“นโยบายภาษี” หนึ่งในนโยบายสำคัญ ดึงคะแนนเสียงจากฐานรากถึงชนชั้นกลาง
“นโยบายภาษี” แต่ละพรรคการเมือง “ลด–ยกเว้น–ให้สิทธิพิเศษ”
ก่อนวันที่ 19 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่พรรคการเมืองต้องยื่นนโยบายหาเสียงที่มีค่าใช้จ่ายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ (กกต.) หลายพรรคการเมืองจึงเร่งชูนโยบาย หนึ่งในนโยบายสำคัญ คือเรื่องของภาษี ที่แต่ละพรรคหยิบยกมาใช้เป็นอาวุธหาเสียง
จากการรวบรวมนโยบายภาษีของพรรคการเมืองหลักที่ประกาศออกมาแล้ว พบว่าแนวโน้มยังคงเป็น ภาษีเชิงประชานิยมเน้น “ลด–ยกเว้น–ให้สิทธิพิเศษ” เพื่อดึงคะแนนเสียงจากฐานรากถึงชนชั้นกลาง
พรรคภูมิใจไทย
โดยที่พรรคภูมิใจไทยชูแนวคิด Thailand Saving Account (TISA) รูปแบบบัญชีการออม-ลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เป็นนโยบายเรือธงด้านภาษี ด้วยการรวบยอดสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อจูงใจให้คนไทย โดยเฉพาะคนรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่ เข้าสู่ออมในตลาดทุนมากขึ้น โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีแบบถาวรสูงถึง 800,000 บาท ท่ามกลางบริบทที่สิทธิลดหย่อนภาษีบางประเภทมีแนวโน้มถูกปรับลดลงในอนาคต
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ “สูงวัย พลัส” ที่ออกแบบมาตรการภาษีเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการให้เอกชนที่จ้างงานผู้สูงอายุสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการให้ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50 สะท้อนความพยายามใช้ภาษีเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความเปราะบางทางรายได้ของผู้สูงวัย ซึ่งข้อมูลทางการชี้ว่ากว่า 2 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยไม่มีเงินออม
พรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เลือกเดินเกม “ภาษีเพื่อคนทำงาน” เสนอปรับเพดานเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี จากเดิม 150,000 บาทต่อปี เป็น 320,000 บาทต่อปี หรือเทียบเท่าเงินเดือนราว 40,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นโยบายนี้มุ่งลดภาระให้แรงงานระดับล่างและระดับต้น ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของกลุ่มคนทำงานหลายล้านคน และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ก็หมายถึงรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่รัฐอาจหายไปจำนวนไม่น้อย
พรรคประชาชน
ด้าน พรรคประชาชน เสนอโมเดลผสาน “ภาษี–แรงจูงใจ–การบริโภค” ผ่านโครงการ หวยใบเสร็จ SMEs เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการรายย่อย และดึง SMEs เข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น มาตรการนี้ไม่ได้หยุดแค่ฝั่งผู้ซื้อ แต่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ SMEs แบบครบวงจร สะท้อนแนวคิดใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ “จูงใจมากกว่าบังคับ” เพื่อขยายฐานภาษีในระยะยาว ได้แก่ เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี
สำหรับโครงการหวยใบเสร็จ SMEs เป็นการสนับสนุนให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า/บริการจาก SMEs โดยสะสมครบ 500 บาท จะได้รับหวยใบเสร็จ SMEs 1 ใบ (สะสมจากหลากหลายร้านค้า SMEs ได้) ลุ้นหวย 3 ตัว ทุกวันที่ 1 และ 16 ตลอด 4 ปี วงเงินรางวัลหวยใบเสร็จ SMEs 1,000 ล้านบาท/เดือน
ทั้งนี้ ภาพรวมจากนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองประกาศออกมา สะท้อนชัดว่า ภาษีกำลังกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันทางการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกพรรคต่างพยายามออกแบบมาตรการที่ “จับต้องได้ทันที” ต่อกระเป๋าเงินประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อน เพิ่มสิทธิ์ หรือยกเว้นภาษี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “หมอวรงค์” นำไทยภักดี หาเสียงสุราษฎร์ฯ ชูมือปราบโกง
- นักการเมืองหญิงในสนามเลือกตั้ง 69 กับการวิจารณ์และคอมเมนต์คุกคามทางเพศที่ยังไม่หายไป
- ช่องทาง เช็กสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ พร้อมสถานที่ลงคะแนน
- คนร้อยเอ็ดแห่ฟัง "ธรรมนัส" หาเสียง "ธนกฤต" ลั่นนโยบายไม่ขายฝัน ทำได้จริง
- ธปท. สั่งแบงก์จับตาแลกธนบัตรมากผิดปกติ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง