ถ้าเลือกตั้งใหม่ต้องปรับแผนสู้
ปัญหาที่จุดไฟเผา กกต.คือการนับคะแนนล่าช้า ไม่เหมือนการนับคะแนนเมื่อครั้งการเลือกตั้ง 2566 แถมมีบัตรเขย่งอะไรเยอะแยะ ผลนับคะแนนกั๊กอยู่ไม่รู้แล้วรอการรับรอง ผ่านมา 10 วันยังไม่เห็นรับรองใครได้ หรือจะให้ต้องรอให้ครบ 60 วัน จำนวนผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศก็ยังไม่รู้กัน แล้วยังเจอวิบากเรื่องบัตรเป็นความลับหรือไม่ เพราะคิวอาร์โค้ดมันแสกนหาต้นขั้วได้ และต้นขั้วดันมีลายเซ็นประชาชนที่ลงคะแนนอีก จึงถูกครหาว่า การเลือกตั้งนี้ไม่เป็นความลับ
กกต.ขยับตัวช้า กระแสสังคมยิ่งโจมตี แต่ที่สุดเรื่องเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ทำให้ต้องเป็นโมฆะหรือไม่ ก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตอนนี้ก็มีผู้ร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว รอ กกต.ชี้แจงก่อนผู้ตรวจฯ จะวินิจฉัยส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ การปล่อยให้กระแสแรงขนาดนี้ระวังจะมีผลต่อการวินิจฉัยในชั้นต่างๆ เสียงเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่ตีแรงขึ้น จากปัญหาการจัดเลือกตั้งที่ไม่น่าจะถูกต้องชอบธรรมส่วนหนึ่ง จากกองเชียร์ที่ไม่เชื่อผลคะแนนก็อีกส่วน
“ผู้กองนัส”ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า มีความหมิ่นเหม่ว่า การทำงานของ กกต. จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้ตั้งสมมุติฐานว่า หากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เกิดโมฆะไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที ซึ่งพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมหากต้องเลือกตั้งใหม่ ..แถมยังมั่นใจว่า ในเลือกตั้งครั้งวันที่ 8 ก.พ.ถ้าเปิดหีบนับใหม่หลายๆ เขต กล้าธรรมจะได้ สส.เพิ่ม
ถ้าต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ในทางการเมืองจะเกิดอะไรขึ้น ? ขณะนี้ การจับขั้วทางการเมืองเริ่มมีเค้าลางให้เห็น ถ้าเกิดล้างไพ่ปุ๊บ พรรคกล้าธรรมที่เริ่มเห็นสัญญาณ ว่า“ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยแน่” พรรคส้ม พรรคประชาชน ( ปชน.) ก็มีท่าทีไม่เอาพรรคเขียว ดังนั้น จากที่เคยคาดว่าได้ สส.58 คน ต้องทำอย่างไรให้ได้เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังในการต่อรอง ต้องวิ่งหืดขึ้นให้เป็นพรรคอันดับสามให้ได้ ให้จับมือกับพรรคอื่นได้เป็นรัฐบาลเอาสีน้ำเงินลง สู้ภูมิใจไทยยิบตา
พรรคประชาธิปัตย์ พบว่าคะแนนพรรคเพิ่มขึ้นพุ่งแรง ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ถึงสิบคน ต้องทำอะไรเพื่อดึงคะแนน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ให้มากขึ้นอีก การประกาศ“ไม่เอาเทา”ดูเหมือนจะสร้างแต้มต่อทางความนิยม พรรคเพิ่งฟื้น แต่ขายอุดมการณ์คล้ายพรรคส้ม ดังนั้นจะแย่งฐานคะแนนเสียงกันอย่างไรก็ต้องคิดหนัก โดยเฉพาะชิงเก้าอี้ สส.กรุงเทพกลับมาให้ได้บ้าง การวางตัว สส.เขตก็ยังยากอยู่ถ้าเวลากระชั้น เพราะย้ายค่ายไปหลายคน
พรรคเพื่อไทย เมื่อเห็นพลังของ“ผีอังเคิล”ที่ตามหลอกหลอนจนเสียคะแนนหนัก ก็คงต้องแสดงท่าทีอะไรที่แข็งแรงเกี่ยวกับเรื่องเขมร ว่าสิ้นเยื่อขาดใยกันแน่นอน ปัญหาของพรรคเพื่อไทยก็คล้ายประชาธิปัตย์ตรงที่ สส.ย้ายค่ายไปหลายคน การคัดสรรคนมาแทนจึงต้องเลือกคนที่มีฐานเสียง และเมื่อขายพ่วงกับชื่อพรรคไปกันได้ดี พรรคต้องระวังป้องกันพื้นที่เหนือ ที่พรรคส้มเจาะไปได้หลายเขต สู้อย่างหนักเพื่อไม่ให้พรรคตกไปเป็นอันดับสาม และจัดตั้งรัฐบาลได้
พรรค ปชน. แทบไม่ต้องต่อสู้อะไรมากเพราะกระแสดีที่สุด แต่ต้องระวังวิชามารอะไรต่างๆ เอาผู้สมัครสแกนแล้วสแกนอีกอย่าให้ขายขี้หน้ามีเทาดำโผล่มาอีก ระวังอย่าให้มีข้อครหาเรื่องไอโอ และตอนนับคะแนน วางตัวทั้งคนของพรรค ทั้งอาสาสมัครหัวคะแนนธรรมชาติไว้ทักท้วงหน้าหน่วยทันทีที่มีอะไรน่าจะตุกติก เพราะเรื่องไม่ทักท้วงหน้าหน่วยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาไม่นับคะแนนชลบุรีเขต 1 ใหม่ เชื่อว่ากองเชียร์พรรคส้มพร้อมระวังให้พรรคทุกย่างก้าว
เชื่อว่าสี่พรรคที่พูดถึงอยากให้เลือกตั้งใหม่ หวังปะรอยโหว่แล้วคะแนนดีกว่าเดิม ก็ต้องรอดูศาลสั่งให้เลือกตั้งโมฆะหรือไม่.