สะเทือนใจ ศพพ่อยังไม่ได้เผา ครอบครัวจัดงานศพลูกสาว เหยื่อเครนมรณะถล่มทับรถไฟ
เครนถล่มทับรถไฟ สะเทือนใจงานศพพ่อกลายเป็นงานศพลูก บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกของญาติพี่น้อง โดยมีชาวบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่รอรับศพ แม่และลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปรับศพผู้ตายที่จ.นครราชสีมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่งานศพของพ่อตั้งศพอยู่อีกหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านเดียวกัน
15 มกราคม 2569 - จากกรณี เครนยักษ์ถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพ-อุบลราชธานี ที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือนางสาวชนันต์ญาต์ วงศ์จันทร์ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่เดินทางมากับขบวนรถไฟดังกล่าว เพื่อตั้งใจมากราบเคารพศพพ่อที่เสียชีวิต ก่อนจะมีการฌาปนกิจศพในวันเสาร์นี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเศร้าสลดให้กับญาติพี่น้องและคนทั่วไปที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ที่ครอบครัวต้องสูญเสียพ่อและลูกสาวไปในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน โดยที่ลูกสาวยังไม่ทันได้มาเคารพกราบพ่อที่จากไป
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลข 225 ม.8 บ้านเกาะตรวจ ต.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นของนางสาวชนันต์ญาต์ ผู้เสียชีวิต พบชาวบ้านในหมู่บ้านกำลังช่วยกันกางเต็นท์ จัดเตรียมสถานที่รอรับศพผู้เสียชีวิต ด้วยบรรยากาศที่เศร้าโศกกับเหตุการณ์
ขณะที่นางดี วงศ์จันทร์ อายุ 60 ปีแม่ของผู้ตายและน้องขวัญ อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ลูกของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปรับศพนางสาวชนันต์ญาต์ ที่จังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
สอบถามนางลิตร สุขเติบ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ผู้เสียชีวิต ทราบว่า งานศพของพ่อน้องอยู่บ้านอีกหลังในหมู่บ้าน พ่อกับแม่ของผู้เสียชีวิตแยกทางกันไปนานแล้ว ปกติน้องขวัญลูกสาวของ น.ส.ชนันต์ญาต์ ผู้ตายจะอยู่กับยายที่บ้านนี้ ส่วนแม่น้องขวัญไปทำงานที่กรุงเทพฯ
เมื่อทราบข่าวเครนถล่มทับรถไฟ นางดีได้โทรไปหาแฟนของผู้ตาย แฟนเขาก็บอกว่าส่งขึ้นรถแล้วและติดต่อไม่ได้เหมือนกัน และแม่ก็โทรไปหาลูกสาวโทรศัพท์ติดแต่ไม่มีคนรับสาย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าลูกสาวได้เสียชีวิตแล้ว และเมื่อทราบข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิต แม่เขาก็ร้องไห้เสียใจเป็นลม 2-3 ครั้ง ญาติพี่น้องก็ได้แต่ปลอบให้ทำใจ ผู้ตายเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ประมาณ 8 ปี
ส่วนลูกสาวชื่อน้องขวัญเรียนอยู่ ป. 3 ก็ให้อยู่กับยายที่บ้าน ปกติผู้ตายกลับบ้านประมาณปีละ 2-3 ครั้ง ล่าสุดกลับมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ครั้งนี้ที่เขามาเพื่อจะมากราบศพพ่อด้วย ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุ ซึ่งศพพ่อจะมีการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ตอนแรกพวกพี่ๆน้าๆก็บอกว่าให้เขามาวันศุกร์ แต่น้องเขาอยากมาอยู่บ้านนานๆหน่อย ซึ่งพวกเราก็ห้ามแล้วว่าอย่ารีบมาเพราะว่าศพพ่อยังอยู่อีกหลายวัน แต่เขาก็ไม่ยอม
เหตุการณ์ครั้งนี้ทุกคนต่างเสียใจ ก็อยากให้ผู้รับเหมาก่อสร้างงานทำให้ดีๆหน่อยอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนในเรื่องของการเยียวยาก็อยากให้บริษัทก่อสร้างหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาให้กับผู้สูญเสียให้เต็มที่ เพราะที่บ้านของผู้เสียชีวิตก็มีฐานะก็ไม่ค่อยจะดีมากนัก ไร่นาก็ไม่ได้ทำปีนี้ และต้องขาดเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวไปอีก ส่วนพวกพี่ๆของผู้ตาย ต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านงานศพของนายไสว กลิ่นกันหา พ่อของน้องผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันห่างไปประมาณ 200 เมตร พบว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ซึ่งจะมีการฌาปนกิจศพที่วัดในหมู่บ้านในวันเสาร์ที่ 17 ม.ค.นี้