“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดร่วงหนัก หลังสหรัฐ-อิสราเอลถล่มอิหร่านครั้งใหญ่
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดร่วงหนัก ความตึงเครียดตะวันออกกลางปะทุรุนแรง ฉุดนิกเกอิ–ฮั่งเส็งดิ่งทันที ขณะราคาน้ำมันพุ่งกว่า 8% ทองคำทะยาน รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
วันที่ 2 มีนาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดการซื้อขายในวันนี้ (2 มี.ค.) ปรับตัวร่วงลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และจุดชนวนความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมประกาศจะ “เอาคืน” หลังทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย โดยทรัมป์ย้ำว่าการโจมตีมีเป้าหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากอิหร่าน ขณะที่กระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอิสราเอล
แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนชัดในตลาดหุ้นเอเชียช่วงเปิดภาคเช้า โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเปิดที่ 57,976.20 จุด ลดลง 874.07 จุด หรือ -1.48% ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเปิดที่ 26,305.58 จุด ลดลง 324.96 จุด หรือ -1.22% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนเปิดที่ 4,151.80 จุด ลดลง 11.08 จุด หรือ -0.27% ด้านดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวลง 0.38% ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในวันเรียกร้องอิสรภาพ (Independence Movement Day)
นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงการลุกลามของความขัดแย้งอาจกระทบเสถียรภาพพลังงานโลก โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดพลังงานตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 8% ในช่วงเช้า จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ส่วนราคาทองคำฟิวเจอร์ทะยานขึ้น 2.3% จากแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าความขัดแย้งจะขยายวงกว้างหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ นโยบายการเงิน และทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปเพียงใด