โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นโยบายภาษี” หนึ่งในนโยบายสำคัญ ดึงคะแนนเสียงจากฐานรากถึงชนชั้นกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ส่อง “นโยบายภาษี” แต่ละพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้ง 2569 หนึ่งในนโยบายสำคัญที่แต่ละพรรคหยิบยกมาใช้เป็นอาวุธหาเสียง

“นโยบายภาษี” แต่ละพรรคการเมือง “ลด–ยกเว้น–ให้สิทธิพิเศษ”

ก่อนวันที่ 19 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่พรรคการเมืองต้องยื่นนโยบายหาเสียงที่มีค่าใช้จ่ายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ (กกต.) หลายพรรคการเมืองจึงเร่งชูนโยบาย หนึ่งในนโยบายสำคัญ คือเรื่องของภาษี ที่แต่ละพรรคหยิบยกมาใช้เป็นอาวุธหาเสียง

จากการรวบรวมนโยบายภาษีของพรรคการเมืองหลักที่ประกาศออกมาแล้ว พบว่าแนวโน้มยังคงเป็น ภาษีเชิงประชานิยมเน้น “ลด–ยกเว้น–ให้สิทธิพิเศษ” เพื่อดึงคะแนนเสียงจากฐานรากถึงชนชั้นกลาง

พรรคภูมิใจไทย

โดยที่พรรคภูมิใจไทยชูแนวคิด Thailand Saving Account (TISA) รูปแบบบัญชีการออม-ลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เป็นนโยบายเรือธงด้านภาษี ด้วยการรวบยอดสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อจูงใจให้คนไทย โดยเฉพาะคนรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่ เข้าสู่ออมในตลาดทุนมากขึ้น โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบถาวรสูงถึง 800,000 บาท ท่ามกลางบริบทที่สิทธิลดหย่อนภาษีบางประเภทมีแนวโน้มถูกปรับลดลงในอนาคต

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ “สูงวัย พลัส” ที่ออกแบบมาตรการภาษีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการให้เอกชนที่จ้างงานผู้สูงอายุสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการให้ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50 สะท้อนความพยายามใช้ภาษีเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความเปราะบางทางรายได้ของผู้สูงวัย ซึ่งข้อมูลทางการชี้ว่ากว่า 2 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยไม่มีเงินออม

พรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เลือกเดินเกม “ภาษีเพื่อคนทำงาน” เสนอปรับเพดานเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี จากเดิม 150,000 บาทต่อปี เป็น 320,000 บาทต่อปี หรือเทียบเท่าเงินเดือนราว 40,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นโยบายนี้มุ่งลดภาระให้แรงงานระดับล่างและระดับต้น ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของกลุ่มคนทำงานหลายล้านคน และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ก็หมายถึงรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่รัฐอาจหายไปจำนวนไม่น้อย

พรรคประชาชน

ด้าน พรรคประชาชน เสนอโมเดลผสาน “ภาษี–แรงจูงใจ–การบริโภค” ผ่านโครงการ หวยใบเสร็จ SMEs เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการรายย่อย และดึง SMEs เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น มาตรการนี้ไม่ได้หยุดแค่ฝั่งผู้ซื้อ แต่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ SMEs แบบครบวงจร สะท้อนแนวคิดใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ “จูงใจมากกว่าบังคับ” เพื่อขยายฐานภาษีในระยะยาว ได้แก่ เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี

สำหรับโครงการหวยใบเสร็จ SMEs เป็นการสนับสนุนให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs โดยสะสมครบ 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) ลุ้นหวย 3 ตัว ทุกวันที่ 1 และ 16 ตลอด 4 ปี วงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน

ทั้งนี้ ภาพรวมจากนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองประกาศออกมา สะท้อนชัดว่า ภาษีกำลังกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันทางการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกพรรคต่างพยายามออกแบบมาตรการที่ “จับต้องได้ทันที” ต่อกระเป๋าเงินประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อน เพิ่มสิทธิ์ หรือยกเว้นภาษี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...