โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CIMBชี้ตลาดหุ้นกู้ปี69ฟื้นตัว ตั้งเป้าAUMโตแตะ4.5แสนล.

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 01.00 น.

#CIMB #ทันหุ้น – CIMB THAI เห็นสัญญาณตลาดหุ้นกู้ไทยฟื้นตัวขึ้น จากการผ่อนคลายด้านเครดิต รวมถึงความชัดเจนทางการเมือง อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด คาดว่าปี 2569 หุ้นกู้ออกใหม่ 880,000-900,000 ล้านบาท โดยธนาคารครองส่วนตลาดหุ้นกู้เป็นอันดับ 1 ทั้งตลาดหลักและตลาดรอง โดยตั้งเป้า AUM เพิ่มขึ้นเป็น 450,000 ล้านบาท และโตแตะ 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573

นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย หรือ CIMB THAI เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นกู้ไทยเริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายด้านเครดิตอย่างชัดเจน สะท้อนจากจำนวนผู้ออกตราสารหนี้ที่ถูกปรับลดอันดับเครดิตมีจำนวนลดลง แต่นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตและมีการคัดเลือกความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ซึ่งสะท้อนได้จากการเคลื่อนไหวของ Credit Spread โดยกลุ่มอันดับเครดิต AAA มีแนวโน้มแคบลง ขณะที่ AA และ A ทรงตัว และ BBB กว้างขึ้นเล็กน้อย

สำหรับปี 2569 ธนาคารประเมินว่าภาพรวมตลาดหุ้นกู้มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ความชัดเจนทางการเมืองหลังการจัดตั้งรัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ช่วยลดความไม่แน่นอนและหนุนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ

รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ โดยกรณีฐานคาดว่าจะมีการปรับลดอีก 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ออกอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง สนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรบริษัทและเอื้อต่อการแคบลงของ Credit Spread ขณะที่มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นของภาครัฐ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานตลาดและเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน

*หุ้นกู้ออกใหม่ 8.8-9 แสนล.

โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีมูลค่าหุ้นกู้ออกใหม่ 880,000-900,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับหุ้นกู้ที่ครบกำหนดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 875,000 ล้านบาท แต่ถ้าหากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวขึ้นคาดว่าในปีต่อไปจำนวนการออกหุ้นกู้ใหม่จะมีมากกว่าหุ้นกู้ที่ครบกำหนด

ในช่วงที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง การตัดสินใจของบริษัทจดทะเบียนว่าจะเลือกออกหุ้นกู้หรือกู้ยืมเงินจากธนาคารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยปกติแล้วบริษัทต่างๆ มักจะไม่พึ่งพาแหล่งเงินทุนเพียงแหล่งเดียว แต่จะเน้นการกระจายความเสี่ยงในการหาแหล่งเงินทุน เพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินสูงขึ้น

โดยพิจารณาจากความคุ้มค่า หากธนาคารเริ่มมีความผ่อนคลายและปล่อยกู้มากขึ้น บริษัทอาจพิจารณากลับไปกู้เงินจากธนาคารแทนการออกหุ้นกู้รุ่นใหม่หากต้นทุนต่ำกว่า แต่ถ้าบริษัทมีเครดิตเรตติ้งที่ดีและมีความมั่นคง การออกหุ้นกู้อาจช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ดีกว่าการกู้ธนาคารในระยะยาว

*ครองอันดับ 1

ทั้งนี้ธนาคารได้ครองอันดับ 1 ในด้านมูลค่าธุรกรรมซื้อขายตราสารหนี้ทุกประเภทที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ที่มีมูลค่าตลาด 11.49 ล้านล้านบาท ซึ่งธนาคารครองส่วนแบ่งตลาด 15.39% คิดเป็นมูลค่า 1.77 ล้านล้านบาท รวมถึงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในการซื้อขายหุ้นกู้ตลาดรองกับลูกค้ารายย่อย คิดเป็นมูลค่า 15,000 ล้านบาท จากมูลค่าตลาด 52,413 ล้านบาท

ดังนั้นธนาคารตั้งเป้าหมายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ไม่รวมเงินฝาก เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 5 ปี (นับตั้งแต่ปี 2569-73) เกือบแตะ 1 ล้านล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 300,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 50% คาดว่าปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 450,000 ล้านบาท โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างความไว้ใจให้กับลูกค้า และการขยายทีมงานโดยประกาศรับ Relationship Manager (RM) เพิ่มเติมอีก 200 ท่าน เพื่อรองรับ Ecosystem การลงทุน

*สะสมหุ้นกู้คุณภาพดี

ในเชิงกลยุทธ์ธนาคารแนะนำให้ผู้ลงทุนทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี ระดับ Investment Grade (BBB- ขึ้นไป)ในช่วงที่ Credit Spread ยังอยู่ในระดับจูงใจ ขณะเดียวกันลูกค้าที่ถือพันธบัตรออมทรัพย์สามารถพิจารณาขายทำกำไรในตลาดรอง แล้วนำเงินกลับมาจัดสรรเพื่อลงทุนต่อทั้งออมหุ้นกู้เอกชนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนหรือสำหรับผู้ที่เน้นความมั่นคงของเงินต้นสามารถพิจารณาออมพันธบัตรรัฐบาลอายุประมาณ 20 ปี ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีต และหาก กนง.ปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี พันธบัตรระยะยาวมีโอกาสสร้างกำไรจากการขาย นอกเหนือจากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตตราสารหนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...