โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวไทยหลงเสน่ห์ ‘เมืองจีนรสเผ็ด’ แชร์ชีวิตสุดประทับใจในหนานชาง

Xinhua

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 19.43 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 12.43 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมพระราชวังว่านโซ่วในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน)

หนานชาง, 10 มี.ค. (ซินหัว) — พิมพ์ลดา ใจคำ หมอนวดแผนไทยจากเชียงใหม่ วัย 55 ปี ซึ่งย้ายมาจีนเมื่อ 6 ปีก่อนด้วยความปรารถนาออกสำรวจโลกกว้าง เปิดเผยว่าเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้ไล่ตามความฝันในการมาทำงานและใช้ชีวิตในจีน จากเดิมที่ทำได้เพียงชมสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามของจีนผ่านหน้าจอโทรศัพท์

ในปี 2022 พิมพ์ลดาย้ายมาทำงานในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นเมืองที่เธอสนใจในประวัติศาสตร์อันยาวนานและอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน โดยเธอเห็นเรื่องราวของเมืองหนานชางมากมายผ่านทางออนไลน์ ทั้งหอเถิงหวังอันเก่าแก่ และทะเลดอกไม้ในจุดชมวิวเฟิ่งหวงโกว แต่สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคืออาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ด

พิมพ์ลดาเผยว่าเธอพบกับนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากตอนทำงานอยู่ที่ไทย และเมื่อมาจีนจึงพบว่าชาวจีนยังคงอบอุ่นและเป็นมิตรเช่นเคย ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน แต่สิ่งที่ทำให้พิมพ์ลดาประหลาดใจมากที่สุดคือเมืองหนานชาง ซึ่งอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในต่างประเทศ แต่กลับกำลังดึงดูดชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จีนเดินหน้าขยายนโยบายยกเว้นวีซ่าอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอนุญาตให้พลเมืองจาก 50 ประเทศเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าแบบฝ่ายเดียว ขณะที่จำนวนประเทศที่มีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกันเพิ่มขึ้นเป็น 29 ประเทศ ส่งผลให้นักเดินทางจำนวนมากใช้ประโยชน์จากนโยบายการเดินทางผ่านแดนแบบปลอดวีซ่า

พิมพ์ลดาวางแผนจะพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาสัมผัสประสบการณ์ในจีนด้วยตัวเอง เธอบอกเล่าว่าการใช้ชีวิตในจีนสะดวกสบายมาก เพราะทุกอย่างตั้งแต่การเดินทาง การชอปปิง ไปจนถึงการกินอยู่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว แม้แต่เวลาคิดถึงรสชาติบ้านเกิด เธอก็สามารถสั่งวัตถุดิบอาหารไทยแท้ๆ ทางออนไลน์ได้

แม้ภาษาอาจยังเป็นอุปสรรค แต่พิมพ์ลดาได้เรียนรู้วลีสำคัญเวลารับประทานอาหารกับเพื่อนๆ นั่นคือ “เพิ่มพริกอีกหน่อย” พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่าหนานชางให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหลังที่สองของเธอจริงๆ

พิมพ์ลดาเป็นหนึ่งในพนักงานชาวไทย 6 คนที่ร้านนวดแผนไทยที่เธอทำงานอยู่ นอกจากการทำงานแล้ว พวกเธอยังได้พบมิตรภาพและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมใหม่ โดยในเวลาว่าง พวกเธอมักออกไปสำรวจเมืองด้วยกัน ลองสวมชุดฮั่นฝู เรียนรู้ศิลปะการเป่าน้ำตาลซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือเดินสำรวจถนนเก่าเพื่อลิ้มรสอาหารต้นตำรับของหนานชาง ทำให้ได้ดื่มด่ำวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

ขณะที่จีนกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) การผสานวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของการเติบโต ขณะที่การบูรณาการระหว่างภาควัฒนธรรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นๆ กำลังเร่งตัวมากขึ้น การท่องเที่ยวจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก

การท่องเที่ยวของหนานชางเติบโตต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการปลดล็อกพลังการบริโภคมากขึ้นผ่านการผสานวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ซึ่งในการจัดอันดับเมืองโลกของเครือข่ายการวิจัยเมืองของโลกและโลกาภิวัฒน์ (GaWC) หนานชางขยับจากอันดับที่ 301 ขึ้นสู่อันดับที่ 181 ในปี 2024 กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่อันดับเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุด

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมพระราชวังว่านโซ่วในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน)
(ภาพถ่ายจากผู้ให้สัมภาษณ์ : พิมพ์ลดา ใจคำ สัมผัสประสบการณ์การแต่งหน้าและจัดแต่งทรงผมแบบฮั่นฝู ในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...