“สว.นันทนา” รับหนังสือ “ทนายอั๋น” เร่งล่ารายชื่อ 20 สว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะ
“สว.นันทนา” รับหนังสือ “ทนายอั๋น” เร่งล่ารายชื่อ 20 สว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดเลือกตั้งโมฆะ ปมบาร์โค้ด ‘นันทนา’ ชี้ หากไม่ทำจะเป็นหายนะของระบอบประชาธิปไตย-อันตรายต่อประชาชน ลั่น จะกลายเป็นมีพรรคการเมืองหนึ่งคุมเสียงการเลือกตั้งทุกระดับ
วันที่ 17 ก.พ. 69 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ พาเจ้าของเพจ แม่แนน น้องสมาร์ท และตัวแทนกลุ่มส.ว. สำรอง ยื่นหนังสือต่อนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภาหรือส.ว. เพื่อขอให้รวบรวมรายชื่อของส.ว. 20 คนยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเกาะกตมีการจัดทำบาร์โค้ดในใบลงคะแนนซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้ง
นายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น กล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีข้อกังขาว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นการเลือกตั้งที่มีการโกงที่คนไทยขนาดนามว่าเป็นการโกงทั้งประวัติศาสตร์มากกว่าปี 2500 วันนี้มายื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนาและตัวแทนกลุ่มส.ว.อิสระ ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน , ยื่นเรื่องต่อกกต.ซึ่งไม่ได้กระทำต่อสิ่งที่ประชาชนอยากจะเห็น โดยหวังว่าส.ว.จะรวมชื่อและส่งเรื่องนี้ไปยังประธานวุฒิสภา แม้ว่าก่อนหน้านี้ส่งจะส่งหลายเรื่องไปยังประธานวุฒิสภาแต่เคยไม่สำเร็จ แต่ครั้งนี้หากยังไม่มีการสกัด กระบวนการได้มาซึ่งสส.ที่มีที่มาสกปรก ไม่ต่างจากส.ว.เสียงส่วนใหญ่ ตนขอตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรัฐสภาแห่งนี้ซึ่งจะไม่ต่างกับมีส.ว.เสียงส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ ดังนั้น สำหรับการยื่นเรื่องครั้งนี้น่าจะเป็นช่องทางที่เร็วที่สุด ส.ว.รวมชื่อกัน 20 คน แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือไม่ และการเลือกตั้งนี้เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 224 และ มาตรา 85 กำหนดไว้หรือไม่ โดยตรงขอเสียงส.ว.รวมเสียงตามมาตรา 210 ให้มีการวินิจฉัยว่าการดำเนินการของกกต. เป็นองค์กรอิสระจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือทำด้วยปกปิดหรือไม่ตนหวังว่าครั้งนี้ทางกลุ่มส.ว.อิสระทั้งหลายจะสามารถรวมเสียงกันได้ไม่ยากและขอฝากไปถึงส.ว.กลุ่มเสียงส่วนใหญ่ว่า วันนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของตนเอง แต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน ถ้าท่านยังคงมีความข้าราชการทางการเมืองเพราะท่านเองเคยอ้างประชาชนหลายครั้งจากการอภิปราย ถ้าจะทำเพื่อประชาชนจริงๆสักครั้งขอให้ครั้งนี้มาร่วมลงชื่อกับน.ส.นันทนา ซึ่งตนหวังว่าจะเห็นแบบนั้น
ด้านนางสาวปวีณา เพ็ชรโยธิน เจ้าของ เพจแม่แนน น้องสมาร์ท กล่าวว่า การที่บัตรลงคะแนนเลือกตั้งมีบาร์โค้ดงซึ่งไม่ควรจะมี เพราะถ้าหากมีใครไปรื้อต้นขั้วบัตร จะทำให้ทราบทันทีว่าใครอยู่บ้านเลขที่เท่าไร และเลือกเบอร์ไหนทำให้ความปลอดภัยของประชาชนไม่มีทางกกต.ได้ออกมาแถลงแต่ละครั้งเหมือนเป็นการแถมากกว่า ข้ออ้างที่ว่าบาร์โค้ดจะสามารถป้องกันบัตรปลอมแปลงได้ ตนขอถามกลับว่า บัตรเขย่งมาจากไหน บัตรเขย่งที่มีจำนวนมากจนจะได้จนได้แชมป์โลกหากมีการแข่งขันโอลิมปิกบัตรเขย่ง ตนเชื่อว่าถ้าส่งกกต.ชุดนี้ไปเป็นโค้ชเชื่อว่าประเทศไทยได้เหรียญทอง 3 สมัยซ้อน ส่วนที่ข้ออ้างว่ายังนับคะแนนไม่ครบ ซึ่งนับได้เพียง 94% ตนขอถามกลับว่าคะแนนอีก 6% เก็บไว้ทำอะไรเก็บไว้เกลี่ยหรือไม่ ถ้าเกิดเกลี่ยแล้วไม่ลงตัว ให้บอกตนได้เพราะว่ามีวงดัมมี่สามารถเกลี่ยได้ลงตัวทุกคน
นายศุภฤกษ์ เพ็ชรโยธิน เจ้าของเพจ แม่แนน น้องสมาร์ท กล่าวว่า ตนขอฝากข้อความไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ที่คิดว่าตนเองเก่งกว่าคนรุ่นใหม่แต่คนที่อายุรุ่นเดียวกันที่อยู่ต่างประเทศได้สร้างสิ่งใหม่ๆให้กับเด็กรุ่นหลัง เมื่อเปรียบเทียบกันเขาดีกว่าคุณ ดังนั้นถ้าหากคุณทำให้ประเทศเจริญไม่ได้ ก็แค่ถอยออกมาและให้คนรุ่นใหม่เข้าไปทำแทนทุกวันนี้ประเทศเสียหายมามากพอแล้ว ตอนนี้ตนต้องมาระวังแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และกลุ่มสแกมเมอร์มาพอแล้ว จะหันไปข้างหน้าก็ต้องระวังกกต. จะหันไปข้างหลังก็ระวังประกันสังคมตอนนี้ ประชาชนทุกคนระวังตัวไม่ทันแล้ว
ด้านนายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ ส.ว.กล่าวว่า ตนอยากวิงวอนผู้มีอำนาจหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทำให้เกิดความโปร่งใสได้หรือไม่ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นตามระบอบประชาธิปไตย การที่ทำให้ไม่เกิดความโปร่งใสนี่คือสิ่งที่แย่ที่สุด “คำที่พวกท่านชอบใช้บ่อยๆคือเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ตอนนี้ผู้มีอำนาจทั้งหลายกำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ระบอบประชาธิปไตยอยู่หรือเปล่า ถ้าหากไม่ขอให้ออกมาพิสูจน์” บัตรลงคะแนนเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ขอให้ทำการพิสูจน์ด้วยการเปิดหีบที่ซีลไว้แล้ว สัก 2-3 หีบ แล้วนำบัตรเลือกตั้งขึ้นมาสแกนว่าเป็นบัตรเฉพาะบุคคลหรือเปล่า ตนอยากให้กกต.พิสูจน์ตนเอง เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยมีความโปร่งใสและมีความเชื่อมั่นต่อประชาชน ส่วนปัญหาบัตรเขย่งที่มีการพบว่าเขย่งเป็นหมื่นใบ ขณะเดียวกันต่างประเทศพบบัตรเขย่งหลักร้อยบยังออกมาขอโทษ แต่สำหรับประเทศไทยมีบัตรเขย่งเป็นหมื่นเข้ามาขย่มหรือไม่
นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ ส.ว. กล่าวว่านอกจากปัญหาเรื่องบาร์โค้ดแล้วยังมีปัญหาเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งมีการรายงานข่าวว่ามีการซื้อเสียงสูงสุดถึง 7,500 ต่อคน ตนขอถามกกต. ว่าได้ทำการตรวจสอบแล้วหรือยัง ซึ่งตนทราบ ทางกกต. มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วแต่ความเป็นจริงประชาชนยังคงต้องทำหน้าที่สืบหาพยานหลักฐานเอง เช่นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประชาชนได้ร้องเรียนเรื่องทุจริตเลือกตั้งไปยังทั้งกกต. จังหวัดเชียงรายและกกต.ส่วนกลางแล้ว
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ตรุษจีนนี้จะมาทำการเมืองให้สะอาด หลังสกปรก เละเทะ เช่นการเลือกส.ว.ที่ มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่า เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นับตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา การจัดการเลือกตั้งที่ทำได้สกปรก เละเทะ การจัดการที่ทำได้ไม่เป็นระบบ มีบัตรเข่ง ทำคะแนนยาวนานจนยังไม่ทราบผลกาเลือกตั้งที่แท้ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ขณะที่ซีกข้างการเมืองเสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาลแล้วทั้งที่ผลการเลือกตั้งยังคงมีปัญหา และมีกรณีที่ไม่ปกติเข้ามาร้องเรียนกกต.