เปิดสาเหตุหลัก ค่าเงินดอลลาร์ร่วงหนักสุดในรอบ 4 ปี
เปิดสาเหตุหลัก ค่าเงินดอลลาร์ร่วงหนักสุดในรอบ 4 ปี
ปี 2025 กลายเป็นปีแห่งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก หลังโดนัลด์ ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 พร้อมนโยบายภาษีที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงิน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และในช่วงปลายเดือนมกราคม ดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์ลดลงราว 3% สะท้อนความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ
แม้การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จะเริ่มชะลอตัวลงแล้ว แต่บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่าการฟื้นตัวนี้อาจเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น คริส เทิร์นเนอร์ หัวหน้าวิจัยตลาดการเงินระดับโลกของ ING ให้ความเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะคิดว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเรื่อยๆ ในปีนี้ ถึงแม้จะไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แน่นอน แต่เรื่องทิศทางนั้นค่อนข้างชัดเจน สิ่งที่ตามมาของการที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง คือกำลังซื้อของชาวอเมริกันที่ลดลงตาม ซึ่งหากสถานการณ์นี้ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป อาจเสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ เนื่องจากชาวอเมริกันต้องเผชิญกับราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น
นอกจากนั้น คำถามสำคัญที่ตามมาคือ สถานะของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักของโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาระดับต้นทุนการกู้ยืมในสหรัฐให้อยู่ในระดับต่ำมานานหลายทศวรรษ อาจกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ และอะไรกันแน่คือสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงขนาดนี้ รวมไปถึงคำถามที่ว่า สถานการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
เกิดอะไรขึ้นกับดอลลาร์สหรัฐ?
ค่าเงินดอลลาร์ถือว่าแข็งค่ามากมานานหลายทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2020-2022 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐเติบโตขึ้นภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่ทำให้นักลงทุนมีความต้องการสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้น แต่ในปี 2025 ที่ผ่านมา ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ลดลงเกือบ 10% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017
แต่การลดลงของค่าเงินดอลลาร์ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ และมีที่มาที่ไป เพราะการลดลงของค่าเงินดอลลาร์เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากการประกาศนโยบายภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของทรัมป์ และสำหรับเดือนนี้ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีกเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและยุโรปเกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ และยังอ่อนค่าลงต่อไปในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจกำลังพิจารณามาตรการที่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีก รวมถึงการขายดอลลาร์ร่วมกับญี่ปุ่นเพื่อช่วยหนุนค่าเงินเยนให้แข็งขึ้น
เมื่อพูดถึงเหตุผลที่ค่าเงินสหรัฐอ่อนลง นักวิเคราะห์ต่างก็มองว่า ทรัมป์มีส่วนสำคัญต่อความผันผวนเหล่านั้น และการที่ค่าเงินอ่อนลงถือเป็นสัญญาณจากความกังวลของตลาดต่อนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยโรบิน บรูคส์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบัน Brookings และอดีตนักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนของ Goldman Sachs ให้ความเห็นว่าตลาดกำลังตอบสนองต่อนโยบายที่ไม่แน่นอนของรัฐบาลทรัมป์ และการอ่อนค่าลงของสกุลเงินดอลลาร์เป็นภาพสะท้อนของตลาดที่บอกว่านโยบายที่วุ่นวายและสับสนเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำร้ายสหรัฐมากกว่าใคร
ในตอนแรก ตลาดสกุลเงินดูเหมือนจะไม่ผันผวนมากนักจากประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ตั้งแต่ปีที่แล้วจนเข้าสู่ปีนี้ แต่ตลาดสกุลเงินมีความผันผวนอย่างมากจากความตึงเครียดทางการค้าจากเรื่องกรีนแลนด์ เธียร์รี วิซแมน นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยโลกจากบริษัท Macquarie กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวล ไม่เพียงแต่ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในเดือนนี้เท่านั้น แต่คาดว่าโอกาสที่ผลกระทบจะดำเนินต่อไปก็มีมากขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น โอกาสการลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และการเทขายดอลลาร์ในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่าสหรัฐไม่ได้เข้าแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือญี่ปุ่น การปฏิเสธดังกล่าวทำให้ดอลลาร์มีเสถียรภาพมากขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่บรรดานักวิเคราะห์บอกว่ายังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์อาจจะทำต่อไปในอนาคต
ทำไมนักลงทุนถึงเลือกหันหลังให้เงินดอลลาร์?
ความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าอย่าง ทองคำ เป็นเหตุให้ราคาทองในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นถึงเกือบสองเท่า
สกุลเงินของประเทศต่างๆ แข็งค่าเพิ่มขึ้นเช่นกันจากการที่นักลงทุนหันไปลงทุนอย่างอื่นนอกจากสกุลเงินดอลลาร์ เช่น สกุลเงินยูโรและปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นในเดือนนี้ เช่นเดียวกับสกุลเงินของเขตเศรษฐกิจใหม่อีก 19 แห่งก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1 เช่นกัน
นักลงทุนทั่วโลกต่างเริ่มหันหลังให้สกุลเงินดอลลาร์ สังเกตได้จากกองทุนบำเน็จบำนาญในเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กได้ลดจำนวนการถือหุ้นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ตาม คริส เทิร์นเนอร์ กล่าวสวนกระแสว่า ตลาดการลงทุนในสหรัฐขณะนี้ยังห่างจากภาวะ “Sell America” โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่าการเทขายที่เกิดขึ้นนั้น ยังคงจำกัดวงอยู่เพียงแค่ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือตลาดดอลลาร์เพียงเท่านั้น
ทั้งนี้ คริสและนักลงทุนบางรายตั้งข้อสังเกตว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงทรงตัวอยู่ในจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ ขณะที่ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้สหรัฐยังอยู่ในจุดที่ทรงตัวและควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินระดับโลกในเนเธอร์แลนด์หรือ ING คาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงอีกร้อยละ 4 ถึง 5 ในปีนี้ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจภายนอกสหรัฐดีขึ้น
ทำไมทรัมป์ถึงอยากให้ดอลลาร์อ่อนลง?
การอ่อนค่าของดอลลาร์ยังอยู่ในระดับที่น้อยในขณะนี้ จนยังไม่กระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน แต่สถานการณ์ดอลลาร์ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสหรัฐและความเร็วในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด
ทรัมป์พยายามผลักดันให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น และคาดว่าจะแต่งตั้งคนที่เขาสามารถโน้มน้าวการตัดสินใจได้ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไปในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าหลังนายเจอโรม พาวเวลล์หมดวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อตอบสนองนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ย แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีก เนื่องจากนักลงทุนจะหันไปลงทุนในตลาดอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า
การอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำเนียบขาวอาจมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะก่อนหน้านี้ประธานาธิปดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนอื่นๆ เคยแสดงความดีใจที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยพวกเขามองว่า จะช่วยให้สหรัฐสามารถส่งออกสินค้าไปนอกประเทศได้มากขึ้น ทรัมป์เคยกล่าวไว้ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วว่าแม้การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์อาจฟังดูไม่ดี แต่ก็ทำให้สหรัฐทำเงินได้มากกว่าเดิม และเขาคิดว่ามันกำลังไปได้ดีมากและไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสาเหตุหลัก ค่าเงินดอลลาร์ร่วงหนักสุดในรอบ 4 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th