ทรัมป์ ชี้ “เซเลนสกี” คืออุปสรรคดีลยุติสงครามยูเครน
"ทรัมป์" ชี้ “เซเลนสกี” เป็นตัวถ่วงดีลสันติภาพยูเครน ขณะที่เขามองว่าปูตินพร้อมเจรจา และสหรัฐกำลังเดินหน้าแรงกดดันทั้งโต๊ะเจรจาและมาตรการคว่ำบาตร ท่ามกลางการจับตาการพบผู้นำบนเวทีดาวอส
วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่าโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน คืออุปสรรคหลักต่อการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่รัสเซียเปิดฉากกับยูเครนเมื่อ 4 ปีก่อน
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อวันพุธ โดยกล่าวว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย พร้อมที่จะทำข้อตกลง และเมื่อถูกถามว่าอะไรเป็นปัจจัยขัดขวางไม่ให้เกิดข้อตกลง ทรัมป์ตอบว่า “เซเลนสกี”
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐมีท่าทีสลับไปมาระหว่างการกล่าวโทษยูเครนและรัสเซียว่าเป็นฝ่ายทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทั้งที่ทรัมป์เคยอ้างระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2567 ว่าสงครามนี้สามารถยุติได้อย่างง่ายดาย
สหรัฐได้เตรียมมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมไว้ เผื่อกรณีทรัมป์ตัดสินใจดำเนินการต่อรัสเซีย จากการที่รัสเซียยังคงปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและยูเครนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้ามากกับแผน 20 ข้อ เพื่อยุติการสู้รบ อย่างไรก็ตามยูเครนและรัสเซียยังติดหล่มในหลายประเด็น รวมถึงการควบคุมดินแดนบางส่วนที่รัสเซียอ้างสิทธิ์แต่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน
ความเห็นล่าสุดของทรัมป์สะท้อนการเปลี่ยนโทนจากช่วงหลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาแสดงความไม่พอใจต่อปูตินมากขึ้น ท่ามกลางความพยายามทางการทูตเร่งด่วนช่วงปลายปีเพื่อยุติสงคราม
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ ทรัมป์เคยบอกว่าเขาไม่ปลื้มกับผู้นำรัสเซีย และชี้ว่ามีคนเสียชีวิตมากเกินไป พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อเครมลินที่ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน ขณะที่ปูตินในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทำให้ความหวังต่อการใกล้บรรลุข้อตกลงลดลง แม้ทรัมป์และเซเลนสกีจะแสดงความมองบวกมากขึ้น
สัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ เกรแฮม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเป็นรีพับลิกันและใกล้ชิดทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์ได้ไฟเขียวให้ร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียที่มีแรงสนับสนุนจากทั้งสองพรรค พร้อมระบุว่า “หวังว่าจะมีการลงมติแบบสองพรรคที่แข็งแกร่ง อาจเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า” โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าทรัมป์สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้
ถ้อยแถลงใหม่ของทรัมป์ยังเกิดขึ้นในจังหวะที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ กำลังพิจารณาเดินทางไปมอสโกเพื่อพบปูตินในอนาคตอันใกล้ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าการพบปะอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้ แต่แผนยังไม่สิ้นสุด
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐจะนำเสนอร่างแผนฉบับล่าสุดให้ปูตินและทีมงานพิจารณา
ความเห็นต่อรอยเตอร์สครั้งนี้ยังมีแนวโน้มสร้างความกังวลให้พันธมิตรยุโรป ซึ่งกังวลว่าทรัมป์อาจบีบให้ยูเครนยอมอ่อนข้ออย่างหนัก เพื่อให้สามารถคลี่คลายประเด็นค้างคาหลัก ๆ ในการเจรจาได้เร็ว
รัสเซียยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องให้ยูเครนถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ที่เหลือในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก รวมถึงดินแดนที่รัสเซียยังไม่สามารถยึดได้ด้วยกำลังทหาร ขณะที่ยูเครนเสนอให้ตรึงแนวปะทะปัจจุบัน หรือให้ทั้งสองฝ่ายถอยกำลังเพื่อสร้างเขตกันชน
อีกประเด็นสำคัญที่เป็นข้อขัดแย้ง ได้แก่ การควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ซึ่งกองกำลังรัสเซียยึดไว้ และชะตากรรมของสินทรัพย์ธนาคารกลางรัสเซียที่ถูกอายัดราว 3 แสนล้านดอลลาร์
รัสเซียยังคัดค้านการส่งกำลังทหารนาโตเข้าไปประจำการในยูเครน ขณะที่เคียฟต้องการหลักประกันความมั่นคงจากพันธมิตร เพื่อป้องกันการรุกรานจากรัสเซียในอนาคต หากมีข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้น
ผู้เจรจายุโรปและยูเครนระบุว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว รวมถึงแนวทางการติดตามการหยุดยิง การยับยั้งรัสเซียไม่ให้โจมตีซ้ำ และวิธีตอบโต้หากมอสโกดำเนินการ รวมถึงข้อตกลงที่ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจของยูเครน
ด้านเซเลนสกีหวังจะสรุปข้อตกลงต่าง ๆ ให้ได้ในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้นำยุโรปและทรัมป์เข้าร่วมด้วย
อ้างอิง : bloomberg.com