กองทุนลุ้นหุ้น 1,400 จุด ตลท.พร้อมดีลรัฐใหม่
#กองทุนลุ้น #ทันหุ้น – บิ๊ก ตลท. หวังจัดตั้งรัฐบาลเร็วหลังเลือกตั้ง ช่วยดันเงินต่างชาติเข้าหุ้นไทย พร้อมดีลรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการ TISA เพิ่มสิทธิประโยชน์ Jump+ และนำบริษัทรับการส่งเสริม BOI เข้าตลาด ด้านนายกสมาคมกองทุน หวังเสถียรภาพรัฐบาล และมุ่งมั่นผลักดันเศรษฐกิจ ลั่นหุ้นไทยน่าสนใจมีโอกาสแตะ 1,400 จุด ส่วน ฟินโนมีนามองไกล 1,500 จุด
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการ และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หลังจากผ่านการเลือกตั้งแล้ว ส่วนตัวหวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และรัฐบาลใหม่มีความมั่นคง รวมถึงเดินหน้าดำเนินตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ออกมาได้จริงและเร็ว เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว โดยเมื่อเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตที่ดีก็จะหนุนให้ภาคตลาดทุนไทยเติบโตเช่นกัน
รวมถึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทจดทะเบียนตัดสินใจขยายการลงทุน เพื่อทำให้บริษัทมีการเติบโต ก็จะสร้างความน่าสนใจให้แก่นักลงทุน โดยปัจจุบันพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนของไทยถือว่าดีอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ขาดแรงกระตุ้นหรือความมั่นใจเพื่อให้เกิดการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา
“จากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการหารือกับทางนักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติมองว่านโยบายของแต่ละรัฐบาลเป็นนโยบายที่ดี แต่ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญคือ ว่านโยบายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงเมื่อไร และเห็นผลเป็นรูปธรรม ทำให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นชั่วคราว โดยต้องมีการรักษาสมดุลระหว่าง โยบายระยะสั้นและระยะยาว ให้สอดคล้องกัน”
ส่วนแนวโน้มเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ไหลเข้ามามากพอสมควร และเป็นนักลงทุนระยะยาวกลับเข้ามาลงทุน จากปัจจัยตลาดหุ้นต่างประเทศมีความผันผวน เงินจึงไหลเข้ามาตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นไทยมีแวลูเอชันถูก และมีปันผลที่สูง โดยมียอดซื้อสุทธิ4,345.35 ล้านบาท
แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่านักลงทุนต่างประเทศมีการชะลอการซื้อ และมีการขายออกบ้าง โดยจากที่หารือกับนักลงทุนต่างชาติมีความกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า เพราะเป็นตัวจำกัดการซื้อของนักลงทุนต่างชาติบ้าง แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากเลือกตั้ง หากรัฐบาลมีการจัดตั้งได้เร็ว และมีความมั่นคง เม็ดเงินลงทุนต่างชาติก็จะไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย
โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมที่จะเข้าไปเจรจากับรัฐบาลใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าโครงการที่ได้เริ่มดำเนินการในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ยุบสภาไปก่อน เช่น โครงการ TISA และสิทธิประโยชน์ JUMP+ และ BOI
@หวังเร่งดันเศรษฐกิจ
นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดทุนไทยในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคือความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นทดสอบ 1,400 จุด หลังจากนี้ แต่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะสามารถยืนระยะได้จนถึงสิ้นปีหรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบัน ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ เงื่อนไขการที่ตลาดหุ้นจะปรับขึ้นไปได้อย่างแข็งแรงนั้น ปัจจัยสำคัญคือความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติและการไหลเข้าของเงินทุน ซึ่งก็โยงกับเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นสำคัญ
สอดรับกับความคาดหวังอยากเห็นรัฐบาลชุดใหม่มุ่งมั่นในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต เนื่องจากเศรษฐกิจถือเป็นรากฐานของทุกสิ่ง ทั้งต่อตลาดทุน ประชากร และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีความกังวลหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า โดยอาจเกิดปัญหาการร้องเรียนต่าง ๆ ตามหลังการประกาศผล ทั้งนี้โดยปกติแล้วไม่ควรเกิน 2 เดือน และควรต้องมีความชัดเจนของทิศทางและนโยบายจากรัฐบาลใหม่ด้วย ซึ่งกว่าผลดีจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมคาดเป็นช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ในทางกลับกันถ้ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลต้องหยุดชะงักหรือล่าช้าออกไป อาจส่งผลทางลบระดับต้องมีการปรับลดน้ำหนักการลงทุนลง
@กองทุนลั่นหุ้นไทยน่าสนใจ
ฟากอุตสาหกรรมกองทุนในปี 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า โดยมีโจทย์ที่กำลังเร่งจัดการคือการขอปรับปรุงกฎระเบียบเอื้อนักลงทุนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านค่าเงินได้ดีขึ้น ขณะที่ทิศทางปี 2569 จะขยับไปสู่เรื่องของความเร็วและเทคโนโลยีระดับเข้มข้น นอกจากคุณภาพผลิตภัณฑ์ บลจ. จะแข่งกันเพิ่มเติมที่การบริการ ข่าวสาร และความง่ายในการซื้อขาย
ส่วนสินค้าที่น่าสนใจปีนี้ยังมีหุ้นไทยร่วมอยู่ด้วยเพราะ อยู่ในระดับต่ำจึงความเสี่ยงต่ำ สามารถหาหุ้นมูลค่าพื้นฐานดีแต่ราคายังไม่แพงได้ และมีโอกาสเติบโตมากกว่าหุ้นต่างประเทศที่ราคาแพง ผันผวนสูง สินทรัพย์นอกเหนือจากแบบดั้งเดิม เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และสินทรัพย์ดิจิทัล ในปีนี้ก็น่าจะยังคงได้รับความสนใจ แต่ต้องให้ระมัดระวังเรื่องสัดส่วนการลงทุนไม่ให้มากเกินไป
@กระทิงมา 1,500จุด
ด้านนายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัท ฟินโนมีนา จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยมีพฤติกรรมติดตามข่าวสารที่รวดเร็วและนิยมลงทุนตามธีมการลงทุนใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธีมการลงทุนระดับโลกได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปเช่น ธีม AI เริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการผลิตชิป ไปสู่การประหยัดพลังงาน หรือ อุตสาหกรรมอวกาศกำลังเข้ามาเกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลังงานของData Center เป็นต้น
ขณะที่ในตลาดไทยสำหรับวงการกองทุนจากนี้น่าจะมีสินค้าหลากหลายมากขึ้นตาม ส่วนหุ้นไทยยังประเมินแนวมีโอกาสดัชนีจะไปถึง1,500 จุด หากไปถึงจริงความคึกคักของตลาดจะกลับมาอย่างเต็มตัว