กรมการปกครอง แจงยิบ Laser ID ไม่เกี่ยวข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับ
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 12.46 น. • The Bangkok Insightกรมการปกครอง ชี้แจงการใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check Card Service) ยัน Laser ID ไม่เกี่ยวข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับ
ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และการให้บริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนในระบบ Laser ID สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. Laser ID หรือ เลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน
เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ควบคุมและตรวจสอบบัตร เพื่อให้ทราบว่าถูกส่งไปที่ใด ออกบัตรให้กับใคร ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น
ข้อมูลบนหน้าบัตรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิทธิของเจ้าของบัตร ตามที่จะให้ ความยินยอมของผู้ถือบัตรว่าประสงค์จะใช้ทำการในสิ่งใด
2. การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check Card Service)
การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร ประจำตัวประชาชนใบล่าสุดแบบออนไลน์ ว่าบัตรดังกล่าวมีสถานะปกติ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก (จำหน่าย) เพื่อป้องกัน การปลอมแปลงบัตร การปลอมแปลงข้อมูล และการแอบอ้างสวมสิทธิ์ หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการได้ 2 วิธี ได้แก่
ตรวจสอบผ่านเครื่องอ่านบัตร (Chip Card Reader)
อ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (chip) และส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ ประกอบด้วย เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำ chip และ หมายเลขคำขอมีบัตรฯ
ตรวจสอบโดยกรอกข้อมูลจากหน้าบัตรและหลังบัตร
โดยระบุข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) ให้ครบถ้วน
ผลการตรวจสอบทั้ง 2 วิธี จะแจ้งผลให้ทราบว่าบัตรฯ มีสถานะ เป็น ปกติ หรือ ไม่ปกติ เท่านั้น
3. การอนุญาตให้ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)
ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ที่ของกรมการปกครองได้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า แอปพลิเคชัน ThalD มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการ ออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตน ณ หน่วยงานให้บริการ เป็นการประหยัด ค่าใช้จ่าย ลดการใช้สำเนาเอกสาร
หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ประสงค์ใช้บริการ สามารถยื่นขออนุญาตเชื่อมโยงระบบตามหลักเกณฑ์ ที่กรมการปกครองกำหนด ตามประกาศกรมการปกครอง เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงาน เอกชนให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลฯ เล่มที่ 141 ตอนพิเศษ 176 ง ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2567 เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้งานตามหลักเกณฑ์แล้ว หน่วยงานรัฐหรือเอกชน จึงจะสามารถพัฒนาระบบ เพื่อมาเชื่อมต่อกับ ThalD เพื่อใช้งานต่อไปได้
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชน เป็นข้อมูลสำคัญและเป็นความลับตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 ซึ่งกำหนดให้การเปิดเผยหรือการนำข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมาย กำหนดเท่านั้น
นอกจากนี้ ตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49-50 ข้อมูล ทะเบียนราษฎรถูกจัดเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ จึงต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุด
ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าว ไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงานหรือองค์กรใดได้ เว้นแต่
- ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
- เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐ
- ใช้ในการดำเนินคดี การพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้
ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด การนำข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล และต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การเข้าถึงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายเท่านั้น และต้องเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้งาน (Access Control) ตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน
ที่มา: สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คลิกลิงก์ต้องระวัง!! ฟิชชิง 88.5% มุ่งเป้าข้อมูลประจำตัวบัญชีออนไลน์
- ไทยนำโด่งโดนภัยคุกคาม 'ไอดีเกม' ถูกแฮกสูงสุดเกือบ 1.63 แสนรายการ
- เตือนภัย!! สแกนม่านตาแลกรับเงิน เสี่ยงข้อมูลรั่วไหล ได้ไม่คุ้มเสีย
ติดตามเราได้ที่