มากถึง 5,000 คดี การนับคะแนนที่ไม่เรียบร้อยยังมีบัตรเขย่ง มีปัญหาการซื้อเสียงทั่วราชอาณาจักร กกต.จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว การ การยื่นเรื่องในครั้งนี้เป็นการใช้กลไกให้ส.ว.รวมเสียง20 ราย หรือ 1ใน 10 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะการนับคะแนนไม่ตรงกันและยอดของผู้ใช้สิทธิการเลือกตั้ง เช่น คะแนนผู้ที่ได้รับสูงสุดสูงกว่าผู้ที่มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง เป็นการเติมบัตรเข้าไปหรือไม่ และปัญหาที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็คือเรื่องบาร์โค้ด หากทำเพื่อที่จะรักษาความถูกต้องตรวจบัตรปลอม จะไม่ทำ 1ต่อ1 จัดทําบาร์โค้ดหนึ่งชุดต่อบัตรเลือกตั้ง 20ใบเป็นต้น เมื่อสแกนออกมาจะตรงกัน 20 ใบจะทำให้รู้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นอยู่ในชุดไหน ตรวจสอบได้แล้วว่าไม่ใช่บัตรปลอม แต่การทําบาร์โค้ด 1 ต่อ1 ทำให้ มีคนรับรู้ได้ว่าใครเลือกใคร ทำให้ความลับตัวที่เป็นสิทธิตัวเฉพาะ ไม่ควรมีผู้ใดรู้ว่าใครเลือกเบอร์อะไร เพราะ รัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา85 ระบุว่า การเลือกตั้งต้องเป็นลับ และยังขัด ต่อหลักปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ4(3) การเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่กกต.ผิดทั้งหลักสากลและผิดทั้งรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการนับคะแนนต่อไปไม่ได้ เพราะตราบใดที่บาร์โค้ดยังคงประกฎอยู่ในบัตรเลือกตั้ง จะแน่ใจ ได้อย่างไรว่าหากมีใครไปสแกนบัตรเลือกตั้งแล้วตรวจกับต้นขั้วที่เก็บที่เดียวกัน ตามระบียบกกต. ข้อ 183 ระบุว่า หีบบัตรและต้นขั้วบัตรนั้นต้องเก็บที่เดียวกัน เมื่อเจอกันจะเกิดหายนะตรงที่มีคนรู้ว่าใครเลือกใคร จนอาจจะทำให้มีคนบางคนไปเคาะที่ประตูบ้านแล้วข่มขู่ได้ ซึ่งจะทำให้พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนเปลี่ยนไปหมด โดยบัตรเลือกตั้งชุดนี้เป็นอันตรายที่สุด ข้อเรียกร้องคือ “ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ที่ไม่ได้เป็นความลับต้องเป็นโมฆะ และต้องทำลายทิ้งไม่ให้เหลือซาก เพราะคนที่เลือกตั้งไปแล้วกำลังอกสั่นขวัญแขวน ว่าสิ่งที่เขาเลือกไป มีคนรับรู้และจะส่งผลต่อชีวิตเขาอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชน เอกสิทธิ์ของประชาชนถูกทำลายไป ” อีกทั้งผู้จัดการการเลือกตั้งคือ กกต. มีความเที่ยงธรรม โปร่งใสหรือไม่ ดังนั้นจึงขออำนาจศาลรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัยการเลือกคั้ง จะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ รวมไปถึงผลการเลือกตั้งก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ บัตรเลือกตั้งทั้งหมดต้องถูกทำลายทั้งหมด
ด้านนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ได้กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ส.ว. อิสระทุกคนมาร่วมกันลงชื่อเพราะเป็นเรื่องสำคัญ “เพราะคนที่อยู่ต่างจังหวัด ในระบบอุปถัมภ์จะมีการยึดโยงกันถ้าเขาใช้หลักรับเงินหมา แล้วกาเบอร์อะไรก็ได้ จะทำให้เขาเดือดร้อนถ้าบัตรเลือกตั้งชุดนี้ทำให้คนที่เกี่ยวข้องรู้ว่าเขาเลือกใครการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไป แล้วผลการเลือกตั้งจะมีพรรคการเมืองหนึ่ง จะเข้าถึง Big Data แล้วการเลือกตั้งในประเทศไทยทุกระดับ ตั้งแต่การเลือกตั้ง สส. ส.ว. นายกอบจ. อบต. เทศบาลทุกระดับ เพราะเขารู้แล้วว่าบ้านไหนใครเลือกอย่างไร ซึ่งจะมีวิธีการที่เข้าถึงเอาข้อมูลนั้นไปสร้างพฤติกรรมให้คนเกิดความหวาดกลัว สุดท้ายผลการเลือกตั้งจะมีผู้ชนะหนึ่งเดียวตลอดไปนั่นคือหายนะของประเทศไทย”
