โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

THCOM ฝังรากอินเดีย เฮ! เว้นภาษีดูดทุนโลก

ทันหุ้น

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 19.45 น.

#THCOM #ทันหุ้น – THCOM รับจะได้อานิสงส์จากการที่รัฐบาลอินเดียยกเว้นภาษียาวถึงปี 2047 เพื่อดึงทุนขนาดใหญ่ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และ AI เชื่อกระตุ้นรัฐบาลเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วประเทศ ชี้เป็นผู้ให้บริการ Space Technology ในอินเดีย ที่จะรับอานิสงส์ความต้องการเชื่อมต่อข้อมูลและดิจิทัลมากขึ้น

รัฐบาลอินเดียประกาศมาตรการจูงใจครั้งใหญ่ด้วยการยกเว้นภาษี (Tax Holiday) นานถึง 20 ปี หรือจนถึงปี 2590 ให้แก่บริษัทข้ามชาติที่ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในอินเดียเพื่อส่งออกบริการไปยังต่างประเทศ โดย นิรมลา สิธารามัน รัฐมนตรีคลัง ระบุว่า มาตรการนี้มุ่งเร่งดึงดูดเงินลงทุนสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผลักดันอินเดียขึ้นเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และคลาวด์ระดับโลก ทั้งนี้ สิทธิยกเว้นภาษีจะครอบคลุมเฉพาะรายได้จากการส่งออกบริการ ขณะที่การให้บริการภายในประเทศยังต้องเสียภาษีตามปกติ

นโยบายดังกล่าวต่อยอดจากมาตรการเดิมที่ยกระดับดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานและผ่อนปรนกฎการใช้ที่ดิน สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลอินเดียในการรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์จากคลาวด์และ AI ที่พุ่งสูง

โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Microsoft ลงทุนรวมกว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว ขณะเดียวกัน อินเดียเตรียมใช้เกณฑ์ Safe Harbor อัตรากำไร 15% เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานภาษีขั้นต่ำ 15% ของ OECD สำหรับผู้ลงทุน เพื่อลดความซับซ้อนด้านราคาโอน เพิ่มแรงจูงใจให้อินเดียเป็นหมุดหมายหลักของการลงทุนดิจิทัลโลก

@THCOM รับประโยชน์

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลอินเดียดึงดูดเงินลงทุนสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เป็นปัจจัยกระตุ้นให้รัฐบาลอินเดียเร่งลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และอินเทอร์เน็ตในการผลิต จำหน่าย และบริโภคสินค้า-บริการ (Digital Economy) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น THCOM ผู้ให้บริการดาวเทียมในประเทศอินเดียซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญกับทั้งรัฐบาล และภาคเอกชนอินเดีย จึงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากนโยบายลดภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม

“การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการสื่อสารข้อมูล ความเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ และโครงข่ายสำรองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและภาคการบิน ซึ่งเป็นจุดแข็งของเทคโนโลยีดาวเทียม หนุนแนวโน้มดีมานด์บริการของไทยคมมีทิศทางแข็งแกร่งในระยะกลางถึงยาว”

@เข้าสู่การเติบโตใหม่

สำหรับปี 2569 THCOM มีแผนยิงดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นสู่วงโคจร เพื่อรองรับลูกค้าเดิมจากดาวเทียมไทยคม 6 และดาวเทียมไทยคม 8 ที่ยังมีอายุใช้งานถึงปี 2575 ช่วยรักษาฐานรายได้จากธุรกิจแพร่ภาพโทรทัศน์และการสื่อสารข้อมูล ซึ่งยังมีผู้ชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเกือบ 10 ล้านครัวเรือน

@มุ่งขยายอินเดีย

พร้อมกันนี้ THCOM อยู่ระหว่างพัฒนาดาวเทียมไทยคม 10 ดาวเทียมขนาดใหญ่มีความจุช่องสัญญาณ ประมาณ 120 Gbp ซึ่งมียอดจองใช้งานล่วงหน้า (Presale) แล้วกว่า 50% ลดความเสี่ยงโครงการอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ในช่วง 2–4 ปีหลังเปิดใช้งาน แต่คาดว่าจะเป็นรายได้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

ทั้งนี้บริษัทยังคงมุ่งขยายฐานการตลาดในประเทศอินเดีย ซึ่งยังคงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของไทยคม ปัจจุบันสร้างรายได้ราว 10–15% ของรายได้รวม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังดาวเทียมใหม่พร้อมให้บริการ โดยบริษัทได้เปรียบจากการเข้าไปทำตลาดก่อนคู่แข่งมานานกว่า 10 ปี ล่าสุดจับมือพันธมิตรผู้ให้บริการดาวเทียมรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย เพื่อขยายสู่ลูกค้าภาคเอกชน เช่น บริการ WiFi บนเครื่องบิน

“การให้บริการดาวเทียมของ THCOM สามารถให้บริการครอบคลุมทั้งประเทศไทย ภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียใต้ ทั้งยังครอบคลุมเอเชียตะวันออกบางส่วน อาทิ จีนตอนใต้ ฮ่องกง ไต้หวันอีกด้วย ซึ่งในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าอินเดียถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการขยายตัวสูงมาก”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...