โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Visa หนุน Trump accounts เปิดทางใช้ “คะแนนสะสมบัตรเครดิต” ออมเงินให้เด็ก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 11.34 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 04.34 น.

ภาคธุรกิจการเงินแห่สนับสนุนนโยบายบัญชีออมทรัพย์สำหรับเด็กของทรัมป์ หลัง Visa อนุญาตนำคะแนนสะสมมาเป็นเงินออม รัฐบาลเตรียมอัดเงินตั้งต้นเด็กแรกเกิดรายละ 1,000 ดอลลาร์

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 01.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โครงการของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันให้มีการจัดตั้งบัญชีออมทรัพย์สำหรับเด็ก กำลังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจการเงินมากขึ้น ล่าสุด Visa Inc. ประกาศเมื่อวันพุธว่าจะเปิดทางให้ผู้ถือบัตรเครดิตนำคะแนนสะสมมาใช้เป็นเงินออมในบัญชีดังกล่าวได้

เครือข่ายชำระเงินรายใหญ่ระบุว่าจะทำงานร่วมกับธนาคารพันธมิตรเพื่อเพิ่มทางเลือกการนำคะแนนสะสมมาออมในบัญชีที่เรียกว่า Trump accounts โดย ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Visa กล่าวในงานของรัฐบาลทรัมป์ว่า นี่เป็นวิธีที่เรียบง่ายและทรงพลังในการเปลี่ยนการใช้จ่ายประจำวันให้กลายเป็นเงินออมเพื่ออนาคตของบุตรหลาน ซึ่งทรัมป์เรียกความเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นเรื่องใหญ่

แมคอินเนอร์นีย์เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่นั่งอยู่ใน Invest America CEO Council และได้แสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการบัญชีดังกล่าวอย่างเปิดเผย โดย Trump accounts ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายภาษีและการใช้จ่ายมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์ลงนามเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตามแผน รัฐบาลกลางจะสมทบเงินเริ่มต้นจำนวน 1,000 ดอลลาร์ให้กับบัญชีของเด็กอเมริกันทุกคนที่เกิดในช่วงปี 2568–2571

โครงการดังกล่าวได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม เมื่อมหาเศรษฐี ไมเคิล และซูซาน เดลล์ ประกาศบริจาคเงิน 6.25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นเงินตั้งต้นให้บัญชีของเด็กที่มีอายุมากขึ้นด้วย ขณะที่บุคคลสำคัญในวงการธุรกิจและการเงินรายอื่น ๆ อาทิ เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates และ BlackRock Inc. ต่างออกมาประกาศให้คำมั่นสนับสนุนในวงเงินที่น้อยกว่าตามมา

ในวันเดียวกัน JPMorgan Chase & Co. และ Bank of America Corp. ระบุว่า จะสมทบเงินให้พนักงานที่มีสิทธิ์ในโครงการ โดยจับคู่เงินสนับสนุน 1,000 ดอลลาร์ตามที่รัฐบาลจัดสรรให้

เงินในบัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐ ต้นทุนต่ำ และจะถูกล็อกไว้จนกว่าเด็กจะอายุครบ 18 ปี จากนั้นบัญชี Trump จะทำหน้าที่เสมือนบัญชีเงินออมเพื่อการเกษียณส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำมาใช้โดยไม่เสียค่าปรับสำหรับค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น การศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือการซื้อบ้านหลังแรก

ในงานเดียวกันนักลงทุน แบรด เกอร์สต์เนอร์ ประกาศว่าจะบริจาคเงิน 250 ดอลลาร์ให้กับบัญชีของเด็กทุกคนที่มีสิทธิ์ในรัฐอินเดียนา ขณะที่ นักร้องชื่อดัง นิกกี มินาจ ก็เข้าร่วมงาน โดยทรัมป์ระบุว่าเธอจะลงทุนเงินหลายแสนดอลลาร์ให้กับบัญชีของบุตรหลานแฟนเพลงของเธอ ซึ่งมินาจกล่าวว่า กระแสต่อต้านไม่ได้กระทบต่อเธอ และยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอสนับสนุนทรัมป์มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีบุคคลสาธารณะเข้าร่วมงานอีกหลายราย เช่น นักแสดง เชอรีล ไฮน์ส ภรรยาของรัฐมนตรีสาธารณสุข โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ และพิธีกรรายการโทรทัศน์ เควิน โอเลียรี ขณะเดียวกันกลุ่มสนับสนุนทรัมป์เตรียมเผยแพร่โฆษณาส่งเสริมโครงการบัญชีดังกล่าวในช่วงการแข่งขัน Super Bowl เดือนหน้า ตามรายงานของ Semafor

การผลักดัน Trump accounts เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจของสาธารณชนต่อค่าครองชีพที่พุ่งสูง ซึ่งพรรครีพับลิกันกังวลว่าอาจกระทบคะแนนเสียงในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยผลสำรวจล่าสุดของ New York Times/Siena พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งมองว่าทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับที่ไม่สามารถเอื้อมถึงได้

แม้ทรัมป์จะเดินสายโปรโมตวาระเศรษฐกิจมากขึ้น และเสนอแนวทางลดต้นทุนด้านที่อยู่อาศัยหลายประการ แต่ความพยายามดังกล่าวให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย เนื่องจากเขามักเบนความสนใจไปสู่ประเด็นอื่น เช่น นโยบายต่างประเทศ และเลือกชูตัวเลขเศรษฐกิจเชิงบวกมากกว่าการยอมรับความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดีนักวิจารณ์มองว่าการออกแบบโครงการ Trump accounts อาจทิ้งคนอเมริกันรายได้น้อยไว้ข้างหลัง เนื่องจากไม่สามารถออมเงินเพิ่มเติมจากเงินตั้งต้น 1,000 ดอลลาร์ของรัฐได้ อีกทั้งยังให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีน้อยกว่าแผนออมอื่น เช่น แผน 529

เดวิด แรดคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการนโยบายระดับรัฐและท้องถิ่นของสถาบัน Institute on Race, Power and Political Economy แห่ง New School ระบุว่า โครงการในรูปแบบปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกลุ่มที่กำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดทางการเงิน

แม้แต่นักวิชาการที่สนับสนุนแนวคิดของ Trump accounts ก็ยังแสดงความกังวลว่า รัฐบาลไม่ได้กำหนดให้เด็กที่มีสิทธิ์ทุกคนถูกลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ โดยตามประกาศของกระทรวงการคลังเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ปกครองต้องสมัครผ่านระบบออนไลน์หรือทำเครื่องหมายในแบบยื่นภาษี ซึ่งครอบครัวที่ยากจนที่สุดจำนวนมากไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีอยู่แล้ว

จิน หวง ศาสตราจารย์ด้านนโยบายสังคมและรองผู้อำนวยการศูนย์ Center for Social Development แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเมืองเซนต์หลุยส์ เตือนว่า หากไม่มีการออกแบบระบบลงทะเบียนที่ครอบคลุม เด็กหลายล้านคนอาจถูกกันออกจากโครงการ และครอบครัวที่เปราะบางที่สุดจะยังคงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...