โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.แรงงาน เตรียมมาตรการรองรับแรงงานไทยกลับประเทศ เผยยื่นขอกลับแล้ว 954 คน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 05.08 น.

ก.แรงงาน เผยมีแรงงานไทยพำนักในตะวันออกกลาง 67,000 คน ล่าสุดมี 954 คนแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย พร้อมเตรียมมาตรการดูแลและเยียวยา

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.32 น.นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 67,043 คน ล่าสุด มีแรงงานแจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 954 คน

นอกจากนี้ ยังมีแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล จำนวน 36 คน อิหร่าน 41 คน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางกลับในวันนี้ (10 มี.ค.69) และจากซาอุดิอาระเบีย จำนวน 205 คน บาห์เรน 378 คน ซึ่งอาจมีจำนวนแรงงานไทยที่ประสงค์ขอกลับเพิ่ม ทั้งนี้อยู่ระหว่างการคัดแยก คูเวต 255 คน เลบานอน 4 คน จอร์แดน 7 คน และอิรัก 28 คน ซึ่งขณะนี้รอกำหนดการเดินทางกลับ

นายสันติ กล่าวว่า ภายหลังจากแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานกลุ่มที่เดินทางกลับมา ดังนี้

1. ดูแลอำนวยความสะดวกและรับแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ โดยการ สแกน QR Code

กระทรวงแรงงาน ได้จัดทำคิวอาร์โค้ดเพื่อให้แรงงานที่ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ลงทะเบียนกรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ อาทิ

  • ต้องการหางานทำในประเทศ
  • ต้องการกลับไปทำงานในต่างประเทศ หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย
  • ต้องการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกภาษาต่างประเทศ อื่น ๆ

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะได้ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามความประสงค์ของแรงงานไทยต่อไป

2. ดูแลอำนวยความสะดวกสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เนื่องจากการประกาศภาวะสงคราม กรณีที่ประเทศที่แรงงานทำงานอยู่ประกาศภาวะสงคราม สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ดังนี้

  • กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวนรายละ 15,000 บาท
  • กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 30,000 บาท
  • กรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 40,000 บาท
  • กรณีจัดการศพในต่างประเทศ ทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงไม่เกิน รายละ 40,000 บาท

โดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิประโยชน์ได้ที่ กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

3. ลงพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวก แจ้งข้อมูลข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

กระทรวงแรงงาน ยังได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แรงงานไทยในการอัพเดท และดาวน์โหลด Application SMART TOEA และเปิดพิกัดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อกระทรวงแรงงานสามารถติดต่อสื่อสาร และทราบพิกัดตำแหน่งได้ เพื่อจะได้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากมีเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน อาสาสมัครแรงงาน และบัณฑิตแรงงานในแต่ละจังหวัดที่แรงงานเดินทางกลับมา ลงพื้นที่พบปะแรงงานไทย ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ แจ้งสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมกรณีเคยเป็นผู้ประกันตน และประสานข้อมูล เพื่อติดตามค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง เงินภาษี เงินชดเชยจากต่างประเทศ เป็นต้น

นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กระทรวงแรงงาน มีสำนักงานแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ รัฐอิสราเอล, สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ แก่แรงงานไทย

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...