คนจีนรุ่นใหม่หนีจากเมืองใหญ่ เก็บเงิน เกษียณ ย้ายไปอยู่เมืองเล็กที่ค่าครองชีพต่ำ
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่อยู่อาศัยแบบคอมเพล็กซ์ในสถานที่ห่างไกลในจีนซึ่งถูกทิ้งร้าง เริ่มดึงดูดผู้อยู่อาศัยหน้าใหม่ให้เข้าอยู่อาศัยด้วยราคาค่าเช่าที่ถูกมาก
เฉิน ซาซา หญิงสาวชาวจีนอดีตพนักงานการเงินของบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ เป็นหนึ่งในคนที่ย้ายออกไปอยู่เมืองที่ห่างไกล เธอเคยมีรายได้จากบริษัทการเงินสูงถึง 700,000 หยวนต่อปี หรือราว 3.2 ล้านบาท แต่หลังผ่านไปเพียง 3 ปี เธอเริ่มหมดไฟ และวางแผนที่จะหลีกหนีจากการเป็นแรงงานปกขาวในเมืองใหญ่ โดยย้ายมาอยู่อพาร์ตเมนต์ในเวนิสจำลองที่มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน ด้วยค่าเช่าเพียงเดือนละ 1,200 หยวน หรือตกราว 5,500 บาท ซึ่งเป็นราคาถูกมากจนสามารถทำให้เธอ “เกษียณ” ได้ตั้งแต่อายุเพียง 28 ปี
เฉินวางแผนโดยเก็บเงินให้ได้มากพอ และหาที่อยู่อาศัยที่ค่าเช่าต่ำมากๆ จนสามารถใช้ชีวิตจากผลตอบแทนจากการลงทุนได้ ในปี 2025 ความฝันของเธอเป็นจริง เมื่อเธอมีเงินเก็บ 2 ล้านหยวน และพบอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ในโครงการ Life in Venice ในค่าเช่าที่ต่ำมาก เธอคำนวณว่า สามารถอยู่ที่นั่นได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำงานอีก
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เฉินเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ขยายตัวมากขึ้นของคนหนุ่มสาวจำนวนมากทั่วประเทศจีน ที่ย้ายไปยังอาศัยในเมืองขนาดเล็ก เพื่อใช้ประโยชน์จากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา
ปรากฎการณ์นี้เป็นการพลิกกลับที่ชัดเจนจากคนรุ่นก่อน ซึ่งเคยยึดถือการไต่เต้าทางสังคม ในยุคที่ชนชั้นกลางในจีนกำลังเติบโตของ คนหนุ่มสาวจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่มหานครต่างๆ เพื่อไล่ล่าหางานและตามความฝันที่เคยมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในช่วงที่ประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่เมื่อเศรษฐกิจที่เคยร้อนแรงเริ่มชะลอตัว ความคาดหวังที่สูงขึ้นกลับสวนทางกับโอกาสลดน้อยลง ขณะที่การแข่งขันกลับยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้น
บริษัทขนาดใหญ่ของจีนส่วนมาก โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีที่จ่ายค่าตอบแทนสูง กำหนดตารางทำงานแบบ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ วิถีชีวิตอันหนักหน่วงนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “วัฒนธรรม 996” ภายใต้แรงกดดันที่สูงลิบ คนทำงานรุ่นใหม่บางส่วนจึงตัดสินใจลาออกจากงาน และเข้าร่วมกระแสการปฏิเสธเส้นทางอาชีพและทุนนิยม หันไปใช้ชีวิตแบบที่มี“ความปรารถนาต่ำ” แทน
คนรุ่นใหม่ของจีนบางส่วนนิยามความฝันใหม่ โดยมุ่งเน้นการพักผ่อนและความผ่อนคลาย คล้ายกับแนวคิด ความเป็นอิสระทางการเงิน และรีบเกษียณอายุ หรือ “Financial Independence, Retire Early” ในลักษณะเดียวกับคนหนุ่มสาวบางส่วนในตะวันตก ซึ่งแนวคิดนี้อาจเป็นไปได้ง่ายกว่าในจีน เพราะค่าครองชีพในบางพื้นที่ต่ำกว่าประเทศตะวันตกมาก
ตัวอย่างเช่น ราคาบ้านในโครงการ “Life in Venice” ในมณฑลเจียงซู ลดลงกว่าครึ่งนับตั้งแต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนเข้าสู่ภาวะถดถอยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ขณะที่ราคาอาหารกลางวัน อย่างก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวจานหนึ่งจาน มีราคาไม่ถึง 100 บาท
ราคาค่าครองชีพที่ไม่สูงนี้ เอื้อประโยชน์ต่อคนหนุ่มสาวชาวจีนที่ยินดีจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ราคาย่อมเยา ซึ่งปัจจุบันพบได้ทั่วประเทศ สำหรับ เฉิน ซาซา นี่คือชีวิตในอุดมคติของเธอกับการได้อยู่ในที่ที่มีวิวทะเล อากาศสะอาด และค่าเช่าราคาถูก
“ฉันมีเวลาทั้งโลก มีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ฉันกำลังใช้ชีวิตแบบที่ฉันต้องการ” เฉินกล่าว
เฉินหวาดหวั่นกับฒนธรรมการทำงานแบบ 996 ซึ่งเธอบอกว่า“เหมือนเดินเข้าสู่ความตาย” ตอนนี้เธอสามาถนอนตื่น 10 โมงเช้าทุกวัน ใช้เวลาทำอาหาร พักผ่อน และเดินเล่นริมชายหาดได้เป็นเวลานานๆ
“ฉันไม่เคยเชื่อว่า งานคือความหมายของชีวิต ชีวิตในอุดมคติของฉันคือ การไม่ต้องทำงาน และได้อยู่ในสถานที่ที่ฉันชอบ” เฉินกล่าว
โครงการ Life in Venice สร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2010 เพื่อเป็นรีสอร์ตวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับคนร่ำรวยจากเซี่ยงไฮ้มาพักผ่อนและใช้ชีวิตหรูหราในรีสอร์ตที่เงียบสงบติดทะเล แต่หลังจากฟองสบู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนแตก ผู้พัฒนาโครงการจึงต้องยื่นขอล้มละลายในปี 2024
ปัจจุบัน Life in Venice คล้ายกับเมืองร้าง มีผู้อยู่อาศัยไม่ถึงร้อยละ 20 เรือยอร์ชจอดทิ้งที่ท่าเรือและขึ้นป้ายขาย ขณะที่ร้านค้าที่ปิดกิจการเรียงรายไปตามถนน
เช่นเดียวกับ ปัน เจ้า ในวัย 29 ปี ที่ปฏิเสธการแข่งขันแบบหนูถีบจักร ฤดูร้อนปีที่แล้ว เธอย้ายจากเมืองการค้าทางชายฝั่งทะเลตะวันออก ไปยังเมืองขนาดเล็กที่ซ่อนตัวในหุบเขาเขียวชอุ่มในมณฑลยูนนาน ซึ่งขึ้นชื่องเรื่องอากาศบริสุทธิ์และบ่อน้ำพุร้อน ที่นั่น เธอเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาด 3 ห้องนอนในราคาเพียง 800 หยวนต่อเดือน หรือตกเดือนละ 3,600 บาท และดัดแปลงห้องนอนหนึ่งห้องให้เป็นสตูดิโอสำหรับโยคะ
เธอกับแฟนทำงานไม่ถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยเธอสอนโยคะทางออนไลน์เพื่อเลี้ยงชีพ เวลาที่เหลือเธอออกไปเดินเล่นในย่านที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ และเพลิดเพลินกับแสงแดด
“ฉันทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ และจะไม่ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ” ปันกล่าว
ขณะที่เมืองเหอกัง เมืองเหมืองถ่านหินที่ห่างไกลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีราคาที่อยู่อาศัยที่ถูกจนน่าตกใจ หลังทรัพยากรหมดไปและเหมืองปิดตัวลง คนหนุ่มสาวต่างพากันอพยพออกไปยังเมืองใหญ่ ทำให้เหอกังมีจำนวนบ้านมากกว่าจำนวนคน
อพาร์ตเมนต์ที่เหอกังราคาถูกกว่ารถยนต์ ทำให้การขายเป็นเรื่องง่าย อพาร์ทเมนต์ขนาดหนึ่งนอนราคาเพียง 3,000 ดอลลาร์ หรือไม่ถึง 9.5 หมื่นบาท ขณะที่ราคาบ้านขนาด 4 ห้องนอนขนาดใหญ่ อยู่ที่ 13,000 ดอลลาร์ หรือราว 4 แสนบาทเศษ
มีคนหนุ่มสาวจีนจำนวนมากที่ออกจากเมืองใหญ่ แม้ไม่มีข้อมูลแน่ชัดถึงจำนวน แต่มีตัวเลขจากจากสำนักงานสถิติของปักกิ่งแสดงว่า ระหว่างปี 2019 ถึง 2024 กรุงปักกิ่งสูญเสียประชากรวัยยี่สิบตอนต้นถึงสามสิบตอนต้นไปราว 1.6 ล้านคน
เศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว ในปี 2025 มีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 5 มีคนหนุ่มสาวชาวจีนจำนวนมากหางานทำไม่ได้ เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา อัตราว่างงานของผู้มีอายุ 16-24 ปีที่ไม่ได้เรียนหนังสือ อยู่ที่ร้อยละ 16.5
ที่มา
As China's economy slows, some are snapping up cheap apartments to 'retire' early