิญเงินทุนไหลออก
หากความผันผวนในตลาดการเงินยืดเยื้อ ประเทศที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศต่ำ เช่น อาร์เจนตินา ศรีลังกา ปากีสถาน และตุรกี อาจเผชิญความเสี่ยงเงินทุนไหลออกฉับพลันและค่าเงินอ่อนค่ารุนแรง
ธนาคารกลางตุรกีได้ประกาศระงับการประมูลรีโปอายุ 1 สัปดาห์ชั่วคราว เพื่อปกป้องเสถียรภาพค่าเงิน ท่ามกลางแรงกดดันในตลาดการเงิน นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าตุรกีมีความเปราะบางจากความเชื่อมโยงทางการค้ากับอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงลบมากขึ้น
ธนาคารกลางทั่วโลกอาจรอดูท่าที
สำหรับธนาคารกลางต่าง ๆ มีแนวโน้มจะดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังในระยะสั้น แม้ว่าความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอุปสงค์ทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อขยับขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์นี้สนับสนุนให้ธนาคารกลางอดทนและรอดูท่าทีในระยะแรก แต่ต้องพร้อมตอบสนองอย่างรวดเร็ว หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายหรือกลับรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
อ้างอิง : www.bloomberg.com