ปี 68จีนผลิตทองคำ 381 ตัน ดีมานด์ ETF ทองคำโตพุ่ง 150% แซงเครื่องประดับ
สมาคมทองคำจีน (CGA) รายงานยอดผลิตในประเทศแตะ 381 ตัน อานิสงส์เทคโนโลยีสำรวจใหม่และวัตถุดิบนำเข้าโตแกร่ง พบโครงสร้างการบริโภคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ยอดซื้อทองแท่ง-เหรียญทองคำทะยานสูงกว่ายอดขายอัญมณีเป็นครั้งแรก กองทุน ETF ทองคำโตพุ่ง 150% สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนท่ามกลางภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้น
5 กุมภาพันธ์ 2569 — สมาคมทองคำแห่งประเทศจีน (China Gold Association) เปิดเผยรายงานสถิติอุตสาหกรรมประจำปี 2568 ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญในตลาดทองคำของจีน โดยพบว่าบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Asset) ได้ขยายตัวจนมีสัดส่วนสูงกว่าการใช้ในเชิงพาณิชย์และเครื่องประดับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ภาคการผลิตขยายตัว: เทคโนโลยีและวัตถุดิบนำเข้าหนุน
ปริมาณการผลิตทองคำของจีนในปี 2568 อยู่ที่ 381.339 ตัน เพิ่มขึ้น 1.09% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่การผลิตจากวัตถุดิบนำเข้าขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญที่ 8.81% แตะระดับ 170.681 ตัน ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการบรรลุเป้าหมายตามขั้นตอนของโครงการสำรวจและพัฒนาเหมืองแร่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดแร่แม้ในสภาวะที่ต้นทุนการดำเนินงานมีความผันผวน
จุดเปลี่ยนโครงสร้างดีมานด์: จาก "เครื่องประดับ" สู่ "การลงทุน"
ปริมาณการใช้ทองคำโดยรวมในจีนปี 2568 ปรับตัวลดลง 3.57% มาอยู่ที่ 950.096 ตัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการในกลุ่มเครื่องประดับที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้ออัญมณี
อย่างไรก็ตาม ภาวะราคาสูงดังกล่าวกลับกลายเป็นปัจจัยบวกที่ดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนแทน
"นับเป็นครั้งแรกที่ระดับการลงทุนทองคำรายปีสูงกว่าปริมาณการใช้เครื่องประดับในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเข้ามาซื้อขายในตลาดมากขึ้น อันเนื่องมาจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น"
รายงานระบุว่าทองคำแท่งและเหรียญทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) และตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange) พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งปี
กองทุน ETF ทองคำเติบโตแบบก้าวกระโดด
อีกหนึ่งตัวบ่งชี้ความร้อนแรงของตลาดการลงทุนคือ เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนรวมดัชนีทองคำ หรือ ETF โดยในปี 2568 มีการถือครองเพิ่มขึ้นถึง 133.118 ตัน หรือพุ่งขึ้น 149.91% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้ยอดการถือครองทองคำสะสมของกองทุน ETF ในจีน ณ สิ้นปีแตะระดับ 247.852 ตัน
การพุ่งขึ้นของความต้องการลงทุนใน ETF สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของนักลงทุนชาวจีนที่มองหาทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง (Diversification) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเลือกใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่มีสภาพคล่องสูงกว่าการถือครองเครื่องประดับแบบดั้งเดิม