“เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ “เท้ง” ปมยืนเคารพเพลงชาติไขว้มือหลัง
“เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ “เท้ง” ปมยืนเคารพเพลงชาติไขว้มือหลัง อ้างอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ–ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขอวินิจฉัยคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
วันที่ 31 ม.ค. 69 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาชน ลำดับที่ 1 ว่ามีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 89 (2) มาตรา 160 (5) ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 6 และ ข้อ 17 หรือไม่
นายเรืองไกรกล่าวว่า ในคำร้องมีความเป็นข้อ ๆ ดังนี้
ข้อ 1. รัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (1) (6) มาตรา 89 (2) มาตรา 160 (5) บัญญัติว่า
“มาตรา 50 บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม”
“มาตรา 89 การเสนอชื่อบุคคลตามมาตรา 88 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(2) ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา 160 …”
“มาตรา 160 รัฐมนตรีต้อง
(5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”
ข้อ 3. มาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 6 ข้อ 17 กำหนดไว้ดังนี้
“ข้อ 6 ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน”
“ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง”
ข้อ 4. ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงจากเว็บไซต์ cofact.org พอสรุปได้ความว่าในรายการประชันวิสัยทัศน์ “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” จัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งได้ร่วมออกรายการดังกล่าวด้วย เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00-18.00 น. เมื่อใกล้ถึงเวลา 18.00 น. พิธีกรแจ้งว่าขอขยายเวลาต่ออีก 10 นาที และขอให้แคนดิเดตและผู้แทนพรรคการเมืองทั้ง 7 คนบนเวที รวมทั้งผู้ชมในสตูดิโอยืนขึ้นเคารพธงชาติพร้อมกัน โดยมีรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเคารพธงชาติว่า ผู้บริหารสถานีเพิ่มเวลารายการให้จบในเวลา 18.10 น. ทำให้ต้องผ่านช่วงเคารพธงชาติ ผู้บริหารจึงให้ทุกคนในห้องส่งเคารพธงชาติเพื่อ “ดูอากัปกิริยาของแคนดิเดตและแกนนำแต่ละพรรคว่าพอถึงช่วงเคารพธงชาติ ท่านจะทำยังไงกัน” โดยจากคลิปถ่ายทอดสดเห็นได้ว่า ขณะเพลงชาติบรรเลง ผู้ร่วมประชันวิสัยทัศน์ทั้งหมดยืนตรงมือข้างลำตัว ยกเว้นนายณัฐพงษ์ที่ยืนเอามือไว้ข้างหลัง ส่วนการร้องเพลงชาตินั้น เนื่องจากกล้องไม่ได้จับภาพใบหน้าทุกคนตลอดเวลาทำให้ระบุไม่ได้แน่ชัดว่าตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 7 คน ร้องเพลงชาติตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ แต่ช่วงนาทีที่ 2.48.14-2.48.19 และ 2.48.34-2.48.40 มีภาพชัดเจนว่านายณัฐพงษ์ขยับปากร้องเพลงชาติคลอตามไปด้วย รวมเวลาไม่ต่ำกว่า 10 วินาที และทุกคนโค้งคำนับเมื่อเพลงชาติจบลง (รายละเอียดปรากฏตามสำเนาข่าวที่แนบ)
ข้อ 5. นอกจากนี้ ยังมีข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีกหลายสื่อ เช่น ในเว็บไซต์ผู้จัดการ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 69 หัวข้อ “ชูวิทย์” ชี้พฤติกรรมเท้งไขว้หลังเพลงชาติ คือแผนปลูกฝังความแตกแยกทีละน้อย เตือนระวังภาวะ “สิ้นชาติ” หรือในเว็บไซต์สยามรัฐ วันที่ 30 ม.ค. 69 หัวข้อ "ชูวิทย์" เดือด ! ซัด "เท้ง" สิ้นชาติ หรือชังชาติ เอามือไขว้หลัง ไม่ร้องเพลงชาติ (รายละเอียดปรากฏตามสำเนาข่าวที่แนบ)
ข้อ 6. จากข้อเท็จจริงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนเคารพเพลงชาติโดยใช้มือไขว้หลัง (หรือยืนเอามือไว้ข้างหลัง) นั้น เมื่อนำมาพิจารณากับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ดังกล่าวข้างต้น กรณี จึงมีเหตุอันควร ขอให้ กกต. ตรวจสอบต่อไปว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาชน ลำดับที่ 1 ได้เคารพเพลงชาติด้วยการยืนมือไขว้หลัง นั้น จะเป็นการไม่ทำหน้าที่ปวงชนขาวไทยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 ในส่วน (1) คือ ไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ หรือไม่ และในส่วน (6) คือ กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม หรือไม่ เป็นการกระทำอันเข้าลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 6 ในส่วนที่ไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของชาติ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน และ ข้อ 17 ในส่วนที่เข้าข่ายกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง หรือไม่