BJC เคลียร์ทางบุกเวียดนาม ขายที่เสริมแกร่งกำไร 3 พันล.
#BJC #MMVN #ทันหุ้น – BJC ดีลขายที่ดินหมื่นล้านบาท สนับสนุนแผนซื้อกิจการ MM Mega Market ที่เวียดนาม มูลค่าราว 2.25 หมื่นล้านบาท รอประชุมผู้ถือหุ้นไฟเขียว 13 กุมภาพันธ์ นี้ คาดกระบวนการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 หนุนรายได้เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุนขยายสาขาในเวียดนามเพิ่มนับพันล้านบาทต่อปี
นางสาวจินดาธิป ศิริคุณากร ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากกรณีที่บริษัทแจ้งผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า กำลังพิจารณาขายที่ดินจำนวน 33 แปลงดินที่มิได้ใช้ประโยชน์ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เป็นการจำหน่ายที่คาดสร้างกำไรได้ 3,000 ล้านบาท
ผลลัพธ์ทางการเงินที่คาดหมายจากการขายที่ดินจะได้มาซึ่งเงินนำมาเพิ่มศักยภาพในการชำระคืนหนี้ประมาณ 8,000 – 9,000 ล้านบาท และภายหลังเสร็จสิ้นทั้งการเข้าซื้อ MMVN และการจำหน่ายที่ดินทั้งหมด บริษัทคาดว่าอัตราส่วน Net Debt / EBITDA จะปรับลดลงเหลือประมาณ 7 เท่า ลดลงจากประมาณการเบื้องต้นเดิมที่เคยคาดอยู่ที่ประมาณ 8.2 เท่า
นับเป็นไปตามจุดประสงค์เพื่อรักษาโครงสร้างเงินทุนให้ยังคงเข้มแข็ง ภายหลังการซื้อกิจการMM Mega Market Vietnam (MMVN) มูลค่าประมาณ 22,500 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนผ่านการถือหุ้นเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท ทีซีซี แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์) พีทีอี แอลทีดี จำกัด ซึ่งจะต้องให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และรายการที่เกี่ยวโยงด้วย กำหนดประชุม 13 กุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ MMVN เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศเวียดนามและประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคที่มีสาขาทั่วประเทศเวียดนาม รูปแบบธุรกิจเน้นการขายส่ง (Cash & Carry) ให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าปลีกรายย่อย รวมถึงลูกค้าทั่วไป (B2C)
@รับรู้รายได้เวียดนามกลางปี
ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่จวนจะมาถึงบริษัทมั่นใจจะได้รับการสนับสนุนเนื่องจากเป็นแผนที่ส่งผลดีต่อธุรกิจ ซึ่งหากเป็นไปตามคาดกระบวนการซื้อขายทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2/2569 ซึ่งจะส่งผลให้ BJC รับรู้รายได้จาก MMVN เต็มที่ตลอดครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยประเมินจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทขึ้นไป และจะรับรู้เต็มปีในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้เป็นประมาณการที่ยังไม่บวกรวมโอกาสการเติบโตในอนาคต ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่รายได้ทั้งปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวมากกว่าปกติ พร้อมๆ กับสนับสนุนความสามารถทำกำไรในงบรวม เนื่องจากประเมินตัวกิจการ MMVN สามารถสร้างกำไรได้แล้ว แต่ยอมรับว่าในแง่อัตรากำไรขั้นต้น มีโอกาสที่จะปรับลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดีหากพิจารณาระยะยาวจะพบว่าเวียดนามมีตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตสูงมีโอกาสระยะยาวที่จะพัฒนาศักยภาพธุรกิจได้
ปัจจุบัน BJC มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10% แต่ภายหลังจากการรวมกิจการ MMVN เข้ามาแล้ว สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 20%
อนึ่ง BJC มีรายได้รวมปี 2567 เท่ากับ 170,925.32 ล้านบาท และ 9 เดือนปี 2568 มีรายได้เท่ากับ 123,528.51 ล้านบาท
@ลงทุนเพิ่มเติม
สำหรับกลยุทธ์การเติบโตในเวียดนาม ในช่วง 5 ปีข้างหน้า มีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 24 แห่ง ประกอบด้วย Cash & Carry 10 แห่ง, ไฮเปอร์มาร์เก็ต 2 แห่ง และสาขาขนาดเล็ก/Food Service อีก 12 แห่ง โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 500 – 1,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อรับกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม และแม้นักลงทุนบางส่วนจะกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินดอง แต่ผลการทดสอบความเสี่ยงของบริษัทชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจนี้มีความทนทานสูง ค่าเงินจะอ่อนค่าลงอย่างไร่ก็ยังสามารถทำกำไรได้
“เรื่องขายที่ดินเรามั่นใจ มีสัญญาณจากผู้ซื้อเป็นไปในเชิงบวก ส่วน MM ในเวียดนาม เราเข้าไปช่วยให้เกิดการ Turnaround จนกลับมามีกำไรได้ BJC ได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนลูกค้าทั่วไป จนปัจจุบันมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง ทำให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งและเชื่อได้ว่าจะไม่ขาดทุน” นางสาวจินดาธิป กล่าว