โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'พิพัฒน์' สั่งด่วนเบรก 'อิตาเลียนไทย' สร้างทางยกระดับทุกโครงการ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพาน ร่วงบนถนนพระราม 2 และสั่งปิดจราจรช่องหลัก 24 ชม. พร้อมระดมเครน-เครื่องจักรกู้สถานการณ์และกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้อุบัติเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry: LG) ร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม. 30 ถนนพระราม 2 บริเวณถนน พระราม2

"สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ 1 ราย" นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนอีก 1 ราย จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ อุปสรรคหลักคือแผ่นปูนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากทับอยู่ ขณะเดียวกัน การคืนพื้นผิวการจราจรคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะบนถนนพระราม 2 ซึ่งประชาชนผู้ใช้เส้นทางมีความกังวลมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้างโครงสร้างลอยฟ้าหรือโครงการทางยกระดับ และยังเป็นเหตุซ้ำต่อเนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2567

ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงได้กำชับผู้รับเหมาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทผู้รับเหมาหลักมีการซับงานต่อให้บริษัทอื่น ต้องมีการควบคุมดูแลบริษัทซับอย่างเคร่งครัดที่สุด

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมด่วนด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม จากกรณีเครนถล่ม 2 จุดภายใน 2 วัน คาดว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมออกมาอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้มีคำสั่ง ให้หยุดการก่อสร้างโครงการโครงสร้างลอยฟ้าทุกโครงการของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวปล็อปเมนต์ จำกัด ( มหาชน ) ที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมทางหลวง

"ตนได้สั่งตรวจสอบย้อนหลังทุกโครงการ เพื่อหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำในช่วงเวลาใกล้เคียงกันว่าเกิดจากคน หรือกระบวนการใดกันแน่” นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับไซต์งานที่เกิดเหตุ นายพิพัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นช่วงพักการก่อสร้าง ซึ่งตามขั้นตอนก่อนพักงานจะต้องมีการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างแล้ว แต่สุดท้ายกลับเกิดเหตุขึ้น แสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกอย่างรอบด้าน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้บริษัทฯต้องกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด ตั้งแต่ผู้ควบคุมงานในช่วงเกิดเหตุ การตรวจสอบตามกระบวนการ

รวมถึงเหตุผลว่าทำไมแม้มีการตรวจแล้ว โครงสร้างจึงยังพังถล่มลงมา โดยบริษัทต้องเป็นผู้หาข้อเท็จจริงในส่วนของตนเอง

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา คู่ขนาน โดยจะไม่ยึดถือข้อมูลจากบริษัทผู้รับเหมาเพียงฝ่ายเดียว

ทั้งนี้จะเชิญผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาประเมินและวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทกับข้อมูลของภาครัฐอย่างเป็นธรรม

สามารถสืบย้อนกระบวนการทำงานย้อนหลัง ตั้งแต่คืนก่อนเกิดเหตุ การประกอบชิ้นงาน

การควบคุมงานของโฟร์แมน รวมถึงการกำกับดูแลของบริษัทควบคุมงานอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะต้องตรวจสอบทั้งหมด

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนบทลงโทษผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ กระทรวงคมนาคมมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว

โดยบริษัทผู้รับเหมารายดังกล่าวยังมีโครงการอื่นที่ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งคาดว่านายกรัฐมนตรีและตนเองจะมีข้อสั่งการที่ชัดเจนเพิ่มเติมภายหลังการหารือในที่ประชุม

"กรณีนี้อาจถึงขั้นแบล็กลิสต์หรือไม่นั้น ใกล้เคียงกัน แต่ยังไงต้องมีมาตรการออกมาแน่นอน เพราะเกิดเหตุซ้ำถึง 2 วัน” นายพิพัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ดีการขึ้นแบล็กลิสต์เป็นมาตรการที่มีผลกระทบสูงต่อบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงานมากยิ่งขึ้น

หากไม่สามารถรักษามาตรฐานความปลอดภัยได้ โอกาสในการดำเนินธุรกิจในอนาคตอาจสูญหายไป และหากไม่ต้องการให้เกิดมาตรการเช่นนั้น สิ่งเดียวที่ต้องทำคือทำให้การก่อสร้างปลอดภัยอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...