นางสาวนันทนา ยังกล่าวอีกว่า เราจะเร่งรวบรวมรายชื่อของส.ว. ที่เห็นแก่อนาคตของประเทศไทยที่อยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบพิจารณาจะทันต่อ กกต.ในการประกาศรับรองคะแนนหรือไม่
น.ส.นันทนา ตอบว่า ถึงกกต.ได้ประกาศรับรองไปแล้ว เราก็เชื่อว่าไม่เร็ว แต่ผ่านไป 9 วันแล้ว ยังอยู่ที่ 94% ไม่ทราบว่านับอะไรกันนานหนักหนา ข้อมูลความไม่ปกติก็ออกมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่า กกต.รับรองไปแล้ว ถ้าการจัดการเลือกตั้งมิชอบ อย่างที่บอกว่าแค่เป็นลับในปี 2549 การจัดคูหาหันออกด้านนอก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นความลับ ทำให้การเลือกตั้งปี 2549 เป็นโมฆะ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ตอนนี้บาร์โค้ดเข้าถึง 1:1 แต่จะเห็นทั้งหมด 40 ล้านคนที่ออกมาใช้เสียงเลือกตั้ง และคือบิ๊กดาต้าที่มหาศาลที่สุด และคนไทยกำลังถูกปล้นสิทธิ์ในการเลือกตั้งของตนเอง แต่เราก็จะพยายามรวบรวมให้เร็วที่สุดขึ้นอยู่กับความร่วมมือของ สว.ทุกคน ที่ช่วยกันและจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เร็ว
เมื่อถามว่าการรวมชื่อครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีของ สว.หรือไม่ ตอบ น.ส.นันทนา กล่าวว่า หวังว่าการทำหน้าที่ของ สว.เป็นหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบ ทั้งฝ่ายบริหารและองค์กรอิสระ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่คนกำลังตื่นกลัวหวาดผวา ผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ก็หวังว่าประธานวุฒิสภาจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เห็นความสำคัญในเจตจำนงของประชาชน ในการที่จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยรับชื่อที่เราจะรวบรวมและส่งให้
เมื่อถามว่าประเมินได้หรือไม่ถ้ากระบวนการเลือกตั้งมีปัญหาแต่ กกต. เร่งรัดการเลือกตั้งต่อและการร่วมรัฐบาลจะเป็นอย่างไร น.ส.นันทนา กล่าวว่า แม้ขนาดนี้ยังไม่มีการประกาศคะแนนอย่างเป็นทางการ ทางพรรคที่ได้เป็นอันดับหนึ่งก็ขยับได้การที่จะจัดตั้งรัฐบาล ถือว่าเป็นการชิงความได้เปรียบในการที่จะยืนยันว่าผลการเลือกตั้งเป็นที่สุดแล้ว แต่โดยมารยาทควรจะรอคะแนนจากกกต.นิ่งและยุติก่อน แต่ตอนนี้ก็มีการเดินหน้าไปแล้ว ซึ่งมองว่าไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ แต่สาเหตุที่ทำให้คะแนนไม่นิ่งและประชาชนมีข้อสงสัยมากมายว่าคะแนนทำไมไม่สามารถที่จะประกาศได้ เทียบกับปี 2566 ในวันรุ่งขึ้นประธาน กกต.สามารถประกาศผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งว่าการเลือกตั้ง ปี 2566 เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 75.2% ทำไมถึงประกาศได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างอึมครึมไปหมด ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเหลือ 65% นี่คือตัวเลขประเมินการคร่าวๆ และถ้าลดเหลือ 65% กกต.จะพิจารณาตัวเองหรือไม่ ที่ทำให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง นี่คือปัญหาเพราะฉะนั้นการเร่งรัดรีบร้อน ในการจัดตั้งรัฐบาลทำให้ประชาชนทำให้ประชาชนยิ่งสงสัยว่าเป็นการสมคบคิดกันหรือไม่ จึงขอคำตอบจาก กกต. และผู้ที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล